วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้นบริษัทโฮมโปร (HMPRO) จากการที่บริษัทเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยในปัจจุบันทำให้กำลังซื้ออ่อนแอ โดยมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลยังมีความจำเป็น ขณะที่บริษัทใช้กลยุทธ์การปรับตัวเพื่อฟื้น same-stores-sales ที่หดตัวลงในระดับเลขตัวเดียวกลางๆ ช่วง 2M68 ให้เป็นไปตามเป้าปีนี้ที่ 2-3% กลยุทธ์ที่ใช้ได้แก่ i) การขยายสาขาร้านโดยใช้โมเดล Hybrid (ผสมผสานรูปแบบ Homepro และ Mega Home) ขยายกลุ่มลูกค้าได้โดยมีต้นทุนค่าก่อสร้างต่ำ ii) รุกเข้าหาลูกค้าเพื่อเสนอบริการใหม่ๆ iii) เสนอบริการเพิ่มเติม ส่วนในแง่ของอัตรากำไรเน้นใช้กลยุทธ์ house brand ผ่านทั้งรูปแบบห้าง homepro และ megahome รวมถึงปรับปรุงการจัดหา คัดสรรสินค้า บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น 20bps ในปีนี้ พร้อมเดินหน้าคุมต้นทุน และ คุมสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายในปีนี้
เป้าของบริษัทค่อนข้างใกล้เคียงกับสมมุติฐานปัจจุบันของเรา โดยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-69 ขึ้น1-3% ซึ่งสะท้อนผลประกอบการจริงปี 2567 และ ปรับสมมุติฐานที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขาร้านเพื่อสะท้อนเป้าของบริษัท เราคาดว่ากำไรสุทธิของ HMPRO จะเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 8% ในปี 2568-2569
เราคาดว่ากำไรระยะต่อไปจะกลับมาโตในระดับปกติ และ มีความเสี่ยงอยู่บ้างที่การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้น ทำให้มีการขยับช่วง PER และ de-rate PER จากข้อมูลในอดีต SSSG ของ HMPROโตในระดับเลขตัวเดียวต่ำๆ ถึงกลางๆ (2557-2567) ขณะที่กำไรสุทธิโตสองหลักในปี 2559-2562 เราคาดว่ากำไรสุทธิในระยะต่อไปจะโตเป็นเลขหลักเดียวระดับกลางถึงสูง นอกจากนี้พบว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้างที่การแข่งขันจะเพิ่มขึ้นจากทั้งบริษัทในประเทศ และ ต่างประเทศทำให้ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทลดลง (ยอดขายต่อร้านลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 633 ล้านบาท/ร้านเหลือ 527 ล้านบาท/ร้านในปี 2567) เราจึงปรับช่วง PER จากค่าเฉลี่ยในอดีตระหว่างหุ้นกลุ่มนี้ในประเทศ และต่างประเทศ เป็นค่าเฉลี่ยในอดีตมาอิงกับหุ้นกลุ่มนี้ในต่างประเทศแทน เราใช้ PER ที่ 18.0X (ค่าเฉลี่ยในอดีตระหว่างหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก) เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมและ การเติบโตของกำไร
เราปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 จาก 11.50 บาท เป็น9.60 บาท ถึงแม้เราจะมองแบบอนุรักษ์นิยมมากขึ้น และ ใช้ช่วง PER จากหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก แต่ราคาปิดล่าสุดยังมี upside อีก 15% ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้ต่ำกว่าเป้า, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต๊อกเป็นจำนวนมาก
ที่มา : บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

จับตา กกต.ถกลับ ปม แสวง ส่อหลุดเก้าอี้ อาจติดปัญหาข้อ กม. อดีตบอร์ดฯ มีสิทธิ์ร่วมประเมินหรือไม่
ไร้ปาฏิหาริย์ พบร่างนทท.สาว พลัดหลงป่าเขาเจ็ดยอด กู้ภัยเร่งลำเลียงท่ามกลางพายุฝน
ศาล รธน.ยังไม่เคาะ! สั่งรอข้อมูลเพิ่มเติม ปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด
ศาล รธน.ขีดเส้น 7 วัน สั่งทำความเห็นปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
ยุติแบ่งสีเสื้อ! ปิยบุตรอ้างจุดยืน แจงวุ่นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรคส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี