วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ AO Tเราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q68Fจะออกมาน่าประทับใจที่ 6.16 พันล้านบาท (+35.0% YoY, +44.2% QoQ) คิดเป็น 26.4% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราที่ 2.33 หมื่นล้านบาท (+21.8% YoY) โดยในไตรมาสนี้เราคาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะอยู่ที่ 33.6 ล้านคน (+16.4% YoY, +15.4% QoQ) แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.85 ล้านคนและผู้โดยสารในประเทศ 12.77 ล้านคน จำนวนเที่ยวบินรวมจะอยู่ที่ 204,532 เที่ยว (+14.8% YoY, +11.1% QoQ)คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1.93 หมื่นล้านบาท (+23.0% YoY, +15.2% QoQ) ขณะที่ EBIT margin จะอยู่ที่ 45.0% เพิ่มขึ้นจาก 41.1% ใน 1Q67และ 37.6% ใน 4Q67 เราคาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวกับการบินและไม่เกี่ยวกับการบินใน 1Q68F จะอยู่ที่ 48:52 คาดว่าผลงานจะดีขึ้นเนื่องจาก i) จำนวนผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินเพิ่มต่อเนื่อง ii) อัตรากำไรเพิ่มขึ้นจากการประหยัดต่อขนาด iii) ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
นอกจากการท่องเที่ยวจะแข็งแกร่งตามฤดูกาลอย่างต่อเนื่องใน 2Q68F (มกราคม-มีนาคม 2568) เรายังมองแนวโน้มระยะยาวเป็นบวก ปัจจัยสำคัญได้แก่ i) จำนวนผู้โดยสารที่น่าจะเพิ่มกลับไปถึงระดับก่อน COVID ระบาด และสูงกว่านั้น (จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศจะเพิ่มเป็น 79.2 ล้านคนในปี FY68F หรือเท่ากับ 94% ของระดับก่อน COVID ระบาด และจะเพิ่มเป็น87.2 ล้านคนในปี FY69F สูงกว่าระดับก่อน COVID ระบาด 3.7%) ii) ความสามารถในการรองรับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้น (จาก 68 เที่ยว/ชั่วโมง เป็น 94 เที่ยว/ชั่วโมง หลังจากเปิด runway ใหม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 iii) การขยายอาคารผู้โดยสารฝั่งทิศใต้ เพื่อรองรับผู้โดยสาร 70 ล้านคน/ปี (ยังไม่มีข้อสรุป) และ iv) การพัฒนาสนามบินดอนเมืองเฟส III เพื่อรองรับผู้โดยสาร 50 ล้านคน/ปี ภายในปี 2573 เมื่อพิจารณาจากแผนพัฒนาสนามบินของ AOT เราเชื่อว่าน่าจะปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสาร (PSC) ทั้งในและต่างประเทศอีกในอนาคต (ปัจจุบันเก็บจากผู้โดยสารในประเทศ 100 บาท และผู้โดยสารระหว่างประเทศ 700 บาท) หากใช้สมมุติฐานว่ามีการปรับขึ้น PSC ของผู้โดยสารในประเทศจากอัตราในปัจจุบันอีก 10 บาท และระหว่างประเทศอีก 100 บาท จะทำให้ประมาณการกำไรของเรามี upside 1% และ 17% (ต่อปี) ตามลำดับ
จากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งใน 1H68F และในระยะยาว เรายังคงคำแนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี FY68 ที่ 71.50 บาท
ปัจจัยเสี่ยงจาก COVID-19 กลับมาระบาดใหม่, เศรษฐกิจถดถอย และความไม่สงบทางการเมืองไทย
ที่มา : บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี