วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS กำไรสุทธิของ BDMS ใน 3Q62 อยู่ที่ 2.89 พันล้านบาท (+0.4% YoY, +55.0% QoQ) สูงกว่าประมาณการของเรา 13.6% โดยกำไรสุทธิใน 3Q62 และ 9M62 คิดเป็น 18.06% และ 82.4% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเราที่ 1.602 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ รายได้จากกิจการโรงพยาบาลใน 3Q62 เพิ่มขึ้นเป็น 2.16 หมื่นล้านบาท (+7.5% YoY, +15.7% QoQ) ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงทั้ง YoY และ QoQ เหลือแค่ 173 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นของ BDMS ใน 3Q62 อยู่ที่ 35.4% จาก 35.5% ใน 3Q61 และ 30.4% ใน 2Q19
โดยรวมแล้ว ถือว่าผลการดำเนินงานของ BDMS ใน 3Q62 อยู่ในระดับที่น่าพอใจ จากจำนวนผู้ป่วย และ intensity ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มฐานผู้ป่วยใช้สิทธิ์ประกันตามเป้าที่วางไว้ นอกจากนี้ รายได้จากผู้ป่วยไทยยังเพิ่มขึ้น 8% YoY ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 5% YoY โดยรายได้จากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯเพิ่มขึ้น 6% YoY ขณะที่รายได้จากโรงพยาบาลในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 9% YoY รายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 7% YoY ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 8% YoY ทั้งนี้ จำนวนโรงพยาบาลที่ยังมี EBITDA ติดลบมีแค่ 4 โรงจากทั้งหมด 48 โรง โดย EBITDA รวมใน 3Q62 ติดลบแค่ 30 ล้านบาทเท่านั้น และโรงพยาบาลเหล่านี้ก็กำลังฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของแนวโน้มผลประกอบการของ BDMS ในระยะยาว
คาดผลประกอบการจะดีขึ้น YoY ใน 4Q62
เมื่อมองต่อไปที่ 4Q62 เราคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทน่าจะดีขึ้น YoY เนื่องจาก i) โมเมนตั้มของรายได้ที่ดีต่อเนื่องจาก 3Q ii) รายได้เพิ่มขึ้นจากบริการรักษาทางการแพทย์ใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น iii) คุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น และ iv) ไม่ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษใน 4Q62 (จากที่ต้องรับรู้ deferred tax 727 ล้านบาท จากกำไรที่เกิดจากการขายหุ้น Ramkhamhaeng Hospital Plc (RAM.BK/RAM TB) และ SG&A ที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการบางส่วนของ Wellness Clinic ใน 4Q61)
คงประมาณการกำไรปี FY62-63
จากผลประกอบการของ BDMS งวด 9M62 เรามองว่าประมาณการปีนี้ของเราไม่น่าจะมี downside เหมือนที่เราเคยกังวลก่อนหน้านี้ ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปีนี้เอาไว้ที่ 9.9 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY) และปี 2563F ที่1.06 หมื่นล้านบาท (+6.6% YoY)
เรายังคงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2563 ที่30.30 บาท (DCF; WACC ที่ 7.5% และ TG ที่ 2.0%)
ปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองของไทยรอบใหม่และ เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่
ที่มา : บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

ไฟไหม้โรงงานทินเนอร์ ฉะเชิงเทรา กลุ่มควันดำพวยพุ่ง ยังควบคุมเพลิงไม่ได้
แพทยสภา โต้ หมอของขวัญ ไม่ได้แพ้คดีศาลปกครอง
สส.รายงานตัว 9 วัน 90 คน รวม 373 คน เหลือรายงานตัวอีก 126 คน
เป็ก สัณณ์ชัย ออกโรงเตือน จิน ธรรมวัฒนะ ยินดีที่มีความสุขแต่ต้องไม่กระทบน้องณิริน
อาลัยรัก ก๊อตฟาเธอร์แห่งวงการสนุกเกอร์ไทย สินธุ พูนศิริวงศ์ (คลิป)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี