เลือกตั้งผ่านพ้นผ่านมาแล้วนับวันนี้ 16 กุมภาพันธ์ก็แปดวัน การเมืองเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และข่าวการโกงการเลือกตั้งแบบ“แพ้แล้วก็ไม่ยอมแพ้”ยังอีนุงตุงนัง ขณะที่ข่าวการมุ้งเรื่อง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เปิดตัวหวานใจคนใหม่ที่เป็นดาราในวันวาเลนไทน์ ท่ามกลางข่าวส้มกับส้มลากไส้กันเองเรื่อง”IO”ของพรรคส้ม ก็ปรากฏเป็นข่าวใหญ่กลายเป็นกระแสให้เม้าท์มอยกันอย่างมีนัยสำคัญ
ข่าวความรักของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ที่จำเพาะเจาะจงหลุดออกมาในวันวาเลนไทน์ ถ้ามองให้ลึกว่าเป็นการทำ“IO”ของพรรคส้ม ก็สามารถคิดได้เพราะสื่อที่โฆษณาชวนเชื่อให้แก่พรรคส้มตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งจนกระทั่งบัดนี้ ก็ได้ขานรับเสนอข่าวกันอย่างอึกทึกครึกโครม
ขนาดว่าเมื่อฝ่ายชายคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์พ่อม่ายลูกหนึ่ง กับฝ่ายหญิงคือ “ก้อย-อรัชพรโภคินภากร” ดาราที่เป็นหวานใจ แค่ลงรูปคู่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ถึงกับทำให้ “ไอจีแตก”
ยอดไลก์พุ่งทะลุหลักล้านในพริบตา
“แนวหน้าออนไลน์”รายงานเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์วานนี้ว่า “กลายเป็นปรากฏการณ์โซเชียลแตกทันที เมื่ออดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ทิม-พิธาลิ้มเจริญรัตน์ และนักแสดงสาวมากความสามารถ ก้อย-อรัชพร โภคินภากร พร้อมใจกันลงรูปคู่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ทำเอาชาวเน็ตแตกตื่นจนไทม์ไลน์แทบค้าง โดยฝั่งทิม พิธา สร้างตำนานบทใหม่ด้วยการกวาดไปกว่า 1 ล้านไลก์ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดครั้งหนึ่งของอินฟลูเอนเซอร์ไทย ส่วนฝั่งก้อย อรัชพร กระแสแรงไม่แพ้กัน ยอดไลก์ตามมาติดๆ ที่ประมาณ 8 แสนไลก์ พร้อมคอมเมนต์จากเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงที่ยกทัพมาแซวกันจนไอจีไหม้”
เรียกว่า ข่าวการมุ้งของ“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี กับ“ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” นางเอกละครซีรีส์จากเรื่อง“ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น” ยังดังกว่าข่าวจดทะเบียนสมรสที่เขตบางรักในวันวาเลนไทน์ ที่โดยปกติจะเป็นข่าวฮือฮาทุกปี โดยปีนี้สำนักงานเขตบางรัก กทม. จัดภายใต้ชื่องาน“รัก ณ บางรัก - Rak (Love) @ Bangrak” มีคู่สมรสมาจดทะเบียนกัน 1,246 คู่ ขณะที่ตัวเลขเมื่อเทียบกับอีก 4 เขตรองลงไปมีจำนวนต่างกันมาก คือ สำนักงานเขตบางขุนเทียน 98 คู่, สำนักงานเขตลาดกระบัง 96 คู่, สำนักงานเขตบางแค 94 คู่ และสำนักงานเขตหลักสี่ 86 คู่
สำคัญที่สุดก็คือ ข่าวเกี่ยวกับ“รังสแกมเมอร์ IO”ของพรรคส้ม ซึ่งนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ“แก้วตา”อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเปิดโปงว่า พรรคประชาชน ใช้ชั้น 4 ของอาคารอนาคตใหม่ที่ตั้งพรรคประชาชน เป็นที่ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ“IO”จากการสร้าง “เฟซบุ๊กผี” โดยบริษัท “Spectre C” ที่มีกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่ในเครือข่ายธุรกิจของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณและนายทุนพรรคส้มกับพวก เป็นหน่วยปฏิบัติการนั้น ได้ถูกข่าว“รักใหม่”ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลดทอนความสนใจลงไปโดยปริยาย
นอกจากข่าวดังกล่าวของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับหวานใจดาราสาว จะมาช่วยกลบข่าว“รังสแกมเมอร์ IO”ของพรรคส้ม แล้ว ข่าวนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ “เจี๊ยบหลังม็อบ”อดีต สส.พรรคก้าวไกล ที่ออกมาเปิดศึกกับนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ด้วยการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยไม่ระบุชื่อตัวบุคคลว่า “ไม่ว่าองค์กรใดก็ไม่ควรเป็นแพะรับบาป ให้กับคนที่พังตัวเองด้วยสารเสพติด” ก็ยังช่วยลดกระแสพร้อมกันไปด้วยอีกด้านหนึ่ง
โพสต์นี้ของ“เจี๊ยบ-อมรัตน์”ต้องถือว่าได้ผลตามยุทธวิธีปฏิบัติการ“IO”ของพรรคส้ม เพราะทำให้นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ต้องออกมาโพสต์ตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊ก“ธิษะณา ชุณหะวัณ - แก้วตา - Tisana Choonhavan” เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์วานนี้ได้ลบโพสต์นี้ไปแล้วว่า “เตรียมตัวรับหมายศาลค่ะ ฟ้องถึงที่สุด อีXXXไร้จิตสำนึก” ประเด็นนี้ก็เลยกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ขึ้นมาทันทีอีกเช่นกัน
นอกจากนั้น “แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ” ก็ยังหลงประเด็นไปเข้าทาง“ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่ได้เปิดศึกในโลกโซเชียลเพิ่มขึ้นอีกคู่หนึ่ง ซึ่ง“ไอซ์-รักชนก”ว่า “นี่คุณใช่คุณคนเดียวกับที่มาเกาะแขนดิฉัน พยายามจะตื้อให้ดิฉันคุยด้วย แล้วบอกด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานว่า ขอบคุณมากนะที่ไอซ์ทำงานหนักเพื่อพรรคของเรา งานของไอซ์มีคุณค่ากับประชาชนกับพรรคมาก” ส่วน“แก้วตา”โต้ว่า“อวยตัวเองประสาท แพ้เลือกตั้งเพราะมึงเป็นแกนนำนั่นแหละ ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย มึงเห็นแกนนำแคมเปญหาเสียงทั่วโลก เค้าเอาเด็กทะเลาะกับแม่ค้าในตลาดทุกวันนำหาเสียงหรอ แพ้แล้วยังไม่เจียม”
และตอนสามทุ่มของคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” ยังได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก“รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork” เกี่ยวกับข่าว“รังปฏิบัติการ IO”ของพรรคส้ม โดยกล่าวถึง“ธิษะณา ชุณหะวัณ” ว่า“อย่าไปตอบโต้มันเยอะเลยค่ะ ชี้แจงรายละเอียดเรื่อง io เสียเวลาค่ะ..ปล่อยมันเถอะแก้วตา มันจะไปพล่ามอะไร ช่องไหน เพจไหน อย่าไปสนใจ แค่นี้คนก็รู้แล้ว ว่ามันทำไปเพื่ออะไร”
ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ต่างจากคำคมในเรื่องสามก๊กที่“โจสิด”กล่าวกับ“โจผี”ผู้พี่เพื่อไม่ให้พี่ชายประหารชีวิตว่า“เถาถั่วต้มถั่ว” อันหมายถึงสายเลือดเดียวกันไม่ควรทำร้ายกันเอง ดังคำที่ว่า “ต้มถั่ว ใช้เถาถั่วเป็นเชื้อไฟ ถั่วร่ำไห้ในน้ำเดือดพล่าน ต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน ไยเผาผลาญร้อนรน จนป่านนี้”
แต่สำหรับพรรคส้มก็ต้องบอกว่า “ลากไส้ส้มโดยเลือดส้ม” คือซัดกันนัวยิ่งกว่าเด็กทะเลาะกัน และยิ่งจะทำให้ประชาชนคนไทย โดยเฉพาะ“ด้อมส้ม”ได้หูตาสว่างขึ้นมาได้บ้าง ว่านักการเมืองพรรคส้มที่อ้างว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่นั้น ที่แท้แล้วก็“ลวงโลก”กันทั้งสิ้น
เช่นที่รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย สรุปไว้ใน“ซีรีส์ชำแหละพรรคส้ม”ผ่านเฟซบุ๊ก“สุวินัย ภรณวลัย” ว่า “ในทางสังคมศาสตร์ พฤติกรรมของพรรคส้มและด้อมส้ม เรียกว่า Moral Policing คือพฤติกรรมหรือกลไกทางสังคมที่ คนหรือกลุ่มคนตั้งตนเป็น “ผู้ตรวจศีลธรรม” แล้วคอยเฝ้าระวัง ตัดสิน ลงโทษ หรือกดดันผู้อื่นให้คิด–พูด–เชื่อ–ยืนอยู่ในกรอบศีลธรรมแบบเดียวกับตน”
สรุปแล้ว นักการเมืองพรรคส้มก็คือ“มารในหมู่มาร” นั่นเอง หาใช่ “เทพในหมู่เทวดา”ผู้เลอเลิศแต่อย่างใดไม่ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี