วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ไปไกลสุดกู่แล้ว สำหรับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับก็แล้ว
ดีเอสไอยอมผ่อนปรนต่างๆ นานาก็แล้ว
ที่น่าอนาถใจ คือ คนที่เอาศรัทธาเหมือนปี๊บคลุมหัว ไม่ยอมรับรู้ข้อมูลข่าวสารอื่นใดเลย นอกจากข้อมูลที่ทางพระและวัดป้อนให้
ล่าสุด วัดพระธรรมกายออกแถลงการณ์ โดยพระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ประเด็นเตลิดไปไกลมาก
1) อ้างว่า คดีพิเศษที่ 156/2556 เสนอสำนวนการสอบสวนต่อพนักงานอัยการแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่อาจแยกออกมาเป็นคดีใหม่ที่ 27/2559 การกระทำของดีเอสไออาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ?
เรื่องนี้ ถ้าหลวงพี่ หลวงพ่อ รวมถึงสาวกทั้งหลายมั่นใจ(ทำราวเป็นนักกฎหมายใหญ่) ก็สามารถยกขึ้นมาต่อสู้ในชั้นศาลได้อยู่แล้ว การต่อสู้คดีจะง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แต่ไม่เอะใจบ้างหรือว่า ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงจะเป็นจะตายกับคดีนี้เหลือเกิน?
2) อ้างว่า พนักงานสอบสวนอาจมีอคติต่อพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย?
อ้างว่า ดีเอสไอให้นายมโน เลาหวณิช ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาและมีความขัดแย้งกับพระธัมมชโย เข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวน ทำขาดความไว้วางใจในการทำงานของพนักงานสอบสวนชุดนี้?
ความจริง ผู้กล่าวหาคดีนี้มิใช่นายมโน แต่เป็นนายธรรมนูญและพวกซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นผู้ได้รับความเสียหายจริงๆ จากการโกงสหกรณ์ ยักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน รับของโจรนอกจากนี้ นายมโนก็มิได้หารือรายละเอียดของการทำสำนวนคดีเลย
3) อ้างว่า ดีเอสไอให้มีคณะกรรมการประสานงานมีการประชุมที่วัดเขียนเขต แต่กลับสั่งฟ้องและส่งสำนวนคดีไปยังอัยการแล้ววัดพระธรรมกาย รู้สึกเสียใจและขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ไม่รักษาข้อตกลงไม่ให้เกียรติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และการคณะสงฆ์ มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าอาจมีเล่ห์กลอุบาย?
ความข้อนี้ สุ่มเสี่ยง หลวงพี่อาจจะเข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงานสอบสวน
เอากันจริงๆ ตามหมายจับของศาลอาญา พระธัมมชโยจะต้องถูกจับสถานเดียว
ถามจริงๆ หลวงพี่คิดว่าการไปคุยกันที่วัดเขียนเขต คาดหวังอะไร?
ดีเอสไอชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่า การพูดคุยไม่เกี่ยวกับสำนวนคดี เพราะพนักงานสอบสวนต้องว่าไปตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริง ใครคาดหวังว่าการพูดคุยดังกล่าวจะต่อรองเปลี่ยนแปลงสำนวนคดีจากผิดเป็นถูก จากดำเป็นขาว คนนั้นย่อมมีเจตนาไม่บริสุทธิ์
4) อ้างว่า พระธัมมชโยได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต ทรัพย์ทั้งหมดได้ใช้ไปเพื่อสร้างศาสนสถานตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค และคณะศิษยานุศิษย์ ได้ตั้งกองทุนเยียวยาสหกรณ์มีหนังสือขอบคุณและแสดงเจตนารมณ์ไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและอาญา ทำไมดีเอสไอยังดำเนินคดีอีกไม่เกิดประโยชน์กับสมาชิกสหกรณ์?
คดีอาญาฐานฟอกเงิน รับของโจร ยอมความไม่ได้
คดีที่ยอมความได้ เขาก็ยอมความไปหมดแล้ว คือ คดีแพ่ง
ส่วนคดีนี้ นายธรรมนูญและพวก 49 ราย ผู้กล่าวหาคดี ก็ล้วนแต่เป็นผู้เสียหายตัวจริง มีตัวตนจริง
ถ้าใช้ตรรกะว่า คืนเงินแล้วจะต้องไม่ถูกดำเนินคดี ต่อไปนี้โจรก็คงเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะถูกจับได้เมื่อไหร่ก็ค่อยคืน แล้วคดีดังๆ อย่างกรณีนายสรยุทธ ก็ต้องยุติ เพราะนั่นก็คืนเงินไปแล้ว หลังถูกจับได้
5) อ้างว่า การดำเนินคดีนี้กับพระธัมมชโย จะสร้างผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างใหญ่หลวง ต่อไปการรับบริจาคของวัดและองค์กรสาธารณะอื่นๆ ก็อาจถูกดำเนินคดีว่าเป็นการรับของโจรและฟอกเงินได้เช่นเดียวกันวัดพระธรรมกาย?
นี่คือตรรกะวิบัติที่สุด เพราะการรับเงินจากนายศุภชัยของพระธัมมชโยในคดีนี้ มีพฤติกรรมข้อเท็จจริงแตกต่างจากการรับบริจาคของพระและวัดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
นายศุภชัยยอมรับว่า ตนได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยพระธัมมชโยตั้งให้เป็น “ไวยาวัจกร” ของวัด ตั้งแต่ปี 2542-เม.ย.2556 แถมระบุว่าตนกับพระธัมมชโยถึงขนาดมีการเรียกชื่อเฉพาะแทนกัน เคยเข้าไปพบถึงในกุฏิพระด้วยนับว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนม อยู่วงในที่สุด
ปรากฏว่า นายศุภชัยได้สั่งจ่ายเช็คจากบัญชีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เข้าบัญชีพระธัมมชโยวัดพระธรรมกาย และเครือข่าย หลายต่อหลายครั้ง ยอดรวมเกือบ 2 พันล้านบาท
เช็คหลายฉบับ มูลค่าร้อยล้านบาท
บางวัน เช็คใบละร้อยล้านบาท หลายฉบับ
ดีเอสไอพบว่า เช็คบางฉบับ มูลค่า 100 ล้านบาท มีการสลักหลังเช็ค เป็นชื่อสีกาด้วย
เพราะฉะนั้น รูปการรับเงิน จึงแตกต่างกับการรับบริจาคของวัดทั่วๆ ไปชัดเจน
ความผิดฐานรับของโจร ฟอกเงินมิใช่จะไปดำเนินคดีกับวัดหรือพระ ผู้รับบริจาคปกติทั่วไปแต่จะต้องเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์เข้าองค์ประกอบความผิดโดยรู้หรือควรรู้ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด
แล้วคำว่ารู้ หรือควรรู้ มิใช่ว่าจะต้องไปถามผู้บริจาคเสียทุกคน เขาพิจารณาที่สถานะ ความสัมพันธ์ พฤติการณ์ และเส้นทางการเงิน จะเป็นหลักฐานที่มั่นคงแน่นอนกว่าคำกล่าวอ้างอย่างเดียว
วัดอื่นๆ ถ้ารับบริจาคอย่างสุจริต จึงไม่ต้องกังวลอะไรเลย
หยุดปลุกปั่นสร้างความสับสน เพียงเพื่อจะใช้พระพุทธศาสนามาเป็นเกราะป้องกันตัวเอง เดินเข้าไปสู้คดีด้วยหลักฐานข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรมดีกว่า
น่าอนาถใจไหม...ตอนหาผลประโยชน์ก็อาศัยแบรนด์พระพุทธศาสนาแต่พอถูกดำเนินคดีก็ยังจะมีการอ้างชื่อพระพุทธศาสนาส่วนรวมเพื่อกำบังตนอีกหรือ?
สารส้ม

สื่อนอกแฉยับ บุกฐานสแกมเมอร์ในโอร์เสม็ด เจอหลักฐานเพียบ สวนทางรัฐบาลเขมรอ้างเป็นแค่โรงแรม
ใกล้ปิดตำนาน รถไต่ถัง คณะสุดท้ายของประเทศ ทายาทสืบทอดกว่า 45 ปี เผยอาจวางมือในวัย 35
ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เปิดทางสหรัฐ รีดภาษีประเทศคู่ค้ากับอิหร่าน
จีนเทา ฉุนไทยวางตู้คอนเทนเนอร์ กระชากป้ายผ้าทิ้งลงพื้น 'กัน จอมพลัง'ไม่ทนเอาคืนแสบ
ดัง พันกร โพสต์ถามกลางโซเชียล หลังเทรนด์ฮิต ห่มสไบใส่ยีนส์ ถูกเบรกห้ามเข้าสถานที่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี