วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
nn อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กของไทย เป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่ประสบกับปัญหาการทุ่มตลาด (Dumping) และปัญหาการอุดหนุน (Subsidy) หนักมากช่วงหลายปีมานี้ ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยจากต้นปี 2018 สหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงภาษีผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นอีกราว 25-50% จากอัตราภาษีนำเข้าปกติส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงและมีโอกาสที่จะถูกนำเข้าสู่ไทยและประเทศผู้นำเข้าอื่นๆ มากขึ้น
มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(Anti-dumping : AD) และมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) เป็น 2 มาตรการที่ประเทศผู้นำเข้าใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากความเสียหายโดยการเก็บภาษีเพิ่มเติมจากอัตราภาษีนำเข้าปกติอย่างไรก็ตาม มาตรการ AD และ CVD ยังคงสามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงต้องมีการออกมาตรการเพิ่มเติมในการตอบโต้การหลบเลี่ยง (AntiCircumvention : AC) เพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว
ปริมาณผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบน(ไม่รวม stainless steel) เฉลี่ยจากจีนที่มีการนำเข้าที่คล้ายคลึงกับการหลีกเลี่ยง AD และ CVD (circumvention) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา (2013-2018) โดยมีปริมาณอย่างน้อย 193,000 ตัน/ปี แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนจากการทำ slight modification ราว 20,000 ตัน/ปี และผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนจากการทำ transshipment ราว 173,000 ตัน/ปี หรือคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยราว 6% ของปริมาณการผลิตเหล็กทรงแบนทั้งหมดในไทย ทั้งนี้ อีไอซี ประเมินว่าการนำเข้าที่คล้ายคลึงกับการหลีกเลี่ยง AD และ CVD (circumvention) ในอนาคต มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับประเทศคู่ค้าโดยการเพิ่มภาษีนำเข้าในสินค้าผลิตภัณฑ์เหล็กในหลากหลายประเภทยกตัวอย่าง เช่น เหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น, เหล็กแผ่นรีดร้อน, เหล็กแผ่นรีดเย็น, เหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบ, และเหล็กลวดคาร์บอนสูง เป็นต้น เพื่อเป็นการปกป้องผู้ประกอบการผลิตเหล็กไทยจากการไหลทะลักเข้าของผลิตภัณฑ์เหล็กเหล่านี้
แต่มาตรการ AD/CVD อาจยังมีช่องโหว่ในการหลบเลี่ยง (circumvention) เพื่อนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้ายิ่งเมื่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนปะทุขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่มีโอกาสที่จะถูกนำเข้าจากจีนสู่ไทยมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงภาษีผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นอีกราว 25%-50% จากอัตราภาษีนำเข้าปกติ ทำให้การส่งออกเหล็กจากจีนไปยังสหรัฐฯมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเหล็กที่ไม่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ เหล่านี้มีโอกาสที่จะไหลเข้าสู่ไทยเนื่องจากการทุ่มตลาดและ/หรือการอุดหนุนทำให้ราคาขายเหล็กบวกกับค่าขนส่งเหล็กยังสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตหรือแปรรูปในไทยได้
Anti circumvention (AC) เป็นมาตรการเพิ่มเติมใน พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.2542 ซึ่งจะช่วยอุดช่องโหว่ของกฎหมายและก่อให้เกิดการค้าที่เป็นธรรม การใช้มาตรการ AC เป็นการขยายขอบเขตออกไปมากกว่ามาตรการการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และภาษีการตอบโต้การอุดหนุน (CVD) ซึ่งมาตรการ AC ครอบคลุมถึงการหลบเลี่ยง (circumventions) ใน 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.การดัดแปลงสินค้าเพียงเล็กน้อยโดยไม่มีผลต่อลักษณะหรือคุณสมบัติที่สำคัญหรือการนำไปใช้งานของสินค้า(Slight modification) เช่น การเปลี่ยนแปลงขนาดของสินค้าการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติหรือเจือแร่ธาตุเพื่อเปลี่ยนพิกัดศุลกากร 2.การส่งสินค้าผ่านประเทศตัวกลาง (Transshipment) คือการส่งสินค้าที่ถูกใช้AD/CVD ผ่านประเทศที่ไม่ถูกใช้มาตรการ AD/CVD ก่อนที่จะส่งไปยังประเทศปลายทาง 3.การส่งสินค้าผ่านผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกที่ถูกเรียกเก็บอากร AD ในอัตราที่ต่ำกว่าอากรของบริษัทตนเอง (Channeling) และ 4.การนำชิ้นส่วนจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการ AD มาประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปในประเทศไทย หรือในประเทศที่สาม (Completion และ Assembly operation) โดยนำสินค้าที่โดน AD/CVD ที่ยังทำไม่สำเร็จมาทำให้สำเร็จในไทยหรือประเทศอื่นที่ไม่ถูกเก็บอากร และการนำชิ้นส่วนของสินค้าที่ถูกใช้ AD/CVD ที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการ มาประกอบเป็นสินค้าในไทยหรือประเทศอื่นที่ไม่ถูกเก็บอากรโดยการหลบเลี่ยงทั้ง 4 รูปแบบ จะทำให้ผู้นำเข้าสินค้าเสียภาษีนำเข้าที่ถูกกว่าปกติและส่งผลให้เกิดการค้าที่ไม่เป็นธรรมตามมา
การทุ่มตลาด (Dumping) และการอุดหนุน (Subsidy) เป็นการแทรกแซงราคาสินค้าส่งออกจากประเทศผู้ส่งออกให้ต่ำกว่าราคาปกติ ทำให้ประเทศผู้นำเข้าจัดเก็บภาษีได้น้อยกว่าที่ควร ทั้งยังสร้างความเสียหายต่อราคาสินค้าที่ผลิตและแปรรูปภายในประเทศ และทำร้ายอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอีกด้วย ถ้ารัฐบาลยังไม่ทำดำเนินการแก้ไขจุดอ่อนนี้ อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศก็จะไม่สามารถพัฒนาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่ง และจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ล้มหายตายไปจากระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งถึงจุดนั้นความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นจะขยายวงกว้างขึ้นและลุกลามไปเป็นปัญหาการว่างงานและปัญหาสังคมในที่สุด
กระบองเพชร

บิ๊กโจ๊ก ส่งทนายฟ้อง อดีตลูกน้อง คดีแจ้งความเท็จ ตบบ้องหู
เกษตรกรเขาค้อโอด! พายุลูกเห็บซัด 'แปลงผักไฮโดรโปนิกส์' เสียหายยับเยิน
แพทย์ทั่วโลกตื่น! ทรัมป์ เผยความเชื่อดื่มน้ำอัดลมต้านมะเร็งได้ หลังเคยเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น
น้ำเต็มแก้วชนวัวลืมตีน! อุดมการณ์พ่ายแพ้ความหลงพรรค
ครูสาวท้องแก่ สุดช้ำ ผัวทหารหนีไปมีเมียน้อยวัย 19 เผยปมสุดเจ็บใจมากๆ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี