วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
“ปรับตันทุนการดำเนินงาน”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นกลุ่มแบงก์ภาวะตลาดที่ยากลำบากบีบให้ต้องปรับต้นทุนและโครงสร้างเงินทุนเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและแนวโน้มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะยาวที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้ธนาคารต้องบริหารจัดการโครงสร้างเงินทุนผ่านนโยบายปันผลและปรับplatformกิจการด้วยการลดต้นทุนการดำเนินงานอัตราดอกเบี้ยขาลงซึ่งกดดันรายได้จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปี 2569F
เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวต่ำติดต่อกันมาสามปีอัตราการขยายตัวของสินทรัพย์ที่ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง (Risk-Weight-Asset : RWA) จึงลดลง และ RWA โตติดลบติดต่อกัน5 ไตรมาส RWA ของ KTB และ KBANK ลดมากที่สุด KBANK เป็นเพราะสินเชื่อหดตัว KTB เป็นเพราะเน้นขยายสินเชื่อความเสี่ยงต่ำซึ่งกินทุนต่ำ สัดส่วนเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier I ratio) ของทั้ง2ธนาคารจึงเพิ่มขึ้น >1% ต่อปี ในช่วงปี 2567-2568 ทำให้มีเงินทุนส่วนเกิน และ เป็นภาระต่อ ROE สัดส่วน Tier I ของ KTB อยู่ที่ 20.6% (CET1 19.6%) และ สัดส่วน Tier I ของ KBANK อยู่ที่ 19.6% (CET1 18.7%) สูงเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่มธนาคาร
เพื่อลดเงินทุนส่วนเกิน KTB และ KBANK น่าจะจ่ายปันผลเพิ่มเพื่อลดแรงกดดันที่มี Tier I ที่สูงเกินไป เราคาดว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลของทั้ง2ธนาคารที่ 80% เป็นระดับที่สมเหตุสมผล ซึ่ง จะส่งผล Tier I ของ KTB และ KBANK จะเพิ่มในอัตราที่ชะลอลงที่ประมาณ 0.2-0.3% ต่อปี (กรณีที่ RWA เพิ่มขึ้นปีละ 2%) แทนที่จะเพิ่ม 1% ต่อปี กรณีของอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 80% จะเท่ากับ SCB ที่จ่ายปันผลในอัตรา 80% มาสองปีแล้ว (ในปี 2566-2567) ทำให้ Tier I เพิ่ม 0.2% ต่อปี มาอยู่ที่ 17.9% ในปัจจุบัน เรามองว่า Tier I ที่ระดับนี้อยู่ในเกณฑ์สูง(ธนาคารต่างประเทศอยู่ที่ 15-17%) และ แข็งแกร่งมากพอที่จะรองรับความผันผวนของคุณภาพสินทรัพย์ได้ นอกจากนี้ KBANK ยังระบุว่าจะรักษาระดับ Tier I ในระยะยาวให้อยู่ที่ระดับ 15-16%
KKP และ TTB น่าจะเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล ขณะที่ TISCO น่าจะคงไว้ที่ระดับสูง เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อ KKP และ TTB หดตัวอย่างมาก RWA จึงลดลงเหลือเพียงประมาณ 3% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดย Tier I ปัจจุบันของ TTB อยู่ที่ 18% และ ของ KKP อยู่ที่ 14.5% ขณะที่ TTB เพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 60% และคาดว่าจะจ่ายที่ 69% ในปี FY2568 กรณี KKP ไม่มีแผนจะกลับมาขยายสินเชื่อในระยะสั้น และ ขยับไปเน้นธุรกิจ wealth management แทน ซึ่งใช้เงินทุนน้อยกว่า เราคาดว่า KKP จะเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 70% ในปีนี้ (จาก 60% ในปี 2567)
ปัจจัยNPLs เพิ่มขึ้น และ ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง, ผลขาดทุน FVTPL จากการลงทุน
ที่..บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี