วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569
ไปไกลสุดกู่แล้ว สำหรับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับก็แล้ว
ดีเอสไอยอมผ่อนปรนต่างๆ นานาก็แล้ว
ที่น่าอนาถใจ คือ คนที่เอาศรัทธาเหมือนปี๊บคลุมหัว ไม่ยอมรับรู้ข้อมูลข่าวสารอื่นใดเลย นอกจากข้อมูลที่ทางพระและวัดป้อนให้
ล่าสุด วัดพระธรรมกายออกแถลงการณ์ โดยพระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ประเด็นเตลิดไปไกลมาก
1) อ้างว่า คดีพิเศษที่ 156/2556 เสนอสำนวนการสอบสวนต่อพนักงานอัยการแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่อาจแยกออกมาเป็นคดีใหม่ที่ 27/2559 การกระทำของดีเอสไออาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ?
เรื่องนี้ ถ้าหลวงพี่ หลวงพ่อ รวมถึงสาวกทั้งหลายมั่นใจ(ทำราวเป็นนักกฎหมายใหญ่) ก็สามารถยกขึ้นมาต่อสู้ในชั้นศาลได้อยู่แล้ว การต่อสู้คดีจะง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แต่ไม่เอะใจบ้างหรือว่า ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงจะเป็นจะตายกับคดีนี้เหลือเกิน?
2) อ้างว่า พนักงานสอบสวนอาจมีอคติต่อพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย?
อ้างว่า ดีเอสไอให้นายมโน เลาหวณิช ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาและมีความขัดแย้งกับพระธัมมชโย เข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวน ทำขาดความไว้วางใจในการทำงานของพนักงานสอบสวนชุดนี้?
ความจริง ผู้กล่าวหาคดีนี้มิใช่นายมโน แต่เป็นนายธรรมนูญและพวกซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นผู้ได้รับความเสียหายจริงๆ จากการโกงสหกรณ์ ยักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน รับของโจรนอกจากนี้ นายมโนก็มิได้หารือรายละเอียดของการทำสำนวนคดีเลย
3) อ้างว่า ดีเอสไอให้มีคณะกรรมการประสานงานมีการประชุมที่วัดเขียนเขต แต่กลับสั่งฟ้องและส่งสำนวนคดีไปยังอัยการแล้ววัดพระธรรมกาย รู้สึกเสียใจและขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ไม่รักษาข้อตกลงไม่ให้เกียรติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และการคณะสงฆ์ มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าอาจมีเล่ห์กลอุบาย?
ความข้อนี้ สุ่มเสี่ยง หลวงพี่อาจจะเข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงานสอบสวน
เอากันจริงๆ ตามหมายจับของศาลอาญา พระธัมมชโยจะต้องถูกจับสถานเดียว
ถามจริงๆ หลวงพี่คิดว่าการไปคุยกันที่วัดเขียนเขต คาดหวังอะไร?
ดีเอสไอชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่า การพูดคุยไม่เกี่ยวกับสำนวนคดี เพราะพนักงานสอบสวนต้องว่าไปตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริง ใครคาดหวังว่าการพูดคุยดังกล่าวจะต่อรองเปลี่ยนแปลงสำนวนคดีจากผิดเป็นถูก จากดำเป็นขาว คนนั้นย่อมมีเจตนาไม่บริสุทธิ์
4) อ้างว่า พระธัมมชโยได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต ทรัพย์ทั้งหมดได้ใช้ไปเพื่อสร้างศาสนสถานตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค และคณะศิษยานุศิษย์ ได้ตั้งกองทุนเยียวยาสหกรณ์มีหนังสือขอบคุณและแสดงเจตนารมณ์ไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและอาญา ทำไมดีเอสไอยังดำเนินคดีอีกไม่เกิดประโยชน์กับสมาชิกสหกรณ์?
คดีอาญาฐานฟอกเงิน รับของโจร ยอมความไม่ได้
คดีที่ยอมความได้ เขาก็ยอมความไปหมดแล้ว คือ คดีแพ่ง
ส่วนคดีนี้ นายธรรมนูญและพวก 49 ราย ผู้กล่าวหาคดี ก็ล้วนแต่เป็นผู้เสียหายตัวจริง มีตัวตนจริง
ถ้าใช้ตรรกะว่า คืนเงินแล้วจะต้องไม่ถูกดำเนินคดี ต่อไปนี้โจรก็คงเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะถูกจับได้เมื่อไหร่ก็ค่อยคืน แล้วคดีดังๆ อย่างกรณีนายสรยุทธ ก็ต้องยุติ เพราะนั่นก็คืนเงินไปแล้ว หลังถูกจับได้
5) อ้างว่า การดำเนินคดีนี้กับพระธัมมชโย จะสร้างผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างใหญ่หลวง ต่อไปการรับบริจาคของวัดและองค์กรสาธารณะอื่นๆ ก็อาจถูกดำเนินคดีว่าเป็นการรับของโจรและฟอกเงินได้เช่นเดียวกันวัดพระธรรมกาย?
นี่คือตรรกะวิบัติที่สุด เพราะการรับเงินจากนายศุภชัยของพระธัมมชโยในคดีนี้ มีพฤติกรรมข้อเท็จจริงแตกต่างจากการรับบริจาคของพระและวัดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
นายศุภชัยยอมรับว่า ตนได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยพระธัมมชโยตั้งให้เป็น “ไวยาวัจกร” ของวัด ตั้งแต่ปี 2542-เม.ย.2556 แถมระบุว่าตนกับพระธัมมชโยถึงขนาดมีการเรียกชื่อเฉพาะแทนกัน เคยเข้าไปพบถึงในกุฏิพระด้วยนับว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนม อยู่วงในที่สุด
ปรากฏว่า นายศุภชัยได้สั่งจ่ายเช็คจากบัญชีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เข้าบัญชีพระธัมมชโยวัดพระธรรมกาย และเครือข่าย หลายต่อหลายครั้ง ยอดรวมเกือบ 2 พันล้านบาท
เช็คหลายฉบับ มูลค่าร้อยล้านบาท
บางวัน เช็คใบละร้อยล้านบาท หลายฉบับ
ดีเอสไอพบว่า เช็คบางฉบับ มูลค่า 100 ล้านบาท มีการสลักหลังเช็ค เป็นชื่อสีกาด้วย
เพราะฉะนั้น รูปการรับเงิน จึงแตกต่างกับการรับบริจาคของวัดทั่วๆ ไปชัดเจน
ความผิดฐานรับของโจร ฟอกเงินมิใช่จะไปดำเนินคดีกับวัดหรือพระ ผู้รับบริจาคปกติทั่วไปแต่จะต้องเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์เข้าองค์ประกอบความผิดโดยรู้หรือควรรู้ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด
แล้วคำว่ารู้ หรือควรรู้ มิใช่ว่าจะต้องไปถามผู้บริจาคเสียทุกคน เขาพิจารณาที่สถานะ ความสัมพันธ์ พฤติการณ์ และเส้นทางการเงิน จะเป็นหลักฐานที่มั่นคงแน่นอนกว่าคำกล่าวอ้างอย่างเดียว
วัดอื่นๆ ถ้ารับบริจาคอย่างสุจริต จึงไม่ต้องกังวลอะไรเลย
หยุดปลุกปั่นสร้างความสับสน เพียงเพื่อจะใช้พระพุทธศาสนามาเป็นเกราะป้องกันตัวเอง เดินเข้าไปสู้คดีด้วยหลักฐานข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรมดีกว่า
น่าอนาถใจไหม...ตอนหาผลประโยชน์ก็อาศัยแบรนด์พระพุทธศาสนาแต่พอถูกดำเนินคดีก็ยังจะมีการอ้างชื่อพระพุทธศาสนาส่วนรวมเพื่อกำบังตนอีกหรือ?
สารส้ม

อิหร่าน ระดมกำลังพล 1 ล้านนาย พร้อมรับมือสหรัฐฯ บุกโจมตีภาคพื้นดิน
6 จุดยุทธศาสตร์เชื่อมโลก GISTDA เปิดภาพอวกาศส่อง ช่องแคบ กุมชะตามวลมนุษยชาติ
อนุทิน ลั่น คนละครึ่ง พลัส มาแน่ ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า
ไทเกอร์ วูดส์ ถูกตั้งข้อหาหนัก หลังขับรถพลิกคว่ำในฟลอริดา ปฏิเสธการตรวจปัสสาวะ
อนุทิน สบายใจขึ้น หลังคุมน้ำมันได้ ยันช่วงสงกรานต์ไม่ขาดมือ-ไม่ต้องต่อคิว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี