วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / หมุนตามทุน
หมุนตามทุน

หมุนตามทุน

วันพุธ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.
ภาคการผลิตไทยเสี่ยงชะลอตัวยาว

ดูทั้งหมด

  •  

nn KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2024 จะเติบโตได้ที่ระดับ 2.6% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 3.7% (การประมาณการที่ไม่รวมผลของนโยบาย Digital Wallet ก่อนหน้านี้คือ 2.9%) และคาดว่าเศรษฐกิจจะโต 2.8% ในปี 2025 ตามแนวโน้มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเริ่มลดต่ำลงจากปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยการปรับประมาณการเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1. การนำผลของนโยบาย Digital Wallet ออกจากกรณีฐานในการประมาณการเศรษฐกิจ จากความไม่ชัดเจนและความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบาย 2. การปรับตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมลงเพื่อสะท้อนปัญหาสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง และ 3.รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 มากและมีแนวโน้มยังไม่กลับมาปกติ อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้ดีขึ้นในช่วงครั้งหลังของปี 2024 เมื่อการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่จะกลับมาชดเชยการชะลอตัวในช่วงก่อนหน้า และการผลิตภาคอุตสาหกรรมและระดับสินค้าคงคลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนสถานการณ์ที่น่ากังวล คือ ภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวติดกัน 5 ไตรมาส ซึ่งสะท้อนการสะสมสินค้าคงคลังจากความอ่อนแอของอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ และปัญหาความสามารถในการแข่งขันของไทย KKP Research ประเมินว่าภาคการส่งออกไทยจะสามารถฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยขยายตัว 1.8% สอดคล้องกับการคาดการณ์การขยายตัวของการค้าโลก อย่างไรก็ตามการเติบโตของปริมาณการผลิตในภาคอุตสาหกรรมไทยอาจขยายตัวได้น้อยกว่าและคาดการณ์ได้ยาก ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยโดยแบ่งภาคการผลิตออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่


1. กลุ่มที่มีการเร่งผลิตในช่วงที่อุปสงค์ชะลอ ส่งผลให้มีสินค้าคงคลังอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ โดยพบว่าสินค้าส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้มีปริมาณสินค้าคงคลังเฉลี่ย 6 เดือนล่าสุดสูงกว่าค่าเฉลี่ย ในขณะที่มีการผลิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งอาจจะใช้เวลาสักระยะในการลดปริมาณสินค้าคงคลังก่อนที่การผลิตจะกลับมาขยายตัวได้ 2.กลุ่มธุรกิจที่กำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง สะท้อนจากดัชนีการผลิตที่หดตัวลงต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปีส่งสัญญาณความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม KKP Research ประเมินว่าสินค้าในกลุ่มนี้คิดเป็นมูลค่าเพิ่มทั้งหมดประมาณ 23% ของภาคการผลิตไทย ที่เห็นได้ชัด คือ การผลิตสิ่งทอ การผลิตโลหะ การผลิต Hard Disk Drive ในกลุ่มนี้แม้การผลิตอาจจะกระเตื้องขึ้นได้บ้างตามวัฏจักร แต่ก็มีความน่ากังวลในระยะยาว 3.กลุ่มที่สามารถฟื้นตัวตามอุปสงค์โลกได้ คิดเป็นประมาณ 50% ของมูลค่าเพิ่มในภาคการผลิตไทย ด้วยเหตุนี้ แม้อุปสงค์โลกจะพอฟื้นตัวได้ในปีนี้ แต่การผลิตในภาคอุตสาหกรรมไทยที่เป็นมาตรวัดสำคัญตัวหนึ่งใน GDP จะยังคงฟื้นตัวได้ช้า

KKP Research ประเมินว่าการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นแรงส่งของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างไรก็ดีมีความท้าทายสองด้านที่อาจทำให้ภาคการท่องเที่ยวไม่สามารถกลับมาเป็นแรงส่งหลักต่อเศรษฐกิจไทยได้เท่ากับช่วงก่อนโควิด-19 คือ 1.การใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่ำลงกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเกิดจากทั้งโครงสร้างนักท่องเที่ยวและพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป 2.KKP Research ยังคงการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2024 ที่ 35.2 ล้านคน แต่นักท่องเที่ยวจีนที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้าลงกว่าเดิมหรืออาจไม่กลับมาในจำนวนเท่าเดิมอีกต่อไปตามสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลง

KKP Research ประเมินว่าภายใต้เงื่อนไขของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ค่าเงินบาทในระยะยาวจะเข้าใกล้จุดเปลี่ยนที่อาจกลับด้านเป็นอ่อนค่า มากกว่าแนวโน้มแข็งค่าที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่องในช่วงปี 2015-2019โดยมาจากสองเหตุผลสำคัญ คือ 1) ดุลบัญชีเดินสะพัดที่จะเกินดุลได้ลดลงตามดุลการค้า โดยคาดว่าปี 2024 จะเกินดุลเพียง 0.8% 2) อัตราดอกเบี้ยของไทยจะอยู่ในระดับต่ำลงตามทิศทางเงินเฟ้อและศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งจะทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของไทยและต่างประเทศกว้างกว่าในอดีต

ประเมินว่าเงินเฟ้อทั้งในปี 2024 และ 2025 จะอยู่ในระดับต่ำที่ 0.8% และ 0.9% ตามลำดับซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย และคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในปีนี้ และ 1 ครั้งในปี 2025 โดยมีเหตุผลสำคัญ คือ 1.ระดับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยสูงกว่าที่คาดไว้ จากแนวโน้มการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะปานกลางที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ 2.ระดับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจอาจมีการปรับตัวลดลงตามศักยภาพการเติบโตในระยะยาว 3.แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มต่ำกว่าที่ประเมินไว้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจที่ไทยกำลังเผชิญอยู่เป็นสถานการณ์ที่มีความท้าทายและการชะลอตัวเศรษฐกิจไทยไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเฉพาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพียงอย่างเดียว เพราะการชะลอตัวของเศรษฐกิจบางส่วนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไทยสั่งสมมาอย่างยาวนานและเริ่มได้ส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าภาครัฐจำเป็นต้องมีการดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากโครงสร้างควบคู่กันไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

** KKP Research **

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
10:19 น. หมู MUZU โพสต์ระบาย ไปกินข้าวแบบส่วนตัว เจอร้านอาหารกดดันให้ขึ้นไปร้องเพลง
10:15 น. ทองไทยเดือด เปิดเช้าพุ่งพรวด 1,600 ทะลุ 75,500 ทุบสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์
09:56 น. ทรัมป์ กดแคนาดาไม่หยุด ประกาศรีดภาษี100% หากเดินหน้าดีลการค้ากับจีน
09:56 น. ดร.สามารถ เตือน! เร่งทางด่วนภูเก็ตสายแรกของไทย ก่อนวิกฤตรถติดทำ สะดุดทั้งเกาะ
09:38 น. ไปแพคคู่! ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น
ดูทั้งหมด
เด๋อ ดอกสะเดา น้ำตาซึม เสียดายไม่ได้อยู่ในวันสำคัญของลูก ทั้งที่รอมาทั้งชีวิต
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 24-30 ม.ค.69
ดรามาจนได้ หลัง ททท. ปล่อยภาพ ลิซ่า โปรโมตเที่ยวไทย ดี้ นิติพงษ์ วิจารณ์ใช้ AI ด้อยค่าศิลปิน
เปิ้ล ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา เปิดข้อความลายมือพ่อ ย้ำคำพ่อสอนกตัญญูสำคัญที่สุด
ปู กนกวรรณ โพสต์ต่อเนื่อง! ลั่น'ถ้าจะไป ขอไปพี่อ้อยพี่ฉอด'
ดูทั้งหมด
สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง
‘ทักษิโณมิกส์’จำแลง‘แจกเงินล้าน’
คำไว้อาลัยแด่ คุณพ่อสมัคร ชาลีกุล โดย เจนิเฟอร์ ปีเตอร์เซน
ผู้เฒ่า 108 เพลงกระบี่
เลือก สส. แก้ปัญหาประเทศ ไม่ใช่เลือกอินฟลูฯ มาปั่นกระแสรายวัน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หมู MUZU โพสต์ระบาย ไปกินข้าวแบบส่วนตัว เจอร้านอาหารกดดันให้ขึ้นไปร้องเพลง

ดร.สามารถ เตือน! เร่งทางด่วนภูเก็ตสายแรกของไทย ก่อนวิกฤตรถติดทำ สะดุดทั้งเกาะ

ทรัมป์ กดแคนาดาไม่หยุด ประกาศรีดภาษี100% หากเดินหน้าดีลการค้ากับจีน

ออย ไอรีล ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Art for Cancer จากไปอย่างสงบ หลังต่อสู้โรคมะเร็งมานานถึง 15 ปี

กรมทางหลวงชนบท แจงปมไฟไหม้ตอม่อ สะพานภูมิพล ค่าเสียหายไม่ได้สูงถึง 15 ล้าน

อินเดีย เร่งเก็บตัวอย่างเลือด-สารคัดหลั่งจากค้างคาว สกัดพาหะไวรัสนิปาห์

  • Breaking News
  • หมู MUZU โพสต์ระบาย ไปกินข้าวแบบส่วนตัว เจอร้านอาหารกดดันให้ขึ้นไปร้องเพลง หมู MUZU โพสต์ระบาย ไปกินข้าวแบบส่วนตัว เจอร้านอาหารกดดันให้ขึ้นไปร้องเพลง
  • ทองไทยเดือด เปิดเช้าพุ่งพรวด 1,600 ทะลุ 75,500 ทุบสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์ ทองไทยเดือด เปิดเช้าพุ่งพรวด 1,600 ทะลุ 75,500 ทุบสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์
  • ทรัมป์ กดแคนาดาไม่หยุด ประกาศรีดภาษี100% หากเดินหน้าดีลการค้ากับจีน ทรัมป์ กดแคนาดาไม่หยุด ประกาศรีดภาษี100% หากเดินหน้าดีลการค้ากับจีน
  • ดร.สามารถ เตือน! เร่งทางด่วนภูเก็ตสายแรกของไทย ก่อนวิกฤตรถติดทำ สะดุดทั้งเกาะ ดร.สามารถ เตือน! เร่งทางด่วนภูเก็ตสายแรกของไทย ก่อนวิกฤตรถติดทำ สะดุดทั้งเกาะ
  • ไปแพคคู่!  ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น ไปแพคคู่! ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หมุนตามทุน : เกิดอะไรขึ้นกับโครงการลงทุนของ รฟท.

หมุนตามทุน : เกิดอะไรขึ้นกับโครงการลงทุนของ รฟท.

21 ม.ค. 2569

หมุนตามทุน : เศรษฐกิจเวียดนามโตโดดเด่น หลังเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง

หมุนตามทุน : เศรษฐกิจเวียดนามโตโดดเด่น หลังเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง

14 ม.ค. 2569

หมุนตามทุน : ประเทศไทย..คอร์รัปชั่น...เบ่งบานไปทั่ว...ใครจะกล้ามาลงทุน

หมุนตามทุน : ประเทศไทย..คอร์รัปชั่น...เบ่งบานไปทั่ว...ใครจะกล้ามาลงทุน

7 ม.ค. 2569

หมุนตามทุน : นายกรัฐมนตรี...ปัญหาใหญ่กำลังจะตามมา

หมุนตามทุน : นายกรัฐมนตรี...ปัญหาใหญ่กำลังจะตามมา

31 ธ.ค. 2568

หมุนตามทุน : ทำไม???...ส่งออกโตแรง

หมุนตามทุน : ทำไม???...ส่งออกโตแรง

24 ธ.ค. 2568

หมุนตามทุน : อุตสาหกรรมเหล็กและประชาชนคนไทย…จะปลอดภัยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความจริงใจของ...นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม

หมุนตามทุน : อุตสาหกรรมเหล็กและประชาชนคนไทย…จะปลอดภัยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความจริงใจของ...นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม

17 ธ.ค. 2568

หมุนตามทุน : นโยบายสนับสนุนรถยนต์EVมาถูกทาง

หมุนตามทุน : นโยบายสนับสนุนรถยนต์EVมาถูกทาง

10 ธ.ค. 2568

หมุนตามทุน : ธันวาคมลงทุนในตลาดหุ้นได้นะ นักวิเคราะห์ชี้อยู่ในช่วงฟื้นตัว

หมุนตามทุน : ธันวาคมลงทุนในตลาดหุ้นได้นะ นักวิเคราะห์ชี้อยู่ในช่วงฟื้นตัว

3 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved