วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ตอนพรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไปในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และเป็นผู้ก่อตั้งรวมทั้งนายทุนใหญ่ของพรรคอนาคตใหม่ ต้องพ้นจากการเป็น สส. และถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 10 ปีห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง และห้ามจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์“ม็อบสามกีบ” และเลยเถิดไปถึงการจาบจ้วงล่วงละเมิด ทำให้หนุ่มสาวนับสิบนับร้อยคนต้องถูกดำเนินคดีอาญาในความผิด มาตรา 112 ซึ่งบางคนก็ยังอยู่ในคุกและจำนวนหนึ่งต้องหลบหนีคดีไปอยู่ในต่างประเทศ
สถานการณ์ทางการเมืองในวันนี้ หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเสร็จสิ้น พรรคประชาชนแพ้การเลือกตั้ง และผิดไปจากที่ผลโพลเกือบทุกสำนักเผยผลสำรวจตั้งแต่โค้งแรกจนโค้งสุดท้ายว่า พรรคประชาชนจะชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาตรงข้ามกับโพลและไม่เป็นไปตามความเชื่อของนักการเมืองสีส้ม กระแส“โกงการเลือกตั้ง”ก็เริ่มมีเสียงดังออกมาจากพรรคการเมืองสีส้ม และมีพรรคเพื่อไทยประสานเสียงขานรับในฐานะผู้แพ้เหมือนกัน
โดยพรรคที่แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ พยายามจะยกเหตุการณ์“การเลือกตั้งสกปรก”ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2500 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นประเด็นเทียบเคียงเพื่อ“จุดเชื้อ” ให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ อันอาจจะลากยาวไปถึงการประท้วงต่อต้านให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็น“โมฆะ” และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
ย้อนไปดู“การเลือกตั้งสกปรก”ในยุคนั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับการเลือกตั้งใน พ.ศ.นี้ เพราะแม้จะเป็นการเลือกตั้งภายใต้อำนาจรัฐบาลรักษาการเหมือนกันก็ตาม แต่การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินการโดย กกต. ต่างจากสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่รัฐบาลรักษาการมีอำนาจเต็มในการจัดการเลือกตั้ง จากการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย และใช้กลไกอำนาจรัฐที่อยู่ในมือดำเนินการให้ผู้สมัคร สส.ของพรรค“เสรีมนังคศิลา”ที่ จอมพล.ป. จัดตั้งขึ้นมาชนะการเลือกตั้ง
การโกงการเลือกตั้งในปี 2500 นั้นทำกันอย่างโจ๋งครึ่มมีทั้ง“พลร่ม” คือ ใช้มวลชนของพรรคเสรีมนังคศิลาหมุนเวียนไปลงคะแนนคนละหลายรอบซ้ำแล้วซ้ำอีก และนอกจากนั้นก็ยังใช้วิธีการที่เรียกว่า“ไพ่ไฟ” โดยหลังปิดหีบเลือกตั้งมีการยัดบัตรลงคะแนนที่กาหมายเลขผู้สมัครของพรรคเสรีมนังคศิลาเพิ่มเข้าไปในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏออกมา พรรคเสรีมนังคศิลาชนะการเลือกตั้งแบบ“รู้ตั้งแต่ในมุ้ง” จากจำนวน สส.ทั้งหมด 160 คนพรรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. ซึ่งมี พล.ต.อ.เผ่าศรียานนท์ เป็นเลขาธิการพรรค กวาด สส.มาได้ทั้งหมด 83 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์คู่ต่อสู้ ที่มีนายควงอภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค ได้ 28 คน ส่วนที่เหลืออีก 49 คน กระจายไปยังพรรคเล็กพรรคน้อยและผู้สมัครอิสระ
อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่าสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ภายใต้อำนาจจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในครั้งนั้นไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน จนเกิดการประท้วงต่อต้านและในที่สุดก็บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง“ททารกับทหาร” ที่ฟากฝั่งตรงข้าม จอมพล ป. คือจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจในวันที่ 16 กันยายน 2500 และคณะรัฐประหารได้ตั้งนายพจน์ สารสิน ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2500 และหลังการเลือกตั้งผ่านไปได้หนึ่งปีในยุครัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลถนอมก็ได้ร่วมมือกับจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง กระทั่งในที่สุดจอมพลสฤษดิ์ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงเสียงจริงในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2502
กลับมาสู่ความเป็นจริงในวันนี้ ต้นเหตุที่จะทำให้เรื่องบานปลายก็เพราะพรรคประชาชนแพ้การเลือกตั้ง จึงเริ่มจุดกระแส“บัตรเขย่ง”จำนวนมาก ซึ่งก็คือจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ถูกใช้ไป รวมถึงบัตรเสียจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีมากหลายล้านใบ ตลอดจนการนับคะแนนที่ล่าช้า
โดยเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 กุมภาพันธ์วานนี้ เพจเฟซบุ๊ก“พรรคประชาชน - People’s Party”ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “เรายอมรับผลการเลือกตั้ง แพ้-ชนะเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่โกงการนับคะแนนเรารับไม่ได้! ทุกคะแนนเสียงของประชาชนคือเจตจำนงที่เราต้องปกป้อง” และพร้อมกันนี้ก็ได้อ้างว่า“ตอนนี้เรามีทีมเฉพาะกิจสำหรับรับเคส ดำเนินคดีการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศ นับตั้งแต่เมื่อวานนี้ และดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต”
10 เขตที่พรรคประชาชนยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่เพราะผู้สมัครของพรรคตนแพ้คู่แข่ง ก็คือ จังหวัดขอนแก่น เขต 3 ซึ่งนายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง แพ้นายเอกชัย สืบสารคาม ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม, ลำปาง เขต 2 นางสาวสุวิภา กุศลจูง แพ้นายดาชัย เอกปฐพี พรรคกล้าธรรม, สุราษฎร์ธานี เขต 1 นายรัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์ แพ้นางสาวกานสินี โอภารังสรรค์ พรรคภูมิใจไทย, ชลบุรี เขต 1 นายวรท ศิริรักษ์ แพ้นายสุชาติ ชมกลิ่น พรรคภูมิใจไทย โดยที่เขตนี้ “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อลำดับ 28 ของพรรคประชาชน กำลังเปิดหน้าชนกับสุชาติ โดยกล่าวหาว่ามี“บัตรเขย่ง” และพบกระดาษนับคะแนนที่ กกต.ต้องเก็บไว้ทิ้งอยู่ในขยะ
มหาสารคาม เขต 1 ซึ่งมีประชาชน นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม รวมตัวกันก่อหวอดให้มีการนับคะแนนใหม่ โดยนายธีระวัฒน์ พรรณะ แพ้นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ พรรคภูมิใจไทย, นครราชสีมา เขต 13 นางสาวนาลันทา บุญชิต แพ้นายพชร จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย, ชัยนาท เขต 1 นายทรงพล ภัทราภิรมย์ แพ้นายอนุชา นาคาศัย พรรคเพื่อไทย, สมุทรปราการ เขต 6 นายวีรภัทร คันธะแพ้นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ พรรคภูมิใจไทย, ตาก เขต 1 นายคริษฐ์ ปานเนียม แพ้นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ พรรคภูมิใจไทย และสระบุรี เขต 1 นายสรพัช ศรีปราชญ์ แพ้นายขุนทอง แสนวิเศษ พรรคภูมิใจไทย
สุดท้ายในช่วงเย็น เพจเฟซบุ๊ก“พรรคประชาชน - People's Party” ได้โพสต์อีกรอบ รวมเป็น 18 เขตที่ขอนับคะแนนใหม่ โดยอีก 8 เขตที่เพิ่มจากเดิม 10 เขต ประกอบด้วย จังหวัดสุพรรณบุรีทั้ง 5 เขต, นครราชสีมา เขต 2, เชียงราย เขต 6 และเชียงใหม่ เขต 6
จะอย่างไรก็ดี ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นนี้ ต่างจากการ“เลือกตั้งสกปรก”ในปี 2500 ที่การจัดการเลือกตั้งอยู่ภายใต้อำนาจของจอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ในอำนาจของ กกต. ดังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์วานนี้จากการตั้งคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามนำว่าพรรคเพื่อไทยบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีพิรุธมาก โดยนายอนุทินตอบว่า“เวลาชนะก็ไม่มีพิรุธ เวลาแพ้ก็มีทุกที รัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้ง ถ้าจะกล่าวหาว่ามีพิรุธ ก็แสดงว่ากล่าวหา กกต. เพราะรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้อง มีแค่หน้าที่ประสานงานให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย การดำเนินงานจัดการเลือกตั้งทั้งหมดอยู่ในมือ กกต.”
สรุปบรรทัดนี้ เชื่อว่าพรรคส้มไม่มีทาง“จุดไฟ”ได้สำเร็จ และจะยิ่งทำให้เสียรังวัดกลายเป็น“เด็กขี้แพ้ชวนตี”ที่ไม่รู้จักโต !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี