วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นับถอยหลังจากวันนี้อีกสองวัน คนไทยที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งต้องออกไปใช้สิทธิ์ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้กันให้มากๆ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคน ถ้าได้นักการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ของพรรคและพวกพ้องมากกว่าเห็นผลประโยชน์ของประชาชน เข้าไปเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ เราก็เดือดร้อนกันทุกคน ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
นาทีนี้, พรรคการเมืองที่มีโอกาสจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังเป็น 3 พรรคการเมืองใหญ่ คือ พรรคสีส้ม-พรรคประชาชน, พรรคสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทยและพรรคสีแดง-พรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็กอีก 54 พรรค คือตัวประกอบ ซึ่งพรรคไหนมีตัวบุคคลที่เป็นที่รู้จักและโดดเด่นกว่า พรรคนั้นก็มีโอกาสที่จะได้รับเลือกตั้งมากกว่า และมีโอกาสที่จะต่อรองเข้าไปร่วมเป็นรัฐบาลผสมได้ด้วย
และจากที่ได้ฟังนโยบายการโฆษณาหาเสียงของทุกพรรคการเมือง ก็ล้วนแต่ใช้นโยบายประชานิยม“สัญญาว่าจะให้” แบบ“ลดแลกแจกแถม” โดยใช้เงินหลวงที่เป็นเงินงบประมาณแผ่นดินมา“ตกเขียว” จูงใจให้ประชาชนเลือก
ทุกเวทีทุกตลาดย่านถิ่นที่นักการเมืองขึ้นปราศรัยและเดินไปขอเสียง เสียง“พ่อแม่พี่น้อง-แม่จ๊ะแม่จ๋า”ที่ออกมาจากปากนักการเมือง ฟังดูรื่นหูไปหมด ถ้าจะบอกว่า ในช่วงเวลานี้ไม่มีใครมีญาติพี่น้องมากเท่ากับนักการเมืองอีกแล้ว ก็คงจะพูดได้ รวมทั้งทุกพรรคการเมืองต่างก็แอบอ้างอวดโอ่ผลงานของตน พร้อมกับแย่งกันรักบ้านรักเมืองและรักประชาชนอย่างสุดประมาณ
เมื่อประเมินจากโพลสำนักต่างๆ พบว่า พรรคการเมืองที่จะได้รับการเลือกตั้งไล่เลียงลงไป 5 อันดับแรก คือ พรรคประชาชน 150-170 ที่นั่ง, พรรคภูมิใจไทย 120-150ที่นั่ง, พรรคเพื่อไทย 100-120 ที่นั่ง, พรรคประชาธิปัตย์40-50 ที่นั่ง และพรรคกล้าธรรม 15-20 ที่นั่ง
ส่วนตัวบุคคลที่ได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด จากผลสำรวจของ“นิด้าโพล”ช่วงโค้งสุดท้าย ก็คือ อันดับที่หนึ่งร้อยละ 29.08 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิแคนดิเดตของพรรคประชาชน, อันดับที่สองร้อยละ 22.24 นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย, อันดับที่สามร้อยละ 12.52 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแคนดิเดตพรรคประชาธิปัตย์, อันดับที่สี่ร้อยละ 12.12นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย และอันดับที่ห้าร้อยละ 9.36 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
ถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือไม่เพียงแต่จะเป็น“รัฐบาลฝึกงาน”ในท่ามกลางปัญหาหนักหน่วงรอบด้านที่รุมล้อม ทั้งปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ และปัญหา“ไทย-กัมพูชา” ตลอดจนปัญหาความมั่นคงของชาติที่เกี่ยวโยงกับภูมิรัฐศาสตร์โลกเท่านั้น นายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ วัย 38 ปี ซึ่งจะต้องนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ยังถือว่า“อ่อนหัด” พรรษาทางการเมืองยังไม่แก่กล้า เพิ่งเป็น สส.มา 2 สมัย รวม 6 ปี
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ที่ขาดประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยที่แม้แต่อาชีพการงานของนายณัฐพงษ์ในช่วงสั้นๆ ก่อนจะลงเล่นการเมืองในปี 2562 หลังจบการศึกษาด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้บริหารบริษัทที่ตนเองเป็นผู้ก่อตั้ง คือบริษัท“แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์”ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขายปลีกเครื่องเล่นวิดีโอเกมและซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ก็ไม่ปรากฏว่ามีผลงานอะไรที่เป็นต้นทุนสำหรับการ“ต่อยอด”บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
สำคัญที่สุดก็คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะเป็นนายกรัฐมนตรี“หุ่นเชิด”ที่ถูกชักใยโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม และนายทุนเจ้าของพรรคประชาชนตัวจริงเฉกเช่นเดียวกับที่“แพทองธาร ชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งมีนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดาประทับร่างทรง
นอกเหนือจากนั้น หากพรรคสีส้มได้เป็นรัฐบาลตามที่โฆษณาหาเสียงว่าจะเป็น“รัฐบาลประชาชน” ก็ยังอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายรื้อโครงสร้างของประเทศ ซึ่งพรรคสีส้มมีแนวคิดมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล ก่อนจะมาเป็นพรรคประชาชนในปัจจุบัน ที่ต้องการจะเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจของประเทศ ใม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบสถาบันพระมหากษัตริย์ปฏิรูปกองทัพ ลดอำนาจราชการส่วนกลาง เห็นได้จากความพยายามที่จะฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
หรือแม้แต่การแก้ไขมาตรา 112 ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ก็เพราะพรรคก้าวไกลมีพฤติกรรมและพฤติการณ์เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีเจตนาที่จะล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ลำดับต่อไปคือพรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คงไม่ต้องสาธยายมาก เพราะ 2 ปีที่พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 2 คน คือนายเศรษฐา ทวีสินกับ“แพทองธาร ชินวัตร” ไม่เพียงแต่จะฉุดประเทศให้จมอยู่กับ“กับดักทางเศรษฐกิจ”ถลำลึกลงไปอีกเท่านั้น ผลงานก็ไม่มี มีแต่การล้างผลาญเงินงบประมาณแผ่นดิน เพื่อนโยบายประชานิยมนโยบายที่หาเสียงไว้ เช่นโครงการ“แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท”ที่ล้มเหลว รวมทั้งการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนก็มีแต่ราคาคุย และยังนำกลับมาปัดฝุ่นหาเสียงใหม่อีกในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะการ“ลดแลกแจกแถม”ก็ยังเหมือนเดิม คือนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ9 คน” ด้วยการแจกเงินประชาชนคนละ 1 ล้านบาททุกวัน
หากเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปเป็นรัฐบาล ก็ต้องเจอกับสภาพการณ์ที่เราเคยเห็นมาก่อนแล้ว หรือที่เรียกกันว่า“เดจาวู” อันเป็นภาพลวงตาของความทรงจำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” จะต้องถูกครอบงำและชักใยโดยนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นลุง ในฐานะนายทุนและเจ้าของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งยังจะถูก“กดทับ”อีกชั้นโดย นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้เป็นมารดา ที่ถือว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลอีกคนหนึ่งในพรรคเพื่อไทยรองจาก“ทักษิณ”
และที่น่าเป็นห่วงยิ่งไปกว่านั้น เกี่ยวกับการแก้ปัญหา“ไทย-กัมพูชา” หากเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ประชาชนคนไทยย่อมไม่อาจไว้วางใจได้ ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วจากกรณีนายกรัฐมนตรีหลานอังเคิลที่ชื่อ“แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งเป็นปมเหตุให้“2 พ่อลูกตระกูลฮุน” คือ“ฮุนเซน-ฮุน มาเนต”ก่อสงครามรุกรานไทย อันเนื่องมาจากผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวของ“ตระกูลชินวัตร” กับ“ตระกูลฮุน” และถ้านายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี อาจจะมี“นายกฯดองอังเคิล”เพิ่มขึ้นมาอีกก็เป็นได้
สุดท้ายถ้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล ถ้ามองด้วยสายตาที่ไม่มีอคติ ก็จะเห็นได้ว่าช่วงเวลาสั้นๆ 2 เดือนกว่าก่อนจะมีการยุบสภาฯ จากที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล และมีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล คนไทยมีแต่ “ได้กับได้” หนึ่งในนั้นก็คือได้คนละครึ่งพลัส สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าลุล่วงไปได้ และได้อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญก็คือ ได้ดินแดนไทยที่ถูกเขมรรุกล้ำอธิปไตยกลับคืนมาทั้งหมด
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ประชาชนคนไทยผู้มีสิทธ์ิออกเสียงเลือกตั้ง น่าจะลองให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยกลับไปเป็นรัฐบาลอีก 4 ปี คือในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ตัดสินใจเลือก“เชิงยุทธศาสตร์”เทคะแนนเลือกทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต ชนิดที่ไม่ต้อง“รักพี่เสียดายน้อง”-รวมทั้งกาไม่เห็นชอบ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ส่งใจจากสวิตฯ พี่เบิร์ด ชวนแฟนคลับเข้าคูหา 8 กพ นี้
สายมูฟังทางนี้! หมอช้างเตือน 2 ราศีช่วงเดือนแห่งความรัก มีเรื่องต้องยั้งปาก อย่าเผลอพูดผิดชีวิตเปลี่ยน
พลังโซเชียลฮีลใจ แห่อุดหนุนคุณยายขนผัก หลังคลิปไวรัลทำคนดูน้ำตาซึม
กรมอุตุฯ พยากรณ์วันพรุ่งนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิพุ่ง กทม.ฝุ่นปานกลาง-หนาแน่น
สวยตะลึง ปู่ไพวงษ์ เปิดอาณาจักรโบนันซ่า จัดพิธีบวงสรวงพระพิฆเนศปางราชาธิวาส

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี