วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
ธรรมชาติของบูมเมอแรงนั้นเมื่อเขวี้ยงขึ้นไปในท้องฟ้า มันก็ย่อมย้อนกลับเข้าหาตัวผู้เขวี้ยงเสมอ ถ้าผู้เขวี้ยงชำนาญดีก็จะรับไว้ได้ แต่หากไม่ชำนาญก็ย่อมรับพลาดและอาจบาดเจ็บ
พรรคส้มก็เช่นเดียวกัน
นับแต่วันเปิดตัวพรรคอนาคตใหม่ต่อสื่อมวลชน ธนาธรก็ประกาศอย่างลำพองว่า “พรรคใดที่คิดไม่เหมือนเรา พรรคนั้นย่อมเป็นศัตรูกับเรา”
ก็ได้ใจ “คนชอบของใหม่” และชอบ “ความรุนแรงเด็ดขาด” (Radical)
การใช้คำว่า “พรรค” นั้นแม้ดูจำกัดวงแคบแค่พรรค แต่พรรคไม่ได้มีอยู่เฉพาะสมาชิกและนักการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนทั่วไปที่ชื่นชมและเชียร์พรรคด้วย ผลของการประกาศเป็นศัตรูจึงขยายวงกว้างไปสู่คนทั่วไปด้วย
ผลที่ตามมาทันทีก็คือการแบ่งแยกเป็นฝ่าย เป็นการตอกลิ่มความแตกแยกที่พรรคแดงเคยทำไว้ให้กว้างและลึกขึ้น
ตามมาด้วยวาทกรรรมที่เป็นเสื้อคลุมให้พรรคตน “คนรุ่นใหม่ – หัวก้าวหน้า – ฝ่ายประชาธิปไตย - สังคมใหม่” พร้อมกับด้อยค่าเหยียดหยามพรรคการเมืองอื่นๆ ให้เป็นฝ่ายเผด็จการ พวกศักดินา พวกล้าหลัง พวกดักดานอยู่ในการเมืองแบบเก่า ซึ่งก็ทำให้พรรคส้มดูเหมือนแข็งแกร่งด้วยภาพลักษณ์หรือแบรนด์มากกว่าพรรคการเมืองอื่นใด และได้รับเสียงเชียร์จนครองพื้นที่หลักในโลกออนไลน์
พรรคส้มกลายเป็นความหวังใหม่ของประเทศทันที!
พรรคส้มและลิ่วล้อบริวารยิ่งได้ใจ ถึงกับดูถูกเหยียดหยามก่นด่าพระมหากษัตริย์อย่างเมามัน มีการประกาศจะ“ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” ด้วยข้ออ้างว่าจะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้นและดำรงอยู่อย่างมั่นคง ทั้งที่แอบแฝงเจตนาทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
พวกเขาโจมตีในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้วยเรื่องที่สร้างขึ้นเอง เมื่อตีไม่ยุบก็เปลี่ยนใหม่ ด้วยการประกาศว่า “ตีเจ้าของหมาไม่ได้ก็ตีหมา”
เจ้าของหมาคือพระมหากษัตริย์ หมาก็คือพล.อ.ประยุทธ์กับคณะคสช. รวมทั้งนายทหารระดับสูง พวกเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายโจมตีมาที่กองทัพ ด้วยการดูถูกเหยียดหยามทหาร ราวกับว่าเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ ไร้ความสามารถที่จะป้องกันประเทศ ในสภาก็มีการตัดงบประมาณของกองทัพ
บนถนนมีกลุ่มต่อต้านพระมหากษัตริย์หลายกลุ่ม และจบลงด้วยหลายคนติดคุก บางคนหนีคดีไปต่างประเทศ หลายคนคดียังไม่ได้ตัดสิน รวมทั้ง ธนาธร เจ้าของพรรคด้วย
แต่ “ตัวตึง” หรือตัวเสนียดจัญไรในพรรคหลายคนก็สร้างชื่อเสียงด้วยการโจมตีพระมหากษัตริย์ บ่อนเซาะกองทัพ พวก “จิตตลาดล่าง” ก็ตามอวยราวกับเป็นพระผู้มาโปรด
ล่าสุดพรรคส้ม(พรรคประชาชน) มาดหมายว่าจะแลนด์สไลด์ได้สส.ไม่ต่ำว่า 250ที่นั่ง แต่แล้วก็เหมือนฟ้ามีตา เกิดการปะทะกันที่ชายแดนระหว่างทหารไทยกับทหารเขมรครั้งแรกคำก่นประณามพรรคส้มของคนทั่วไปก็ดังพรั่งพรูขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ อย่างที่พรรคส้มเคยก่นประณามเหยียดหยามทหารและผู้อื่นไว้ พร้อมกับย้อนถามพรรคส้มว่า “รู้หรือยัง มีทหารไว้ทำไม”
แม้พรรคส้มจะแถว่าพวกเขาหมายถึง “ทหารมีไว้ปกป้อง ไม่ได้มีไว้ปกครอง” ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเจตนาและหลักฐานแต่แรกมันยืนยันว่าดูถูกเหยียดหยามกองทัพไว้อย่างต่ำทรามมาก
พอมาถึงสงครามไทยกับเขมรครั้งที่ 2 พรรคส้มหมดทางแถก็สร้างวาทะใหม่ ว่าพรรคตนไม่เคยด้อยค่าทหาร และพร้อมสนับสนุนกองทัพให้ทันสมัย แต่ผลที่ตามมาคือมีการขุดถ้อยคำที่ดูถูกเหยียดหยามของพรรคส้มหนักขึ้น และยังขุดไม่จบจนบัดนี้!
คะแนนพรรคส้มลดลงอย่างรวดเร็ว แม้สื่อ คนดัง นักวิชาการ และคนในพรรคส้มเองจะพลิกลิ้นบอกว่า “สนับสนุนทหารและตนก็รักชาติ รักประชาชนเช่นกัน”
แต่ยิ่งดิ้นยิ่งแถ ประชาชนก็ยิ่งเห็นกมลสันดานของพรรคส้มว่าสับปลับ โกหกตอแหล เอาแต่พลิกลิ้นเพื่อคะแนนเสียง ไม่จริงใจและไร้ความสามารถที่จะบริหารประเทศ
ทุกสิ่งที่พรรคส้มเคยพูด เคยก่นด่าผู้คนที่เห็นต่างกับพวกตน เคยดูถูกเหยียดหยามพระมหากษัตริย์และกองทัพ ตอนนี้มันเหมือนบูมเมอแรงที่หมุนย้อนทางพุ่งเข้าใส่ตัว และไม่มีความสามารถจะรับมันได้
เหมือนถ่มน้ำลายรดฟ้า ถ่มไม่หยุดและมากเกิน จึงหลบน้ำลายที่ตกลงมาบนใบหน้าไม่ทัน
มองด้านจิตวิทยาสังคม คือทฤษฎีแรงย้อนกลับหรือ “Boomerang Affect” ก็ใช่
การพลิกลิ้นและพ่นน้ำลายไม่สามารถช่วยได้เลย
ทั้งหมดคือกฎของธรรมชาติที่เรียกว่า “กรรมและวิบาก” ใครทำอะไรและอย่างไรไว้ผลนั้นย่อมย้อนเข้าหาตนเสมอ
เพียงแค่ 7 ปี พรรคที่เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่กลับค่อยหมดอำนาจลงอย่างน่าสมเพช มันจะเป็นพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กต่อไป ตราบใดที่ “ผลรวมจิตใจ” ของคนในพรรคยังมืดดำและคิดชั่วร้ายต่อประเทศชาติ เพียงเพื่อจะได้ครองอำนาจสูงสุดแทนพระมหากษัตริย์
วิมล ไทรนิ่มนวล

ใจเด็ดเวอร์! คุณแม่คลอดลูกเองบนรถ อุ้มลูกโชว์สุดชิลทั้งที่สายสะดือยังติดอยู่ (คลิป)
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ม.ค.69
ครอบครัวแตกหัก บรู๊คลิน เบ็คแฮม บอก พ่อแม่ จะคุย ต้องผ่านทนายเท่านั้น
ไต้หวันเริ่มระส่ำระสาย ทรัมป์ ลั่นชะตากรรมไต้หวัน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสี จิ้นผิง
‘พิธา’โอดเสียใจ ขอโทษด้อยค่าทหารอ้างพูดไม่ชัด พท.โวกวาดสส.เชียงใหม่-ลำพูน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี