วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ยังเป็นประเด็นร้อนแรงฮือฮา สำหรับกรณีที่อดีต สส. แก้วตา พรรคส้ม ออกมาแฉขบวนการไอโอส้ม
“...ไอ้สเปกเตอร์ซีที่อยู่ชั้น 4 ตึกอนาคตใหม่ ถ้าคุณไม่หยุดดิฉันไปตัดไฟ...
... สเปกเตอร์ซีเป็นหน่วยงานไอทีของพรรค แต่ไม่ได้มาชี้แจงกับสส.โดยตรงว่าทำงานอะไร แต่จะมีคนที่คอยมอนิเตอร์คอมเมนต์ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรค ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อมวลชนว่าพูดถึงพรรคอย่างไร ทั้งท็อปนิวส์และก็ฝั่งที่เชียร์ รวมถึงคอยมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวโลกออนไลน์ และแก้ตัวให้พรรค ซึ่งเป็นคนที่นั่งอยู่หน้าคอม...”- อดีต สส.ส้ม แก้วตา กล่าว
อย่างไรก็ตาม คุณไทกร พลสุวรรณ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Spectre C ที่อาคารอนาคตใหม่ เป็นศูนย์บัญชาการ มีหน้าที่ควบคุมยุทธศาสตร์ ส่วนฐานปฏิบัติการ IO มีบุคลากรเป็น 100 คน คอมพิวเตอร์เป็น 100 เครื่อง คอยเผยแพร่คอนเทนต์ ตอบโต้การเมืองฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติการเชียร์พรรคส้ม เช่น คอมเมนต์ประเภท “กาส้มทั้งสองใบ” “เลือกส้มทั้งบ้าน” ฯลฯ ก็ถูกปล่อยออกมาจากฐานปฏิบัติการ IO ติดตั้งอยู่ที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก
1. สื่อสังคมออนไลน์เป็นอาวุธสร้างภาพปั่นกระแสหลอกลวงได้ผลจริง
ต.ตุลยากร มองว่า
“จากกรณี บริษัท Spectre C ถูกคุณแก้วตาเปิดโปงว่ารับทำ IO ให้กับพรรคส้มแล้วก็มีชาวด้อมหลายคนออกมาแก้ต่างว่า แค่ทำประชาสัมพันธ์ ไม่ได้ทำ IO
ก็อยากจะบอกว่า การใช้โซเชียลมีเดียในปัจจุบันไม่ได้มีแค่การทำ IO ใช้ทำอย่างอื่นด้วยครับ
รายงานของ MERCY CORPS ได้ระบุว่า ทั่วโลกมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นอาวุธใน 4 รูปแบบหลัก คือ
1. ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations) ทำลายกระบวนการตัดสินใจ และลดความชอบธรรมของฝ่ายตรงข้ามท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัฐ
2. การบงการทางการเมือง (Political Manipulation) การบิดเบือนข้อมูลเพื่อชักใยวาทกรรมทางการเมืองภายในรัฐอย่างเป็นระบบ
3. วาทกรรมเกลียดชังทางดิจิทัล (Digital Hate Speech)
4. การปลุกระดมความสุดโต่งและการเกณฑ์คน (Radicalization and Recruitment)ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือสำหรับการเกณฑ์คน และการประสานงาน ในการก่อม็อบ ก่อความรุนแรง
ตัวอย่างของการบิดเบือนทางการเมืองที่ Mercy Corps ยกมา เป็นการใช้บัญชีโทรลล์ที่ได้รับค่าจ้างอย่างเป็นระบบ บอท เครือข่ายบัญชีปลอม และอินฟลูเอนเซอร์ที่จ้างมา ที่เผยแพร่เรื่องเล่า (narratives) ที่สนับสนุนประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต (รวมถึงข้อมูลที่ผิดและข้อมูลบิดเบือน) ในระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ปี 2016
นอกจากนั้น งานวิจัยของ Philip N. Howard, Samuel Woolley และ Ryan Calo ได้กล่าวถึง การใช้บอททางการเมืองไว้ ดังนี้
1.สร้างความนิยมปลอม: ทำให้ดูเหมือนมีคนจำนวนมากสนับสนุนผู้สมัครหรือประเด็นนโยบาย
2.การรณรงค์ซอมบี้ (Zombie electioneering): บัญชีบอทสามารถโปรแกรมให้มีมุกตลก ความคิดเห็น และลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูลออนไลน์ต่างๆ
3.AstroTurf campaigns: สร้างภาพลวงตาของการสนับสนุนจากรากหญ้าที่ไม่มีจริง
4.การประสานงานแคมเปญ: บัญชีบอทสามารถมีการสนทนาที่จัดฉากเพื่อทำให้ผู้สมัครบางคนดูดี
ครับ น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าที่บ้านเรา มีอย่างนี้มั้ยครับคุณแก้วตา”
2.กกต. กระทรวงดีอี ไม่ควรเพิกเฉยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ถ้าพรรคการเมืองจ้างฝ่ายประชาสัมพันธ์ ชี้แจงตอบโต้ปกติ ไม่น่าจะเป็นปัญหา
แต่หากปฏิบัติการข่าวสารที่ทำนั้น ครอบคลุมไปถึงการบิดเบือนข่าวสารเจตนาแพร่เฟกนิวส์เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง โกหกประชาชน หลอกลวงสังคมใช้ข้อมูลเท็จปั่นกระแสลวง สร้างอุปทานหมู่ จิตวิทยามวลชนกดดันประชาชนตัวจริงในสังคม ด้อยค่ากองทัพ หรือเกินเลยไปถึงเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันสำคัญของประเทศ ฯลฯ
.jpeg)

อาจจะเป็นปัญหาใหญ่
และโดยเฉพาะในช่วงที่มีกฎหมายเลือกตั้งที่ผ่านมา
กกต. กระทรวงดีอี ไม่ควรเพิกเฉยเรื่องนี้ เพราะมันคือข้อสงสัยต่อการใช้กระบวนการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเพื่อผลคะแนนการเลือกตั้ง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในคะแนนนิยม จูงใจให้เกิดคะแนนนิยมแก่ตนเอง หรือทำลายคู่แข่ง โจมตีความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้งและกกต.ด้วยหรือไม่ การกระทำเลวร้ายไม่ต่างจากการซื้อเสียง
ควรตรวจสอบ ตรวจค้นระบบคอมพิวเตอร์ จากเหตุสงสัยในสังคมขณะนี้
เพื่อพิสูจน์ว่า มีขบวนการปั่นข่าวสารเฟคนิวส์ สร้างกระแส ปั่นหัวประชาชนเป็นจิ้งหรีด สร้างภาพให้ดูดีของพรรคหลอกให้รัก หลอกให้หลง หลอกให้เชื่อถือศรัทธา แล้วก็ปั่นหัวใช้เป็นเครื่องมือ ราวฝูงซอมบี้ หลอกลวงปั่นหัวใช้ประชาชนเป็นเหยื่อ แทบไม่ต่างจากวิธีของพวก Scam เขมร หรือไม่ อย่างไร
3.กระชากหน้ากากIOล้างสมองดิจิทัลโล่มนุษย์โซเชียล
คุณ พีระชาติ อินตา ให้มุมมองและความรู้เพิ่มเติม น่าสนใจ ระบุว่า
“...เมื่อไอโอตัวจริงทำการ “ปั่น” ข้อมูลเท็จหรือวาทกรรมบิดเบือนลงในโซเชียลอัลกอริทึมจะทำหน้าที่ส่งข้อมูลนั้นไปหลอกหลอนสายตาคุณซ้ำๆ วันละเป็นสิบเป็นร้อยรอบ และกระบวนการเหล่านี้จะจ้าง influencer ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก มาช่วยปั่นเพื่อยืนยันความถูกต้อง
เมื่อสมองเราเห็นอะไรซ้ำๆ จากข้อมูล fake news หรือจาก influencerคนดัง ที่เราชื่นชอบ จิตใต้สำนึกจะเริ่มลดกำแพงการกลั่นกรองลง และเริ่มทึกทักไปเองว่า “เรื่องที่คนพูดเยอะขนาดนี้ต้องมีส่วนจริงบ้างแหละ” การดูซ้ำๆ ฟังซ้ำๆ เปรียบเสมือนการโดนสะกดจิตหมู่ที่ทำให้คนธรรมดาค่อยๆ ซึมซับเอาความเกลียดชังและตรรกะวิบัติมาเป็นของตัวเอง จนในที่สุดก็ลุกขึ้นมา “สู้เพื่อพรรค” ด้วยความอินจัด ทั้งที่ความจริงเขากำลังสู้เพื่อ “บทละคร” ที่ไอโอตัวจริงเขียนไว้ให้เสพต่างหากครับ
ความเก่งกาจของพรรคการเมืองที่ถือเทคโนโลยีล้ำสมัย คือการสร้าง “ห้องแห่งเสียงสะท้อน” (Echo Chamber) ครับ เขาใช้ดาต้าวิเคราะห์ความชอบ ความโกรธ และความเกลียดของคน แล้วส่งคอนเทนต์ที่ “จี้ใจดำ” ไปเสิร์ฟให้ถึงที่ เมื่อคนกลุ่มนี้เสพข้อมูลด้านเดียวไปนานๆ สมองจะเริ่มสร้างกลไกป้องกันตัว และมองคนเห็นต่างเป็นศัตรูทันทีครับ
กระบวนการล้างสมองนี้เนียนมากครับ เริ่มจากการส่ง ไอโอตัวจริง(Professional IO) เข้าไปปั่นกระแส สร้างวาทกรรม และวาง “กับดักทางอารมณ์” ไว้ตามกลุ่มต่างๆ เมื่อไอโอตัวจริงเริ่มจุดไฟ กลุ่มคนที่ตกเป็นเหยื่อก็จะรับเชื้อเหล่านั้นมาขยายต่อโดยไม่รู้ตัว จนถึงจุดหนึ่งที่พวกเขาจะลุกขึ้นมาทำหน้าที่แทนไอโอตัวจริง โดยการไล่ถล่มคอมเมนต์หรือปั่นกระแสให้พรรคที่ตัวเองรักอย่างบ้าคลั่ง
โดยที่พรรคนั้นไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเดียว นี่คือการใช้ “พลังมวลชนที่ถูกบิดเบือน” มาเป็นโล่มนุษย์ชั้นดี เพราะเมื่อไหร่ที่เราไปขุดคุ้ยหาความจริง พรรคพวกนี้ก็จะอ้างว่า “นี่คือเสียงบริสุทธิ์ของประชาชน” ทั้งที่จริงมันคือผลผลิตจากโรงงานล้างสมองดิจิทัลที่ผ่านการปรุงแต่งมาอย่างดี
เจาะลึกกลไก IO พรรคการเมือง : พิมพ์เขียวสงครามที่พี่น้องต้องรู้เท่าทัน พรรคการเมืองที่เซียนไอทีเขาไม่ได้แค่จ้างคนมาพิมพ์ด่าครับ แต่วางระบบที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็น AI Swarm Intelligence การใช้ฝูงบอท AI ที่สามารถโต้ตอบได้สมจริง มีการตั้งค่า “บุคลิก” ให้บอทแต่ละตัวแตกต่างกันบางตัวเป็นสายวิชาการ บางตัวเป็นสายเกรียน เพื่อสร้างภาพลักษณ์มวลชนที่หลากหลายตบตาคนดู
มีระบบ War Room Monitoring หรือ Social Listening ขั้นสูงที่มอนิเตอร์คีย์เวิร์ดสำคัญตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อไหร่ที่มีใครคอมเมนต์ “แฉความจริง” ระบบจะสั่งการให้ไอโอเข้าชาร์จทันทีในระดับวินาที ใช้เทคนิค Character Assassination หรือการสังหารตัวตน ไอโอจะไม่เถียงด้วยเหตุผล แต่จะรุมด่าที่ตัวบุคคล ขุดประวัติ หรือด่าด้วยคำหยาบคายเพื่อให้คุณรู้สึกอับอายและลบคอมเมนต์ไปเอง
รวมถึงการสร้าง False Consensus หรือมติมหาชนปลอม ปั่นโพลหรือยอดไลก์และคอมเมนต์อวยในโพสต์ของตัวเองให้ดูถล่มทลาย เพื่อให้คนที่ผ่านไปมาเข้าใจผิดว่า “นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วย”…” - พีระชาติ อินตา
4. ประการสำคัญ... พ.ร.บ.คอมพ์ พ.ร.บ.เลือกตั้งฯ ล้วนแต่มีข้อห้าม บทลงโทษผู้ที่ใช้ความเท็จในระบบคอมฯ สร้างความนิยมจอมปลอม (ไม่ต่างจากพวกสแกม หลอกให้รักให้เชื่อถือ) หรือหลอกให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพวกตนหรือคู่แข่ง ใส่ร้ายป้ายสี บูลลี่ ด้อยค่าคนที่ไม่เลือกพรรคของตนเอง ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดการทำผิดกฎหมาย
ยังไม่นับว่าข้อมูลนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลหมิ่นประมาทสถาบัน ฯลฯ ผิดตามกฎหมายอื่นๆ อีกหรือไม่?
กกต. ตำรวจไซเบอร์ และดีอี ควรตรวจค้นระบบคอมพ์ ของไอโอ(IO) ส้ม เพื่อดูว่ามีการใช้แอคเคาท์อะไรบ้าง สื่อข้อมูลแบบไหนบ้าง พิสูจน์ว่า แค่พีอาร์ หรือปั่นข้อมูลผิดกฎหมายเลือกตั้ง? เกี่ยวพันถึงใครบ้าง?
คำว่า Spectre แปลว่า “ผี” หรือ “เงาหลอน”
อย่ารอให้ประเทศตกอยู่ใต้อิทธิพลบังคับขู่เข็ญชักใยของผีส้ม จะปั่นหัวให้ซอมบี้ไปชุมนุมที่ไหน ชี้เป้าใคร กดดันเล่นงานใคร หรือแม้แต่ทำผิดกฎหมายอะไรก็ได้ (คนอื่นติดคุกแทน) เพราะถึงวันนั้น ประเทศชาติจะเกิดสงครามกลางเมือง ใครจะรับผิดชอบ?
สารส้ม

คืนชีวิตใหม่! เผยโฉม น้องฟ้า เหยื่อทารุณกรรมปี 64 หลังรักษานาน 4 ปี ผ่าตัด 11 ครั้ง
สกัดจับแก๊งขนสัตว์ป่าข้ามชาติ รวบ 2 หนุ่มไต้หวันคาดอนเมือง หวังบินข้ามส่งขายบ้านเกิด
ผ่าราคาน้ำมัน 9 ปั๊มดัง! เช็กก่อนเลี้ยวเข้าปั๊ม ประจำวันที่ 4 เม.ย.69
ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ลาออก สส. นิกร จำนง ขึ้นเป็น สส. ป้ายแดง
F-15 โดนสอยร่วง นักบินสูญหาย 1 อิหร่านตั้วค่าหัวจับเป็น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี