วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
น่าจับตาปมประเด็นเกี่ยวกับ“ไอโอ-สเปกเตอร์ ซี”(Spectre C) กับ “หมายเลข Laser ID”ที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน เพราะสองเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าข่ายผิดกฎหมายและละเมิดรัฐธรรมนูญ อันอาจส่งผลต่อการอยู่หรือไปของพรรคประชาชน
โดยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ วานนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนหรือไต่สวนพรรคประชาชน กรณีที่นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสส.พรรคประชาชน ออกมาให้ข่าวว่า พรรคประชาชน ใช้“บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด” (Spectre C) ที่มีสำนักงานอยู่ชั้น 4 อาคารอนาคตใหม่ เป็นศูนย์ปฏิบัติการ IO หรือ “ศูนย์ปฏิบัติการชี้นำข้อมูลข่าวสาร”
การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวของนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณผ่าน “รายการถกไม่เถียง” ทางสถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ในวันรุ่งขึ้นนายพริษฐ์ วัชรสินธุโฆษกพรรคประชาชน ได้พาสื่อมวลชนขึ้นไปชั้น 4 อาคารอนาคตใหม่ และได้ชี้แจงสรุปว่า “บริษัท Spectre C” เป็นบริษัทที่พรรคประชาชนจ้างให้ผลิตสื่อ หรือกราฟิก หรือคลิปวิดีโอ ที่ปรากฏในเพจพรรค โดยการว่างจ้างแต่ละครั้งเป็นการใช้งบประมาณของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง กกต. ดังนั้นจึงมีการชี้แจงอย่างชัดเจนอยู่แล้วตามกฎหมาย ไม่ได้ทำไอโอตามที่ถูกกล่าวหา
ขณะที่คำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ตั้งประเด็นขอให้สืบสวนหรือไต่สวนว่า พรรคประชาชนมีส่วนเข้าไปถือหุ้นครอบงำหรือใช้อำนาจในการดำเนินการของบริษัทหรือไม่ เพราะหากตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560ที่ห้ามพรรคการเมืองต้องไม่ดําเนินกิจการอันมีลักษณะเป็นการแสวงหากําไรมาแบ่งปันกัน และในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมามีการใช้“IO” ในลักษณะใส่ร้ายป้ายสี หรือใช้ข้อมูลเท็จในการหาเสียงหรือไม่
ตามคำร้องนี้ หากนายทะเบียนพรรคการเมือง ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนแล้วพบว่า พรรคประชาชนผิดจริง นั่นก็จะเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (5) ที่บัญญัติห้ามผู้ใดหลอกลวงบังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ซึ่งมีบทลงโทษจำคุก 1 – 10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท พร้อมทั้งกรรมการบริหารพรรคจะต้องถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยที่ศาลอาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปีก็ได้ และที่สำคัญ
ความผิดฐานดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรา 92 อันจะนำไปสู่การยุบพรรคการเมือง
ตามไปดูต่อ จากข้อมูลของ“สำนักข่าวอิศรา” พบว่า“บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด” เดิมชื่อ “บริษัท เพียร์สันสเปกเตอร์ ลิท จำกัด” จดทะเบียนเมื่อ 14 มกราคม 2563 ทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ประกอบการจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นๆ ผ่านทางออนไลน์ การบริการตัดต่อภาพและเสียงกิจกรรมทางกฎหมายและบัญชี ที่ตั้งปัจจุบันเลขที่ 167 ชั้น 5 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (ที่ทำการพรรคประชาชน)
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ“สำนักข่าวอิศรา”พบว่าผู้ถือหุ้นและกรรมการ“บริษัท สเปกเตอร์ ซีฯ” มีสัมพันธ์เชื่อมโยงกับแกนนำพรรค“อนาคตใหม่-ก้าวไกล-ประชาชน”3 คน คือ นายนันทพร อาศิรพจนกุล สามีของนางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 10,675 หุ้น หรือร้อยละ 74.65 ของหุ้นทั้งหมด, นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ อดีตเหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ และอดีตผู้ชำนาญการประจำตัวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อครั้งเป็น สส.และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ก่อนพ้นสมาชิกภาพ โดยถือหุ้น 687 หุ้น และอีกคนหนึ่งคือ นายพุฒิพงศ์ พงศ์อเนกกุล ในฐานะเป็นกรรมการบริษัท
อย่างไรก็ดี “สำนักข่าวอิศรา”ตามไปขุดต่อและพบอีกว่า ทั้งนายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ และนายพุฒิพงศ์ พงศ์อเนกกุล ยังเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการ“บริษัท ส้มจี๊ดเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด” ดำเนินกิจการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร การผลิตนมสด นมพาสเจอร์ไรซ์ และนมสเตอริไลซ์ ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 299,997 หุ้น หรือร้อยละ 99.9 ของหุ้นทั้งหมด3 แสนหุ้น และมีอดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ 2 คนเป็นกรรมการในบริษัทนี้ คือ พล.ท.พงศกร รอดชมภู และ“ช่อ-พรรณิการ์ วานิช”
นอกจากนั้น เมื่อตามไปดูต่อ พบอีกว่า นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ ยังเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น “บริษัท เท่าเบฟจำกัด” และ“บริษัท เท่า เบฟ เวนเจอร์ จำกัด” ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต สส.พรรคส้ม และปัจจุบันเป็นว่าที่ สส.กทม. เขต 33 โดยบริษัท“เท่าเบฟ จำกัด”ประกอบกิจการบริการด้านเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นหลัก ส่วนบริษัท“เท่า เบฟ เวนเจอร์ จำกัด” ประกอบกิจการขายส่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ส่วนนายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล ไม่เพียงแต่เป็นกรรมการ“บริษัท สเปกเตอร์ ซีฯ” และ“บริษัท ส้มจี๊ด เอ็นเตอร์ไพรส์ฯ”เท่านั้น ยังเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการ “บริษัท มาร์ส เอสเตท จำกัด” ดำเนินธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์โดยมีนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ 49,998 หุ้น
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ดี นอกเหนือจาก “IO-สเปกเตอร์ ซี”อันเป็นการปฏิบัติการข้อมูลทางออนไลน์ของพรรคส้มกับ “Laser ID” ที่ผู้รู้มองว่า “บริษัท สเปกเตอร์ ซีฯ”ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างธรรมดา หากแต่เป็น“กลไกหลังบ้าน”ของพรรคส้ม ที่มีจุดมุ่งเปลี่ยนแปลงประเทศเชิงโครงสร้าง ทั้งการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ปฏิรูปกองทัพ รวมทั้งเปลี่ยนทัศนคติและความเชื่ออันเป็นวัฒนธรรมและรากเหง้าที่สังคมไทยยึดถือกันมายาวนานแล้ว เรื่อง“Laser ID” ที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ร้องต่อ กกต. ก็มีความสำคัญยิ่ง
เพราะกรณีที่พรรคประชาชนเปิดรับสมาชิกทางออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์โดยให้ผู้สมัครกรอก “หมายเลข Laser ID” ลงในแบบฟอร์มด้วยนั้น อาจเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ประกอบมาตรา 25 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ประกอบ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ตามที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องให้ คณะกรรมการ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองสืบสวนหรือไต่สวน
เนื่องจากรหัส 12 หลักที่ปรากฏอยู่ด้านหลังบัตรประจำตัวประชาชน หรือ“หมายเลข Laser ID”นั้น เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใดๆ และอาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนตามพ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 ได้
ดูทรงแล้วเห็นทีว่าพรรคส้มคงจบที่รุ่นนี้ด้วยน้ำมือของตนเองเป็นแน่แท้ ไม่ใช่“พวกเขา”หรือใครที่มีอำนาจที่ไหน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เข่าแทบทรุด หวังช่อดอกไม้สวยๆเซอร์ไพรส์คนพิเศษ แต่ร้านทำแสบ นี่มันดอกไม้จันทน์
ไอติม พริษฐ์ มัดรวมทุกคำถามถึง กกต. ขอคำตอบชัด ให้ประชาชนสิ้นสงสัย
ปิดตำนาน มือปราบสืบเหนือ สืบใต้ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อดีตผบช.น.
ทรัมป์ เคลมผลงานทันที ชี้ชัยชนะของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นผลจากแรงหนุนของตน
รวบคนขับรถดูดส้วมซุกยาบ้ากว่า 8 3 ล้านเม็ด คาด่านนครสวรรค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี