วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
nn ภาคการส่งออก...เครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคม 2567 กลับมาติดลบครั้งแรกในรอบ 8 เดือน...โดยมีมูลค่า 24,960.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวสูงถึง-10.9% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน(YOY)....เราลองมาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งฝ่ายวิจัยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์...ระบุว่าภาพรวมการส่งออกรายสินค้าหดตัวเกือบทุกกลุ่ม นำโดย1.สินค้าอุตสาหกรรมพลิกกลับมาหดตัว -12.3% จากที่ขยายตัว 5.2% ในเดือนก่อน โดยเฉพาะรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ขณะที่เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบเป็นสินค้าสำคัญที่ขยายตัว 2.สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัวต่อเนื่อง -9.9% ใกล้เคียงเดือนก่อนที่หดตัว -9.1% น้ำตาลทรายและไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์เป็นสินค้าหลักที่หดตัว ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นสินค้าสำคัญที่ขยายตัว 3.สินค้าแร่และเชื้อเพลิงหดตัวต่อเนื่อง -5% เทียบกับ -8.5% ในเดือนก่อน
นอกจากนี้ ภาพรวมการส่งออกหดตัวในเกือบทุกตลาดสำคัญ โดย 1.ตลาดญี่ปุ่น หดตัวรุนแรง -19.3% จาก -5.8% ในเดือนก่อนโดยการส่งออกสินค้าสำคัญ ของตลาดนี้ที่หดตัวคือ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และเคมีภัณฑ์ 2.ตลาดจีน เป็นอีกตลาดหลักที่หดตัวต่อเนื่อง -9.7% จาก -5.7% ในเดือนก่อนโดยเฉพาะผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ 3.ตลาดยุโรป พลิกกลับมาหดตัว -3.2% จากที่เคยขยายตัว 1.7% ในเดือนก่อน 4.ตลาดเมียนมา หดตัว -14.8% ต่อเนื่องจาก -14.4% ในเดือนก่อน
SCB EIC ประเมินว่ามูลค่าการส่งออกไทยทั้งปีนี้คาดว่าจะพลิกกลับมาขยายตัวที่ 3.1%จากแรงสนับสนุนหลายด้าน ได้แก่ 1.ปริมาณการค้าโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก แม้จะไม่สดใสเหมือนที่ประมาณการไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในบริเวณทะเลแดง 2.ภาคการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าระหว่างประเทศจะกลับมามีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมากขึ้นในปีนี้ เห็นได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตโลกที่พลิกกลับมาอยู่เหนือระดับ 50 สองเดือนต่อเนื่องหลังจากหดตัวมานาน นอกจากนี้ ดัชนี PMI ยอดคำสั่งซื้อใหม่จากต่างประเทศ (Export order) ยังมีแนวโน้มหดตัวน้อยลงขณะที่ดัชนี PMI ปริมาณผลผลิตในอนาคต(Future output) เริ่มขยายตัวเร่งขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว สะท้อนการขยายตัวของภาคการผลิตในระยะข้างหน้า 3.ราคาสินค้าส่งออกที่ดี เช่น ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิตในตลาดโลกที่ลดลงจากภัยแล้งและนโยบายควบคุมการส่งออกสินค้าในบางประเทศ รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความเสี่ยงการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยจากยูเครน สถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง รวมถึงความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม การส่งออกไทยอาจได้เผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการค้าโลก ได้แก่ 1.ปัญหาห่วงโซ่อุปทานจากความแห้งแล้งของคลองปานามาและการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีบริเวณทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญของไทยไปยังสหรัฐฯ และยุโรป ตามลำดับ ที่ยังคงกดดันการค้าโลกอยู่แม้ว่ามีแนวโน้มจะคลี่คลายลงในระยะต่อไป2.ปัญหาการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ถูกนำมาใช้เพิ่มเติม3.สถานการณ์สงครามระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอล ซึ่งมีแนวโน้มจะลุกลามไปยังประเทศใกล้เคียง เช่น อิหร่าน อย่างไรก็ดี เนื่องจากสงครามยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่มประเทศใกล้เคียง ไม่ได้มีแนวโน้มจะขยายตัวเป็นวงกว้างไปในภูมิภาค และประเทศไทยมีสัดส่วนการค้ากับกลุ่มประเทศดังกล่าวค่อนข้างน้อยประเทศไทยจึงมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามดังกล่าวค่อนข้างจำกัด
ขณะที่ Krungthai COMPASS ธ.กรุงไทย...ระบุว่า มูลค่าการส่งออกเดือนมี.ค. หดตัว 10.9% YoY จากผลของฐานในปีก่อนเป็นสำคัญ โดยติดลบในรอบ 8 เดือนและเป็นการหดตัวสูงสุดในรอบ 15 เดือน อย่างไรก็ตาม การหดตัวที่สูงในเดือน มี.ค. เป็นผลจากฐานสูงในช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนเป็นสำคัญ ส่งผลให้สินค้าสำคัญหลายรายการหดตัว อาทิ ทองคำ ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น ประกอบกับปัญหาสภาพภูมิอากาศทำให้การส่งออกผลไม้หดตัว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สินค้าสำคัญบางรายการหดตัวเนื่องจากการส่งออกที่ยังฟื้นตัวได้ช้า ได้แก่ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ซึ่งคาดว่าสินค้าเหล่านี้ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกในระยะข้างหน้า
Krungthai COMPASS ประเมินว่าการส่งออกจะยังฟื้นตัวได้ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เรายังคงประเมินว่าการส่งออกในปีนี้มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ที่ 1.8% อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของการส่งออกมีความเสี่ยงมากขึ้นสะท้อนจากภาคการผลิตของประเทศเศรษฐกิจหลัก Manufacturing PMI ในเดือน เม.ย. ยังอยู่ในภาวะทรงตัวทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ขณะที่ยุโรปยังคงหดตัวต่อเนื่องจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว นอกจากนี้ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์มีความเสี่ยงมากขึ้นจากทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างไปสู่การโจมตีระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกสินค้าหากการสู้รบกลับมารุนแรงและลากยาว และปัญหาความไม่สงบในเมียนมาที่อาจกระทบต่อการค้าชายแดนโดยเฉพาะด่านแม่สอดซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 61.8% ของมูลค่าการส่งออกไปเมียนมาทั้งหมด
กระบองเพชร

สหรัฐฯทุ่มกว่า 3 พันล้าน หนุนกองทัพบกไทยเสริมแกร่งสไตรเกอร์ ปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ
ปลุกคนรับ รธน 60 ลงมติ ไม่เห็นชอบ แก้ รธน
นายกฯ ยันชายแดนไทย-กัมพูชา ปกติ เผยปมทหารเจ็บ ช่องบก เคลียร์จบระดับแม่ทัพ ยึดตาม Joint Statement
อนุทิน เย้ย บอกคุ้น พ่อสมพงษ์ มากกว่า หลัง จุลพันธ์ ปราศรัยเหน็บภูมิใจไทย พูดแล้วไม่ทำ
15 อบต.ชายแดน เลื่อนหย่อนบัตร เป็น 18 ม.ค.นี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี