วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
PetCare : ขนแมวเข้าไปในทางเดินหายใจได้จริงหรือ
วันนี้ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องขนแมวมาฝากกันครับ เพราะหมอไปออกตรวจแล้วมีคุณพ่อคุณแม่สอบถามและกังวลเกี่ยวกับเรื่องแมว ว่ามีโอกาสเข้าไปในระบบทางเดินหายใจได้หรือไม่ เพราะในปัจจุบันคนเลี้ยงสัตว์อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงใกล้ชิดกันมาก โดยเฉพาะแมวและสุนัข
อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านสุขภาพที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาคือการสัมผัสขนแมว และผลต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะข้อสงสัยว่าขนแมวสามารถเข้าไปในรูจมูกของมนุษย์ได้หรือไม่ และหากเกิดขึ้นจะก่อให้เกิดอันตราย หรือโรคภัยต่าง ๆ หรือไม่
ต้องบอกก่อนว่า ระบบทางเดินหายใจส่วนต้นของมนุษย์ ประกอบด้วยโพรงจมูก คอหอย และกล่องเสียง โดยโพรงจมูกมีบทบาทสำคัญในการกรองอากาศ อุ่นอากาศ และเพิ่มความชื้นก่อนเข้าสู่ปอด ภายในโพรงจมูกมีโครงสร้างป้องกันหลายระดับ คือ
- ขนอ่อนในจมูก ทำหน้าที่ดักจับอนุภาคขนาดใหญ่
- เยื่อบุโพรงจมูกและเมือก ซึ่งสามารถจับฝุ่น เส้นใย และจุลชีพ
- ระบบ ciliary escalator ซึ่งเป็นขนกวัดขนาดเล็กที่โบกพาเมือกและสิ่งแปลกปลอมออกสู่ด้านนอก
กลไกเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง
ส่วนความเป็นไปได้ของการที่ขนแมวเข้าสู่โพรงจมูกของคนก็มีอยู่บ้าง โดยเฉพาะในที่ปิด คือในบ้านหรือห้องที่มีการเลี้ยงแมว แต่อย่างไรก็ตาม เส้นขนแมวมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับอนุภาคฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ จึงมักถูกดักจับไว้ที่บริเวณปากจมูกหรือโพรงจมูกส่วนหน้า และถูกกำจัดออกโดยการจามหรือการไหลของเมือก
ดังนั้น โอกาสที่เส้นขนแมวจะเข้าสู่หลอดลมหรือถุงลมปอดในบุคคลที่มีสุขภาพปกตินั้นต่ำมาก แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เลย และไม่ถือเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดหรือการอุดกั้นทางเดินหายใจ
แต่บ่อยครั้งที่เรามีความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ คือเชื่อว่าอาการแพ้เกิดจากเส้นขนแมวโดยตรง
มีงานวิจัยทางภูมิแพ้ยืนยันว่า ต้นเหตุที่แท้จริงคือสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะโปรตีน Fel d 1 (90-95%) ไม่ใช่ตัวเส้นขน
ตัว Fel d1 เป็นโปรตีนที่ผลิตจากต่อมไขมัน ต่อมน้ำลาย และผิวหนังของแมว เมื่อแมวเลียขนหรือมีการผลัดผิวหนัง โปรตีนนี้จะติดอยู่บนขนและเศษผิวหนัง (dander) แล้วกระจายไปในสิ่งแวดล้อม งานวิจัยพบว่า Fel d1 สามารถลอยอยู่ในอากาศและคงอยู่ในฝุ่นภายในอาคารได้นาน แม้ในสถานที่ที่ไม่มีแมวเลี้ยงอยู่โดยตรง
การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อ Fel d 1 พบว่าในคนที่มีภาวะแพ้แมว ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองต่อ Fel d1 ผ่านกลไกแบบ IgE-mediated hypersensitivity เมื่อมีการสัมผัสสารนี้ ร่างกายจะหลั่งฮีสตามีนและสารก่อการอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการทางคลินิก เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา และในบางรายอาจกระตุ้นโรคหอบหืด
มีการศึกษาเรื่องการสัมผัส Fel d 1 เพียงปริมาณเล็กน้อยก็สามารถทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก และการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดทางภูมิคุ้มกันได้อย่างมีนัยสำคัญ
ถึงแม้เส้นขนแมวจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรค แต่การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้จากแมวมีความสำคัญทางคลินิก โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบหรือโรคหอบหืด งานวิจัยชี้ว่าการลดปริมาณ Fel d1 ในสิ่งแวดล้อม เช่น การทำความสะอาดบ้านและการจัดการสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยง สามารถลดอาการแพ้ได้จริง
โดยสรุปขนแมวสามารถเข้าสู่โพรงจมูกของมนุษย์ได้ในเชิงกายภาพ แต่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับและกำจัดสิ่งแปลกปลอม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับแมวส่วนใหญ่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ Fel d 1 ซึ่งติดอยู่บนขนและเศษผิวหนังของแมว จากสิ่งที่เจ้าของสัตว์ถาม ก็ทำให้สัตวแพทย์ต้องไปหาข้อมูลเพื่อมาตอบเจ้าของสัตว์ในเชิงวิชาการให้ได้ เพื่อความรู้และความเข้าใจที่แท้จริง
น.สพ. นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

โดนแล้ว!!! ผอ.เลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี แจ้งความ สาวบุกรุกเปิดหีบเลือกตั้ง
เดือด! อ.อัจฉราวดี ตอกพวกขอนับคะแนนใหม่ คือกฎหมู่ เตือนสติอย่าเป็นเบี้ยให้เขาปั่นไปติดคุก
พยานใจเด็ดรีบพบ กกต.อุดรฯ แฉคลิปแจกเงิน500 หวั่นไม่ปลอดภัย มีรถปริศนาตามถึงบ้าน
ยลพระพักตร์ครั้งแรก เจ้าชายมาทีน แห่งบรูไน โพสต์ภาพพระธิดาองค์น้อย ซาห์รา มาเรียม โบลเกียห์
ดร.สุวินัย ชำแหละพรรคส้ม! เปรียบเป็น พระราชาแก้ผ้า ในนิทานเด็ก อัดด้อมส้มสร้างลัทธิห้ามแตะ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี