วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
คำแถลงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เท่ากับการส่งสัญญาณไปยังพรรคเพื่อไทยรับทราบ พร้อมกับประกาศให้ประชาชนคนไทยรับรู้ว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ และด้านความมั่นคง จะเป็นของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด
ข้อความที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Anutin Charnvirakul” มีรายละเอียด ตามที่ประมวลมาดังนี้
1.“ผมขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้ ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ”
2.“พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการเพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด”
3.“การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิก MOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย”
4.“ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป”
5.“พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์”
6.“ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรมท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา”
7.“ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง”
คำแถลงดังกล่าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เป็นไปตามที่พรรคภูมิใจไทยโดยนายอนุทินได้ประกาศไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ว่านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นอกจากกระทรวงหลักที่ว่านั้นแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยยังต้องการเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย เพื่อให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยเป็นทีมเดียวกันทั้งหมด โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกับกระทรวงพาณิชย์ควบคู่กับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาผลิตผลทางการเกษตรและราคาสินค้า รวมทั้งการหาตลาด ซึ่งจะทำให้การดำเนินนโยบายไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ติดขัด
และก็เพราะเงื่อนไขเกี่ยวกระทรวงเกษตรฯนี้เอง ที่พรรคกล้าธรรม โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ยอมคายให้พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยจึงจำต้องไปเชื้อเชิญพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล แบบต้องยอมกลืนเลือด เพราะการที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือก สส.พรรคภูมิใจไทยเข้ามาอย่างท่วมท้นเป็นอันดับหนึ่งในครั้งนี้นั้น ก็เนื่องจากไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำครั้งนี้ ก็ยังหาใช่ว่าจะลงตัวเสียทีเดียว ยังต้องต่อรองกันอีกหลายยก เพราะการที่พรรคภูมิใจไทยรวบกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญไว้หมด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายที่ประกาศไว้นั้น ที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทยจะคิดเห็นอย่างไร เนื่องจากนโยบายของตนที่ได้หาเสียงไว้ ย่อมทำไม่ได้เต็มที่เหมือนกับพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาล
โดยเฉพาะนโยบาย“ลด-แลก-แจก-แถม”ของพรรคเพื่อไทย คือ“สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ด้วยการแจกเงินประชาชนคนละ 1 ล้านบาททุกวัน นโยบายนี้เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยคงไม่เอาด้วย และหากพรรคเพื่อไทยทำไม่ได้อย่างที่หาเสียงไว้ นั่นก็หมายถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยมีขนาดเล็กลงไปอีก เพราะชาวบ้านหมดความเชื่อถือ และพรรคเพื่อไทยก็คงไม่ยอมเช่นกัน
ยิ่งเมื่อได้ฟังนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อแจ้งข่าวสารให้มวลชนของพรรคเพื่อไทยทราบถึงเหตุผลที่ต้องเข้าร่วมเป็นรัฐบาลผสมกับพรรคภูมิใจไทยก็พอจะจับทิศทางได้ โดยนายจุลพันธ์ระบุว่า “การร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยเรายังคงมีความเป็น “อิสระ” ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการ “ร่วม” อย่างชัดเจน”
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการตัดสินใจตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อให้มวลชนของพรรคเพื่อไทยรับทราบ โดยระบุว่า “การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยนั้น อาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นี่คือธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครจับมือกับใคร คำถามคือประชาชนจะได้อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้ การเป็นฝ่ายค้านอาจพูดได้เต็มที่ แต่การเป็นรัฐบาลคือการลงมือทำจริง”
อ่านระหว่างบรรทัด ทั้งของนายนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายภูมิธรรม เวชยชัย แล้ว ไม่ง่ายสำหรับพรรคภูมิใจไทย และถ้าทุกอย่างผ่านไปได้ สามารถแบ่งกระทรวงลงตัวและผสมผสานนโยบายกันได้ ก็ต้องเฝ้าดูกันต่อไปอีกว่า เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วจะไปกันได้กี่น้ำ
เพราะเสือสองตัวนั้น มิอาจอยู่ถ้ำเดียวกันได้ โดยเฉพาะ“เสือลำบาก”อย่างพรรคเพื่อไทยที่ไม่ต้องการเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งอันที่จริงทั้งสองพรรคต่างก็“ขบเหลี่ยม”และมีความหลังร้าวลึกกันอยู่แล้วเป็นทุน แต่การเข้ามาร่วมเป็นรัฐบาลด้วยกันก็เพราะต่างฝ่ายต่างต้องพึ่งพาจำนวนเสียง สส.เป็นสำคัญ
ดังนั้น การที่พรรคภูมิใจไทยเชื้อเชิญพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล ก็เหมือนนำเอา“อสรพิษ”เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

กองทัพบกเอาจริง! สั่งขัง 10 พลทหาร-ฟันผู้บังคับบัญชา ปมวิวาทในค่าย
แม่ค้าตามสั่งเมืองย่าโมครวญ กัดฟันขายอาหาร 30 บาท สู้ราคาพลังงานพุ่ง
คืนชีวิตใหม่! เผยโฉม น้องฟ้า เหยื่อทารุณกรรมปี 64 หลังรักษานาน 4 ปี ผ่าตัด 11 ครั้ง
สกัดจับแก๊งขนสัตว์ป่าข้ามชาติ รวบ 2 หนุ่มไต้หวันคาดอนเมือง หวังบินข้ามส่งขายบ้านเกิด
ผ่าราคาน้ำมัน 9 ปั๊มดัง! เช็กก่อนเลี้ยวเข้าปั๊ม ประจำวันที่ 4 เม.ย.69

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี