วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เลือกตั้งผ่านพ้นผ่านมาแล้วนับวันนี้ 16 กุมภาพันธ์ก็แปดวัน การเมืองเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และข่าวการโกงการเลือกตั้งแบบ“แพ้แล้วก็ไม่ยอมแพ้”ยังอีนุงตุงนัง ขณะที่ข่าวการมุ้งเรื่อง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เปิดตัวหวานใจคนใหม่ที่เป็นดาราในวันวาเลนไทน์ ท่ามกลางข่าวส้มกับส้มลากไส้กันเองเรื่อง”IO”ของพรรคส้ม ก็ปรากฏเป็นข่าวใหญ่กลายเป็นกระแสให้เม้าท์มอยกันอย่างมีนัยสำคัญ
ข่าวความรักของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ที่จำเพาะเจาะจงหลุดออกมาในวันวาเลนไทน์ ถ้ามองให้ลึกว่าเป็นการทำ“IO”ของพรรคส้ม ก็สามารถคิดได้เพราะสื่อที่โฆษณาชวนเชื่อให้แก่พรรคส้มตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งจนกระทั่งบัดนี้ ก็ได้ขานรับเสนอข่าวกันอย่างอึกทึกครึกโครม
ขนาดว่าเมื่อฝ่ายชายคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์พ่อม่ายลูกหนึ่ง กับฝ่ายหญิงคือ “ก้อย-อรัชพรโภคินภากร” ดาราที่เป็นหวานใจ แค่ลงรูปคู่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ถึงกับทำให้ “ไอจีแตก”
ยอดไลก์พุ่งทะลุหลักล้านในพริบตา
“แนวหน้าออนไลน์”รายงานเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์วานนี้ว่า “กลายเป็นปรากฏการณ์โซเชียลแตกทันที เมื่ออดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ทิม-พิธาลิ้มเจริญรัตน์ และนักแสดงสาวมากความสามารถ ก้อย-อรัชพร โภคินภากร พร้อมใจกันลงรูปคู่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ทำเอาชาวเน็ตแตกตื่นจนไทม์ไลน์แทบค้าง โดยฝั่งทิม พิธา สร้างตำนานบทใหม่ด้วยการกวาดไปกว่า 1 ล้านไลก์ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดครั้งหนึ่งของอินฟลูเอนเซอร์ไทย ส่วนฝั่งก้อย อรัชพร กระแสแรงไม่แพ้กัน ยอดไลก์ตามมาติดๆ ที่ประมาณ 8 แสนไลก์ พร้อมคอมเมนต์จากเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงที่ยกทัพมาแซวกันจนไอจีไหม้”
เรียกว่า ข่าวการมุ้งของ“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี กับ“ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” นางเอกละครซีรีส์จากเรื่อง“ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น” ยังดังกว่าข่าวจดทะเบียนสมรสที่เขตบางรักในวันวาเลนไทน์ ที่โดยปกติจะเป็นข่าวฮือฮาทุกปี โดยปีนี้สำนักงานเขตบางรัก กทม. จัดภายใต้ชื่องาน“รัก ณ บางรัก - Rak (Love) @ Bangrak” มีคู่สมรสมาจดทะเบียนกัน 1,246 คู่ ขณะที่ตัวเลขเมื่อเทียบกับอีก 4 เขตรองลงไปมีจำนวนต่างกันมาก คือ สำนักงานเขตบางขุนเทียน 98 คู่, สำนักงานเขตลาดกระบัง 96 คู่, สำนักงานเขตบางแค 94 คู่ และสำนักงานเขตหลักสี่ 86 คู่
สำคัญที่สุดก็คือ ข่าวเกี่ยวกับ“รังสแกมเมอร์ IO”ของพรรคส้ม ซึ่งนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ“แก้วตา”อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเปิดโปงว่า พรรคประชาชน ใช้ชั้น 4 ของอาคารอนาคตใหม่ที่ตั้งพรรคประชาชน เป็นที่ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ“IO”จากการสร้าง “เฟซบุ๊กผี” โดยบริษัท “Spectre C” ที่มีกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่ในเครือข่ายธุรกิจของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณและนายทุนพรรคส้มกับพวก เป็นหน่วยปฏิบัติการนั้น ได้ถูกข่าว“รักใหม่”ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลดทอนความสนใจลงไปโดยปริยาย
นอกจากข่าวดังกล่าวของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับหวานใจดาราสาว จะมาช่วยกลบข่าว“รังสแกมเมอร์ IO”ของพรรคส้ม แล้ว ข่าวนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ “เจี๊ยบหลังม็อบ”อดีต สส.พรรคก้าวไกล ที่ออกมาเปิดศึกกับนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ด้วยการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยไม่ระบุชื่อตัวบุคคลว่า “ไม่ว่าองค์กรใดก็ไม่ควรเป็นแพะรับบาป ให้กับคนที่พังตัวเองด้วยสารเสพติด” ก็ยังช่วยลดกระแสพร้อมกันไปด้วยอีกด้านหนึ่ง
โพสต์นี้ของ“เจี๊ยบ-อมรัตน์”ต้องถือว่าได้ผลตามยุทธวิธีปฏิบัติการ“IO”ของพรรคส้ม เพราะทำให้นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ต้องออกมาโพสต์ตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊ก“ธิษะณา ชุณหะวัณ - แก้วตา - Tisana Choonhavan” เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์วานนี้ได้ลบโพสต์นี้ไปแล้วว่า “เตรียมตัวรับหมายศาลค่ะ ฟ้องถึงที่สุด อีXXXไร้จิตสำนึก” ประเด็นนี้ก็เลยกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ขึ้นมาทันทีอีกเช่นกัน
นอกจากนั้น “แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ” ก็ยังหลงประเด็นไปเข้าทาง“ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่ได้เปิดศึกในโลกโซเชียลเพิ่มขึ้นอีกคู่หนึ่ง ซึ่ง“ไอซ์-รักชนก”ว่า “นี่คุณใช่คุณคนเดียวกับที่มาเกาะแขนดิฉัน พยายามจะตื้อให้ดิฉันคุยด้วย แล้วบอกด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานว่า ชอบคุณมากนะที่ไอซ์ทำงานหนักเพื่อพรรคของเรา งานของไอซ์มีคุณค่ากับประชาชนกับพรรคมาก” ส่วน“แก้วตา”โต้ว่า“อวยตัวเองประสาท แพ้เลือกตั้งเพราะมึงเป็นแกนนำนั่นแหละ ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย มึงเห็นแกนนำแคมเปญหาเสียงทั่วโลก เค้าเอาเด็กทะเลาะกับแม่ค้าในตลาดทุกวันนำหาเสียงหรอ แพ้แล้วยังไม่เจียม”
และตอนสามทุ่มของคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” ยังได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก“รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork” เกี่ยวกับข่าว“รังปฏิบัติการ IO”ของพรรคส้ม โดยกล่าวถึง“ธิษะณา ชุณหะวัณ” ว่า“อย่าไปตอบโต้มันเยอะเลยค่ะ ชี้แจงรายละเอียดเรื่อง io เสียเวลาค่ะ..ปล่อยมันเถอะแก้วตา มันจะไปพล่ามอะไร ช่องไหน เพจไหน อย่าไปสนใจ แค่นี้คนก็รู้แล้ว ว่ามันทำไปเพื่ออะไร”
ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ต่างจากคำคมในเรื่องสามก๊กที่“โจสิด”กล่าวกับ“โจผี”ผู้พี่เพื่อไม่ให้พี่ชายประหารชีวิตว่า“เถาถั่วต้มถั่ว” อันหมายถึงสายเลือดเดียวกันไม่ควรทำร้ายกันเอง ดังคำที่ว่า “ต้มถั่ว ใช้เถาถั่วเป็นเชื้อไฟ ถั่วร่ำไห้ในน้ำเดือดพล่าน ต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน ไยเผาผลาญร้อนรน จนป่านนี้”
แต่สำหรับพรรคส้มก็ต้องบอกว่า “ลากไส้ส้มโดยเลือดส้ม” คือซัดกันนัวยิ่งกว่าเด็กทะเลาะกัน และยิ่งจะทำให้ประชาชนคนไทย โดยเฉพาะ“ด้อมส้ม”ได้หูตาสว่างขึ้นมาได้บ้าง ว่านักการเมืองพรรคส้มที่อ้างว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่นั้น ที่แท้แล้วก็“ลวงโลก”กันทั้งสิ้น
เช่นที่รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย สรุปไว้ใน“ซีรีส์ชำแหละพรรคส้ม”ผ่านเฟซบุ๊ก“สุวินัย ภรณวลัย” ว่า “ในทางสังคมศาสตร์ พฤติกรรมของพรรคส้มและด้อมส้ม เรียกว่า Moral Policing คือพฤติกรรมหรือกลไกทางสังคมที่ คนหรือกลุ่มคนตั้งตนเป็น “ผู้ตรวจศีลธรรม” แล้วคอยเฝ้าระวัง ตัดสิน ลงโทษ หรือกดดันผู้อื่นให้คิด–พูด–เชื่อ–ยืนอยู่ในกรอบศีลธรรมแบบเดียวกับตน”
สรุปแล้ว นักการเมืองพรรคส้มก็คือ“มารในหมู่มาร” นั่นเอง หาใช่ “เทพในหมู่เทวดา”ผู้เลอเลิศแต่อย่างใดไม่ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน
เปิดตัวอีกคู่ ไผ่ ลิกค์ โพสต์ภาพคู่หวานใจฉลองวาเลนไทน์
ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี