วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การโกหกสังคม โกหกประชาชน ปั่นกระแสในโซเชียล เราจะเห็นคุ้นตาว่ามีเพจหลายๆ เพจ มีชื่อแอคเคาท์หลายๆ อัน แสดงความคิดเห็นเหมือนๆ กัน คำเดียวกัน ประโยคเดียวกัน เวลาไล่เลี่ยกัน ตามเพจต่างๆ
โดยเฉพาะช่วงเลือกตั้ง ปั่นกระแสว่าส้มมีคนนิยมชมชอบ จะมีคนเลือกทั่วประเทศ จะได้ สส. แลนด์สไลด์ ผลโหวตตามเพจต่างๆ ก็มาอันดับหนึ่งสวนทางกับเวลาผู้สมัครเดินตลาดจริงมีแม่ค้าโบกมือไล่ ไม่เอาส้ม
แต่พอความจริงปรากฏ ประชาชนคายส้มกันหลายจังหวัด ได้ สส. ต่ำกว่าเป้าแทนที่ผู้บริหารพรรคและผู้สมัครจะทบทวนบทเรียนจากการเลือกตั้ง กลับสนับสนุนเครือข่ายปั่นกระแสนับใหม่ทั้งประเทศ เอาเฟคนิวส์มาปั่น ฉวยโอกาสจากความผิดหวังของกองเชียร์ แล้วตามมาด้วยการหาเรื่องล้มการเลือกตั้ง
มีไอโอส้ม ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อเป้าประสงค์ข้างต้นนั้น หรือไม่?
ถ้าจริง มันคือการโกหกประชาชน หลอกลวงสังคม ใช้ข้อมูลเท็จปั่นกระแสลวง สร้างอุปทานหมู่ จิตวิทยามวลชนกดดันคุกคามประชาชนตัวจริงในสังคม เกินเลยไปถึงเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันสำคัญของประเทศ
1.นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวในรายการถกไม่เถียง แฉว่ามีไอโอส้ม ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารอยู่จริงๆ
“...ไอ้พวกคนที่มาคอมเมนต์ดิฉันเป็นหมื่นเป็นแสนคอมเมนต์ คอมเมนต์เดียวกัน ไอ้สเปกเตอร์ซีที่อยู่ชั้น 4 ตึกอนาคตใหม่ ถ้าคุณไม่หยุดดิฉันไปตัดไฟ ดิฉันบอกก่อน ไอโอมันมีทุกพรรคถ้าฟ้องดิฉันก็ฟ้อง ซึ่งสเปกเตอร์ซีเป็นหน่วยงานไอทีของพรรค แต่ไม่ได้มาชี้แจงกับสส.โดยตรงว่าทำงานอะไร แต่จะมีคนที่คอยมอนิเตอร์คอมเมนต์ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรค ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อมวลชนว่าพูดถึงพรรคอย่างไร ทั้งท็อปนิวส์และก็ฝั่งที่เชียร์ รวมถึงคอยมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวโลกออนไลน์ และแก้ตัวให้พรรค ซึ่งเป็นคนที่นั่งอยู่หน้าคอม...”
นี่คือการแฉครั้งสำคัญ จากปากของอดีตคนวงใน ระดับอดีต สส.กทม. ของพรรคประชาชนเอง
ถ้าเป็นความจริง จะตอกย้ำว่าข่าวสารเฟคนิวส์ ข่าวปั่นกระแส ปั่นหัวประชาชนเป็นจิ้งหรีด กระบวนการสร้างกระแส สร้างภาพให้ดูดีของพรรคส้ม หลอกให้รัก หลอกให้หลง หลอกให้เชื่อถือศรัทธา แล้วก็ปั่นหัวใช้เป็นเครื่องมือราวฝูงซอมบี้ มันมีขบวนการสร้างขึ้นมาหลอกลวงประชาชนให้ตกเป็นเหยื่อ แทบไม่ต่างจากวิธีของพวก Scam เขมร อย่างไร
2.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน รีบออกมาปฏิเสธว่า พรรคประชาชนไม่เคยทำไอโอ
ยืนยัน พรรคไม่ได้ทำปฏิบัติการไอโอ แต่รับว่า เคยจ้างสเปกเตอร์ซีผลิตสื่อลงเพจพรรค
จากนั้น พาสื่อทัวร์ทัวร์ชั้น 4 พบว่า มีการนำผ้าใบมาคลุมบริเวณโต๊ะทำงานทั้งหมด รวมถึงปูที่พื้น อ้างว่าอยู่ระหว่างปรับปรุงซ่อมแอร์
3.น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ อดีตผู้สมัคร สส.อนาคตใหม่ ก็เคยออกมาแฉเช่นกันกับคุณแก้วตา
ดร.โจ ชาญวิทย์ ใจสว่าง เคยแฉว่า
“...เฟซบุ๊กที่ไม่มีตัวตน ถูกสร้างมาจากบริษัทดูแลเว็บไซต์ครับ
เราตรวจสอบจนพบ มีการใช้ทีมเฝ้าหน้าจอที่วิจารณ์พรรค เขาสร้างไว้เป็นร้อยๆ เฟซบุ๊ก นับไม่ทัน แล้วจะถล่มพร้อมกัน ก็อปภาษา แต่งคำต่างนิดหน่อย แล้วถล่มเรียงกันเลย
เขาติดตามทุกคนที่วิจารณ์พรรค ที่ตั้งแยกไปอยู่อีกสถานที่หนึ่ง (ไม่เปิดเผยออกสื่อ) ทำงาน 07.00- 24.00 น. เต็มกำลัง รอคิดภาษาสำนวนด่าคนเพื่อให้คนที่ไม่รู้เรื่องราวพลอยเกลียดชังไปด้วยคำเหล่านี้
เฟซบุ๊กเหล่านี้จะไปถล่ม พร้อมกับเพื่อนการเมืองของผม
ดังนั้น ฝ่ายไอทีของผมตรวจสอบเฟซบุ๊กผี แล้วสกัดไม่ให้เข้ามาด่าทออย่างไร้เหตุผล สกรีนตัวตนเฟซบุ๊กก่อน ผมยอมรับความแตกต่าง พูดคุย สอบถามกันนะครับว่าจริงเท็จอย่างไรคุยกัน
แต่ผมไม่พร้อมตอบโต้กับคนไม่ถามหาข้อมูลแลกเปลี่ยนใดๆ โดยเฉพาะเฟซบุ๊กผี ใช้คนปลอมเข้ามาเพื่อประณาม หยาบคายอย่างเดียว ขอบคุณครับ”
4. แสดงว่า อาจมีการทำมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ฐานอยู่ที่ไทยซัมมิท ทาวเวอร์
มีคนทำหน้าที่เหมือนศูนย์บัญชาการกำหนดยุทธศาสตร์ กำหนดประเด็น กำหนดหัวข้อชี้นำ กำหนดการตอบโต้ กำหนดมวลชนเป้าหมาย ใช้แพลตฟอร์มใด
คุณไทกร บอกว่า “ยุคนั้น ฐานปฏิบัติการหรือห้องปฏิบัติการ IO อยู่ตึกแถวแยกสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก เป็นบริษัทเอกชน รับงานจาก Spectre C อีกทอด
ในยุคพรรคก้าวไกลได้ย้ายที่ทำการมาที่อาคารอนาคตใหม่ด้านหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง Spectre C ก็ย้ายกองบัญชาการมาตั้งอยู่ที่อาคารอนาคตใหม่ชั้น 4,5 ภารกิจเดิมคือ ล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่
Spectre C ที่อาคารอนาคตใหม่ เป็นศูนย์บัญชาการ มีหน้าที่ควบคุมยุทธศาสตร์
ส่วนฐานปฏิบัติการ IO มีบุคลากรเป็น 100 คน คอมพิวเตอร์เป็น 100 เครื่อง คอยเผยแพร่คอนเทนท์ ตอบโต้การเมืองฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติการเชียร์พรรคส้มเช่น คอมเมนต์ประเภท “กาส้มทั้งสองใบ” “เลือกส้มทั้งบ้าน” ฯลฯ ก็ถูกปล่อยออกมาจากฐานปฏิบัติการ IO ติดตั้งอยู่ที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก
ในการเลือกตั้งปี 2566 Spectre C ได้เพิ่มแพลตฟอร์มจาก Twitter เพิ่ม TikTok เข้ามา กลายเป็นสองแพลตฟอร์มหลักที่ใช้ในการทำ IO
ในการเลือกตั้งปี 2569 Spectre C ได้ทำ IO ทุกแพลตฟอร์ม Twitter, TikTok, Facebook
หากการทำ IO เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคการเมือง หรือชี้แจงข้อเท็จจริงหากถูกโจมตีใส่ร้ายก็เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองสามารถทำได้ แต่หากใช้ปฏิบัติการIO เพื่อล้างสมอง ล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่ โดยความคิดใหม่นั้นสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับคนไทย ไม่ต้องเคารพศาสนา ไม่เคารพพ่อแม่ ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีสถาบันหลักของชาติ ฟังเพลงชาติไทย แล้วสะอิดสะเอียน ฯลฯ
ก็ถือว่า การปฏิบัติการ IO แบบนี้ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง สมควรที่คนไทยต้องรู้ทัน และร่วมกันจัดการ IO อุบาทว์แบบนี้ให้หมดไปจากสังคมไทย...” - ไทกร พลสุวรรณ กล่าว
5.ที่ผ่านมา ขบวนการส้มสามนิ้ว ถูกมองว่า มีวิธีการสื่อสารการเมืองการโฆษณาชวนเชื่อ มักใช้ข้อมูลบิดเบือน ใช้ความจริงเสี้ยวเดียว ปั้นแต่งวาทกรรมต่างๆ เพื่อครอบงำ โน้มน้าว ชี้นำความคิดของคนในสังคม กระทบกับสถาบันหลักของชาติ ยันกองทัพ พรรคคู่แข่ง หรือแม้แต่ค่านิยมสำคัญอันเป็นพื้นฐานความสงบสุขในสังคม
ที่ผ่านมา เราเห็นการใช้โซเชียลมีเดียอย่างเชี่ยวชาญและเป็นระบบเครือข่ายสามารถยึดพื้นที่แพลตฟอร์มหลัก Facebook, Twitter (X), TikTok, Instagram,YouTube ยอดเอนเกจของเครือข่ายส้มข่มทับพรรคอื่นหมด บางบัญชีไม่เปิดเผยตัวตนจำนวนมากก็เพิ่มยอดความเคลื่อนไหว
ใช้ภาพถ่ายมุมกล้อง คลิปสั้น แฮชแท็กสั้นๆ กราฟิก อินโฟกราฟิก คำที่เร้าความรู้สึก บางส่วนก๊อบปี้ดัดแปลงจากหนังสือ ภาพยนตร์ หรือผู้นำทางความคิดในต่างประเทศ แต่นำมาใช้ให้คนหลงใหล รู้สึกร่วม
ที่สำคัญ ใช้วิธีสร้าง “เรื่องเล่า” (Narrative) ที่ชัดเจน และเร้าอารมณ์
ประการสำคัญ การผลิตสื่อและจัดการข้อมูล ไม่ใช่แค่ชี้แจงตอบโต้ทางการเมือง แต่รวมถึงจัดสร้าง information echo chamber ให้กับพรรคการเมืองส้ม สร้างโลกลวงหลอกที่ส้มมีแต่ความเก่ง ความเท่ความดีงาม แต่คู่แข่งชั่วร้าย ต้องทำลาย ต้องกำจัด พ่อแม่ก็ไม่ต้องกตัญญูหากไม่เลือกส้ม
ใช้ข้อมูลประดิษฐ์วาทกรรม และอัลกอริทึมควบคุมการรับรู้ของประชาชนให้หลงในพรรคส้มหัวปักหัวปำ
กลยุทธ์และวิธีการสื่อสารโฆษณาชวนเชื่อของพลพรรคส้มมีทั้งในที่สว่างเปิดเผยตัวตน และยังมีในที่มืด ไม่เปิดเผยตัวตน นั่นก็คือปฏิบัติการไอโอส้ม ดั่งที่สงสัยกันมาก่อนหน้านี้นั่นเอง
คำว่า Spectre แปลว่า “ผี” หรือ “เงาหลอน”
ก็พอดีว่า บริษัทดังกล่าว ตั้งชื่อว่า Spectre C
6. ล่าสุด ประเด็นใหญ่ที่พรรคส้มจะต้องชี้แจงสังคมให้กระจ่างชัด และกกต.ต้องตรวจสอบว่าใครทำผิดกฎหมายหรือไม่ จะต้องดำเนินคดีต่อไปอย่างไร คือ
การสมัครสมาชิกพรรคส้ม ทำไมต้องบังคับใส่เลขหลังบัตรประชาชน “Laser ID” ?
กกต.ไม่ได้สั่งให้เก็บข้อมูลส่วนนี้ พรรคอื่นไม่มีใครเก็บ เนื่องจากเป็นรหัสที่สามารถเชื่อมต่อกับเลขบัตรแล้วสามารถเข้าถึงข้อมูลธุรกรรมต่างๆ
เพจ The METTAD ตั้งข้อสงสัยว่า
“1. ละเมิดหลัก Data Minimization หรือ มาตรา 22 กฎหมายระบุชัดว่า ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเก็บข้อมูล เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ในเมื่อ กกต.ไม่เคยมีระเบียบข้อไหนบังคับให้พรรคการเมืองต้องเก็บ Laser ID การดึงดันจะเอาข้อมูลส่วนนี้ให้ได้ จึงเป็นการเก็บข้อมูลที่ “เกินขอบเขต” และผิดกฎหมาย
2. ความเสี่ยงระดับวินาศกรรม Laser ID ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือ “กุญแจ e-KYC” ที่ใช้ยืนยันตัวตนทำธุรกรรมการเงินและเจาะเข้าระบบรัฐ การที่พรรคปล่อยให้ข้อมูลระดับคอขาดบาดตายของสมาชิกกว่า 100,000 คน ไปตกอยู่ใน Database ของผู้พัฒนาเว็บไซต์อย่าง Spectre C ถือเป็นความสุ่มเสี่ยงที่ละเมิดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย มาตรา 37 อย่างร้ายแรง!
เมื่อนำจิ๊กซอว์มาต่อกัน จากคำแฉของอดีต สส.แก้วตา ที่ระบุชัดว่า Spectre Cมี “ทีมมอนิเตอร์ออนไลน์” ที่คอยขับเคลื่อน IO ปั่นกระแสและตอบโต้คอมเมนต์มันนำไปสู่สมมุติฐานที่น่าขนลุกที่สุด “เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้อมูล Laser ID ของประชาชนนับแสนที่อยู่ในมือ Spectre C กำลังถูกนำไปสวมรอย สร้างเป็น “โปรไฟล์โซเชียลมีเดียที่มีตัวตนจริง”จำนวนมหาศาล เพื่อใช้เป็นอาวุธและโล่มนุษย์ในสงครามข้อมูลข่าวสารออนไลน์?”
สารส้ม

จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน
เปิดตัวอีกคู่ ไผ่ ลิกค์ โพสต์ภาพคู่หวานใจฉลองวาเลนไทน์
ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี