วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
ที่มาความรู้สึกอับอาย
ในวัยเจริญเติบโต เกิดจากช่วงเด็กเล็กอายุ 2-3 ปี ที่เริ่มแสดงความสามารถและต้องการการยอมรับ สนับสนุน และ การเห็นคุณค่าจากคนสำคัญ ครอบครัว และ สังคม แต่กลับไม่ได้รับความรู้สึกดีๆ เหล่านี้
แต่ไปได้รับการถูกด่าว่า การตำหนิ ติเตียน ล้อเลียน ทำให้อับอาย หรือมีท่าทีไม่ได้รับการยอมรับ ท่าทีดูถูก เหยียดหยาม หรือ ถูกบังคับ ควบคุม ข่มขู่ ถูกทำร้าย (child abuse) หรือ การถูกทอดทิ้ง การถูกหมางเมิน
จนเด็กไม่รู้สึกถึงคุณค่าของสิ่งที่ตนเอมี สิ่งที่ตนเองเป็น สิ่งที่ตนเองทำ จนเกิดความรู้สึกต่ำต้อย ด้อยค่า ไม่มั่นใจในตนเอง สงสัยในความสามารถ สงสัยในคุณค่าตนเอง (doubt) และ รู้สึกอับอาย (shame) เหมือนตนเองมีรอยตำหนิ ที่น่าอับอายอยู่ในตัว เหมือนมีแผลที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่รู้สึกได้ด้วยใจ และความรู้สึกอับอาย และความสงสัยในตนเองนั้น ได้กลายมาเป็นความรู้สึกที่ฝังลึก จนกลายเป็นแผลใจเมื่อเติบโตขึ้น
เมื่อมีเหตุการณ์ที่สะกิด ว่าเขาไม่มีความสามารถ หรือ ไม่เป็นที่ยอมรับ หรือ เขาไม่มีค่า หรือ มีเหตุการณ์ที่ต้องลุ้นการได้รับการยอมรับ หรือ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เขาจะรู้สึกเจ็บปวดได้ไวมาก รู้สึกกังวลได้มาก จิตตกได้ง่าย
ไร้เรี่ยวแรงในการสู้ชีวิต และ มักมองไปในแง่ลบก่อนว่า คนอื่นจะเห็นความไม่ดีของเขา เห็นความน่าเกลียดของเขา เห็นรอยตำหนิของเขา เห็นความไม่น่ารักของเขา เห็นเขาไม่มีค่า เนื่องจาก เขามีความเชื่อลึกๆฝังใจ ว่า
เขาเป็นของมีตำหนิ เขาไม่ดี เขาไม่มีคุณค่า เขาไม่น่ารัก และ สารพัดที่จะรู้สึกด้านลบกับตนเอง
แนวทางการดูแลตัวเองเมื่อรู้สึกอับอาย
1. ความเมตตาต่อตนเอง (self-compassion)
- เปลี่ยนความรู้สึก อับอาย เป็น ความรัก และ เมตตาตนเอง
- หมั่นเติมความพลังความรัก ความรู้สึกอบอุ่น ให้ตนเองในทุกวัน เช่น การยิ้มให้กับตนเอง การกอดตนเอง การหมั่นดูแลตนเอง การให้สิ่งดีๆ กับตนเอง
2. หมั่นมีสติ-รู้ทัน ความรู้สึก-นึกคิด-มุมมองที่มีต่อตนเอง (self-awareness)
- รู้ทัน "การตำหนิติเตียนตนเอง" (self-criticism) และ หยุด
- รูัทัน "ความคิดว่าตนเองยังไม่ดีพอ" (inadequate) และ หยุด
- รู้ทัน "การพยายามพิสูจน์ตนเองว่าดีพอต่อผู้อื่น" และหยุด
- รู้ทัน "การมักมองเห็นตนเองในแง่ลบ" และ หยุด
3. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อตนเอง
- หมั่นกลับมาเชื่อมโยงกับคุณค่าของตนเอง
- หมั่นกลับมาเชื่อมโยงกับความปรารถนาที่แท้จริงของตนเอง
- หมั่นรู้ใจตนเองมากขึ้น
- หมั่นรูัจักตนเองมากขึ้น
- หมั่นยอมรับธรรมชาติของตนเอง
- หมั่นรู้จักข้อดี ศักยภาพในตนเอง และ พัฒนาให้ดีขึ้น
- หมั่นยอมรับ และ แก้ไขข้อเสียของตนเอง
- หมั่นพูดถึงตนเองในแง่ดี
4. หมั่น รู้ทัน "การอยากได้การยอมรับจากคนอื่น"
เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่า "เราดีพอ" และ หยุด "พิสูจน์ตนเองเพือให้คนอื่นยอมรับ" แต่ลุกขึ้น "ทำสิ่งที่เรารู้สึกว่ามีคุณค่า" ด้วยความรู้สึกของตนเองจริงๆ ไม่ใช่เพื่อให้คนอื่นยอมรับเรา เพราะการคอยพิสูจน์ตนเอง ด้วยการวัดความพึงพอใจจากคนอื่น ไม่เคยทำให้รู้สึกดีพอได้อย่างแท้จริง เหมือนหลุมที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม
5. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น
เมื่อมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น จะช่วยลดอาการคิดมากเกินไปว่าคนอื่นจะรู้สึกแย่กับเรา
หมายเหตุ
ถ้าความรู้สึกอับอายมีมาก จนรับมือด้วยตนเองไม่ไหว การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจ เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยาเป็นทางช่วยหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง
เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน
ณัฐวุฒิ เหน็บแรง! บอกถึงพรรคส้มชนะ ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุติดล็อก 44 สส. โดนเล่นเรื่องแก้ รธน.
‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT
อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี