วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ให้สัมภาษณ์เรียกร้องต่อสื่อมวลชนว่า ในการนำเสนอข่าว อยากจะให้เรียกพระเดชพระคุณหลวงพ่อของชาววัดพระธรรมกาย ด้วยคำนำหน้าว่า “พระ” หรือ “หลวงพ่อ” การเรียกว่า “ธัมมชโย” เฉยๆ ทางวัดรู้สึกไม่ค่อยดี เพราะหลวงพ่อเป็นพระผู้ใหญ่ แม้จะมีคดีความ ท่านก็ยังอยู่ในสมณเพศ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนเรียกท่านด้วยสรรพนามให้เกียรติพระมหาเถระด้วย
1) คุณพระช่วย!
หลวงพ่อ พระเดชพระคุณท่าน ท่านเจ้าอาวาส พระมหาเถระ ฯลฯ
ร้องขอจากดีเอสไอให้เปลี่ยนตัวทีมพนักงานสอบสวน
ร้องขอจากสังคมให้เชื่อมั่นในตัวหลวงพ่อ
ร้องขอจากสื่อให้เรียก “พระ” หรือ “หลวงพ่อ”
ร้องขอจากทุกคน แต่ฝ่ายท่านทำไมไม่ทำตามคำร้องขอบ้าง...ไม่ใช่สิ... หมายจับของศาลอาญา คดีร่วมกัน สมคบกัน ฟอกเงิน รับของโจร ก็ยังไม่ยอมเดินทางเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
แพทยสภาฯ จะให้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจเพื่อพิสูจน์ว่าท่านป่วยหนักถึงขนาดไม่สามารถเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาได้จริงหรือไม่? ทำไมยังไม่ยอมให้เข้าไปตรวจพิสูจน์?
2) แถมยังปล่อยให้ลูกศิษย์ แนวร่วม กระทำการบิดเบือนประเด็นสาระสำคัญแห่งคดีในกระบวนการยุติธรรม
ยกตัวอย่าง
ใส่ความเท็จว่า มีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐเป็นหลักฐานยืนยันการป่วย แต่ดีเอสไอยังไม่ยอมพิจารณา หาว่าดีเอสไอไม่ให้ความเป็นธรรม ปัจจุบัน โรงพยาบาลของรัฐดังกล่าวยืนยันแล้วว่าใบรับรองแพทย์ดังกล่าวออกโดยมิชอบ แต่ถึงวันนี้ ทางฝ่ายลูกศิษย์พระยังไม่แถลงยอมรับความผิด ไม่ขอโทษ กลับยังกล่าวหาดีเอสไอต่อเนื่อง
บิดเบือนว่า ดีเอสไอจ้องเล่นงานหลวงพ่อองค์เดียว ทั้งๆ ที่ นายศุภชัยบริจาคตั้งหลายแห่ง ถวายหลวงพ่อเป็นเพียง 5% ทั้งๆ ที่ ความจริง ดีเอสไอดำเนินคดีกับทุกกลุ่มที่ได้รับเงิน โดยมีทั้งคดียักยอกทรัพย์สิน-ฉ้อโกง-ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ เจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และคดีฟอกเงิน-รับของโจร มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท มีการอายัดทรัพย์ไว้จำนวนมากอยู่ระหว่างดำเนินคดี
นอกจากคดีสมคบกัน ร่วมกัน ฟอกเงิน รับของโจร ที่มีพระธัมมชโยเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาแล้ว ยังมีคดีฟอกเงินที่เฉียดใกล้วัดพระธรรมกาย เช่น กลุ่มนายสถาพร (อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย), กรณีเอาเงินไปซื้อที่ดินข้างวัดพระธรรมกาย, กรณีเอาเงินไปซื้อหุ้นบริษัทที่ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินใกล้วัดพระธรรมกาย ฯลฯ
การที่พระธัมมชโย และทางวัดพระธรรมกาย ยังไม่ออกมาปฏิเสธ ไม่ชี้แจงความจริงแก่แนวร่วมของตนเอง หากแต่อาศัยประโยชน์จากการใช้ความเท็จบิดเบือนดังกล่าวอยู่นั้น จะถือว่าบาปกรรมหรือไม่? เจตนาอาศัยความเท็จเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือไม่?
3) แนวทางคำสอน การกระตุ้นรุกเร้าให้คนบริจาคเงินทองทำบุญกับทางวัดพระธรรมกาย โดยอ้างเสมือนตนเองล่วงรู้ถึงนรก-สวรรค์ แถมโฆษณาว่าทำบุญกับวัดอย่างไร จะได้บุญขนาดไหน ขึ้นสวรรค์ชั้นใด เฟสใด เป็นที่ครหาสงสัยต่อวิญญูชนว่า ถูกต้องตามพระพุทธศาสนาจริงหรือไม่? ผิดพระธรรมวินัยหรือไม่? เช่น
พระธัมมชโยเทศนาผ่านทีวีช่อง DMC TV 6 พฤษภาคม 2559 ออกอากาศทั่วโลก อ้างกรณีศึกษา Case Study โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (คุณพ่อวิศิษฎ์) เสียชีวิต อ้างว่า ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน ด้วยผลบุญจากที่ทำกับวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไร พูดเป็นคุ้งเป็นแคว เพื่อให้ลูกๆ ทำบุญกับวัดพระธรรมกายต่อไป เช่น
...เมื่อกายละเอียดคุณพ่อของลูกสามารถนึกถึงหลักวิชชาธรรมกายขึ้นมาได้ ตัวท่านจึงได้แว้บบบบ มากราบมหาธรรมกายเจดีย์ แล้วก็นั่งสมาธิทบทวนบุญทุกๆ บุญที่ตัวท่านได้เคยตั้งใจสั่งสมเอาไว้ในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว บุญหล่อรูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงปู่พระผู้ปราบมารด้วยทองคำ บุญถวายไทยธรรม 30,000 วัด บุญถวายภัตตาหารพระที่หอฉัน และบุญบวชพระลูกชาย เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงส่งผลทำให้กายละเอียดของท่านค่อยๆ สว่างขึ้น...สว่างขึ้น...แล้วก็สว่างขึ้นไปเรื่อยๆ
...ส่งผลทำให้ตัวท่านได้แว้บบบบบไปบังเกิดเป็น “เทพบุตรสุดหล่อ” อยู่ในวิมานทองแก้วลายไม้ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เฟส 3 ในทันที...
...ส่วนสาเหตุที่ทำให้คุณพ่อของลูกได้มาบังเกิดเป็นเทพบุตรสุดหล่ออยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เฟส 3 ทั้งๆ ที่ ตัวท่านควรจะไปบังเกิดอยู่ในภพภูมิที่ดีและประณีตยิ่งไปกว่านี้นั้น ทั้งนี้ ก็เป็นเพราะในสมัยที่ตัวท่านยังเป็นมนุษย์บางช่วง ตัวท่านก็ทำบุญด้วยความปลื้มอย่างถูกหลักวิชชา แต่บางช่วง ตัวท่านก็เกิดความรู้สึกเสียดายทรัพย์ขึ้นมาในเวลาทำบุญ เพราะเป็นห่วงกังวลถึงเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจจะต้องใช้ในอนาคต เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้ตัวท่านได้บุญไม่เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น...
แต่ที่สุดยอดเป็นที่สุด คือ เมื่อลูกๆ มาทำบุญกับวัดพระธรรมกายเพิ่มเติม พระธัมมชโยก็เล่าเพิ่มเติมในอีกวันด้วยว่า ผลบุญได้ทำให้พ่อที่อยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เฟส 3 ได้ย้ายขึ้นไปอยู่เฟส 1 ซึ่งมีความหรูหรา และไฮโซกว่าเดิม!!!!
ทั้งหมดออกอากาศผ่านโทรทัศน์ดาวเทียม DMC TV
4) คำว่า “ชิตังเม” ถูกพระธัมมชโยนำมาใช้ประโยชน์ในการระดมเงินทำบุญอย่างหนัก
ทั้งๆ ที่ “ชิตังเม” ตามความหมายที่แท้จริงในพระพุทธศาสนานั้น คือ “ชนะแล้ว” ชนะกองกิเลสแล้ว
มิใช่สอนให้โลภมากในผลบุญ หรือเร่งหาเงินมาบริจาคเพื่อหวังจะขึ้นสวรรค์ หรือมิให้คิดกังวลภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวเลย หรือแม้กระทั่งจัดกิจกรรมระดมเงินบริจาคเป็นเนืองนิตย์ สารพัดโครงการ มีอีเว้นท์ทุกเดือน ทุกต้นเดือน มีสินค้าบุญขายในนามบริจาค ยึดติดวัตถุ เน้นความตื่นตาตื่นใจ ฯลฯ
5) เมื่อ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน นพ.ดร.มโน เลาหวณิช ยื่นคำร้องกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กระทำการอวดอุตริมนุสธรรม ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย อันเป็นครุกาบัติ ยื่นต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น และ พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 ในฐานะผู้พิจารณาชั้นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากพระเทพญาณมหามุนี เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ แต่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าเจ้าคณะภาค ดังนั้น จึงนำความตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ข้อ 9 (2) กำหนดให้นำความในข้อ 7 (5) ก มาใช้โดยอนุโลม
ระบุในคำร้องว่า กระทำการอวดอุตริมนุสธรรม ล่วงละเมิดพระธรรมวินัยอันเป็นครุกาบัติ หลายกรณี
อาทิ การกล่าวอ้างว่าพบเห็นใครต่อใครในนรก รวมถึงพระผู้ใหญ่บางรูป ก่อนที่จะช่วยให้ขึ้นมาอยู่ในสวรรค์
สะท้อนว่า มีเหตุอันควรสงสัยในความเป็นพระอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
6) ทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าสื่อมวลชนจำนวนไม่น้อย หรือวิญญูชนทั่วไป หรือพุทธศาสนิกชนที่รักและศรัทธาในพระพุทธศาสนาจริงแท้จำนวนมาก จะเกิดข้อครหา คลางแคลงสงสัย หรือเกิดความรู้สึกกระดากปาก
ไม่สะดวกใจที่จะเรียกพระธัมมชโย โดยใช้คำนำหน้าว่า “พระ” หรือ “หลวงพ่อ”
จะไปขืนใจให้คนอื่นเขาเรียก ได้อย่างไร?
แทนที่จะมาร้องขอให้คนอื่นเรียกด้วยคำยกย่องบูชา กลับไปสำรวจตรวจสอบพฤติกรรมแห่งตน จะดีกว่าไหม?
ควรจะรุดเข้าไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน ตามหมายจับของศาลอาญา จะดีกว่าไหม?
สารส้ม

เปิดบันทึกความทรงจำ! เรื่องราวสุดประทับใจ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' ช่วงเป็นอัยการฝึกหัด
แต้มประวัติศาสตร์!'แคนาดา'ฮึดตีเจ๊า'บอสเนียฯ'บอลโลก
สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ดี้ นิติพงษ์ โพสต์กลอนอาลัยสุดซึ้ง น้อมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
คนไทยคนแรก! ‘ลิซ่า’แสดงโชว์พิธีเปิดฟุตบอลโลก
กู้ซากการรถไฟฯ ลุยปั๊มรายได้-เพิ่มคน-ขึ้นค่าตั๋ว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี