วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ต่อตระกูล : ถึงผมไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์เต็มตัว แต่ในฐานะวิศวกรผู้อยู่ใกล้ชิดกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงมองเห็นโอกาสและตัวอย่างในต่างประเทศที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมประเภทต่างๆ อย่างได้ผลที่เห็นได้ชัดเจน ที่สำคัญวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์เพื่อตรวจจับการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศเราได้อย่างแน่นอน
ต่อภัสสร์ : จริงๆ ในประเทศไทยก็พอจะมีให้เห็นบ้างนะครับ ผมเห็นตัวอย่างที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นำเครื่องเจาะคอนกรีตที่วิศวกรใช้ในงานก่อสร้างไปเจาะพื้นถนนคอนกรีตที่ อบต. อบจ.สร้างกันแล้วมีข่าวว่าทุจริต เทคอนกรีตไม่ได้ความหนาตามที่กำหนด เพราะแต่เดิม เวลาเจ้าหน้าที่ สตง.ไปตรวจ ก็เห็นแต่ถนนที่เทคอนกรีตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าดูด้วยตาที่ขอบถนนก็จะเห็นมีความหนาตามแบบ แต่คราวนี้ผู้ว่าฯ สตง. นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ยกเครื่องเจาะคอนกรีตไปด้วย เพื่อเจาะแท่งคอนกรีตออกมาจากกลางถนน แล้ววัดโชว์ต่อหน้าบรรดานักข่าวที่ติดตามไปให้เห็นกันชัดๆ เลยว่า ถนนที่ตามแบบต้องมีความหนา 15 เซนติเมตร แท้จริงแอบเทกลางถนนไม่ถึง 10 เซนติเมตร ถ้าตรวจพิสูจน์แบบนี้จะเป็นพยานหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิดผู้เกี่ยวข้องได้
ต่อตระกูล : เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้พบผู้ว่าฯสตง.ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 กันยายน เลยสอบถามว่า สตง.จะมีการใช้เทคโนโลยีเครื่องมือตรวจสอบแบบอื่นๆ ไว้ใช้ตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานแบบเครื่องเจาะคอนกรีตไปเจาะถนนอีกบ้างไหม ก็ได้รับคำตอบว่า สตง.จะเพิ่มการใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบทุจริตให้มากขึ้น เช่น ที่มีรายงานว่าถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบางแห่งใช้เหล็กน้อยกว่าที่กำหนดในแบบ หรือที่มีรายงานว่า เวลาตรวจสอบก่อนเทคอนกรีตก็มีเหล็กตะแกรงวางไว้ถูกต้อง แต่พอผู้ควบคุมงานไปแล้ว ก็ลากเหล็กตะแกรงทั้งแผงออกไปแล้วรีบเทคอนกรีตกลบไปเลย สำหรับกรณีแบบนี้ สตง.จะเอาเครื่องสแกนเหล็กรุ่นใหม่ไปสแกนตรวจผ่านคอนกรีตลงไปดูได้เลย
ต่อภัสสร์ : แล้วสำหรับ ป.ป.ช. ที่เน้นการสอบสวนโดยรวบรวมหาหลักฐานที่เป็นเอกสารและพยานตามแนวทางการพิจารณาคดีในศาล ได้ใช้เทคโนโลยีในการการพิสูจน์หลักฐานมาประกอบคดีเหมือนอย่าง สตง. บ้างไหมครับ
ต่อตระกูล : เท่าที่ทราบก็มีการริเริ่มบ้างแล้วที่พยายามเสนอให้เก็บหลักฐานแล้วนำมาตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ แต่ที่มีปัญหาคือ ยังขาดการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เช่น กรณีวัสดุก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนหนึ่งที่มีผู้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ว่าไม่ได้คุณภาพตามแบบที่กำหนดไว้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่สนามบินและฝ่ายผู้ที่ทำการก่อสร้าง ก็นำเอกสารต่างๆ มายืนยันว่าได้ทำทุกอย่างตามขั้นตอนในระเบียบราชการและสัญญาก่อสร้างครบถ้วนทุกประการ เมื่อ ป.ป.ช. ตรวจตามเอกสารและพยานต่างๆจึงไม่พบความผิดแต่อย่างใด แต่มีกรรมการสอบสวน ป.ป.ช.ท้วงติงขึ้นว่า ความจริงการตรวจสอบข้อร้องเรียนทุจริต จะตรวจด้วยเอกสารอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอ ยิ่งกรณีนี้สามารถเก็บหลักฐานไปพิสูจน์ได้เลยก็ควรทำ
ป.ป.ช.จึงตัดชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้างไปทดสอบคุณสมบัติในห้องทดลองในประเทศไทย ปรากฏว่าไม่มีเครื่องมือที่สามารถทดสอบตามมาตรฐานของประเทศเยอรมนีที่อยู่ในข้อกำหนดเลย ต้องส่งไปทดสอบที่เยอรมนี ซึ่งใช้
งบประมาณจำนวนมาก คณะกรรมการสอบสวน ป.ป.ช.มีความเห็นว่า ไม่คุ้มค่าที่จะส่งไปทดลอง จึงปิดคดีโดยไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณสมบัติของวัสดุก่อสร้างนี้จากห้องทดลอง
ต่อภัสสร์ : ถ้าต่อไป ป.ป.ช. ได้งบประมาณสนับสนุนในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการสอบสวนคดีทุจริตต่างๆ ตลอดจนมีการบรรจุนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาสนับสนุนแบบที่ สตง.ได้รับวิศวกรเข้ามาร่วมงานในการตรวจสอบโครงการก่อสร้างภาครัฐ ก็คงจะทำให้ฝ่ายงานสอบสวนสามารถหาหลักฐานได้ชัดเจนและแน่นหนายิ่งขึ้น
ต่อตระกูล : ใช่แล้ว หวังว่าต่อไปคนในวงการปราบปรามการทุจริตของประเทศไทยจะได้เห็นประโยชน์และนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น
ต่อภัสสร์ : แล้วนอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกไหมครับ
ต่อตระกูล : ยังมีอีกเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำหน้ามาก ซึ่งมีใช้ในประเทศไทยมานานเป็นสิบปีแล้ว เพียงแต่ไม่ค่อยได้นำมาใช้ในการปราบปรามการทุจริตเป็นหลัก ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมซอฟต์แวร์ติดตามเส้นทางการเงิน มูลค่ากว่าร้อยล้านบาทของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ที่ปัจจุบันเน้นใช้ในภารกิจปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด โดยเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ชุดนี้สามารถตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงินโดยละเอียดของผู้กระทำผิดตั้งแต่ระดับรายบุคคลจนถึงกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่เลยทีเดียว ถ้านำมาใช้ตรวจสอบการทุจริต เทคโนโลยีนี้จะสามารถตรวจสอบได้ว่า เงินส่วนไหนและเท่าไหร่ออกจากบริษัทหรือนักธุรกิจไปสู่นักการเมืองหรือข้าราชการที่ทุจริตได้ ความสามารถของซอฟต์แวร์นี้สามารถไล่ตามการเคลื่อนไหวของเงินทุจริตไม่ว่าจะส่งต่อกันกี่ร้อยกี่พันทอดได้ในพริบตา
นอกจากนี้ก็ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในกิจการสืบราชการลับของประเทศต่างๆ เช่น อิสราเอลก็มีเก้าอี้นั่งจับเท็จที่ดูเหมือนเก้าอี้ธรรมดา ไม่ต้องมีสายระโยงระยางไปเกาะติดอยู่กับผู้ให้การแบบเครื่องจับเท็จรุ่นเก่า แต่สามารถจับการเคลื่อนไหวและอิริยาบถของผู้ให้การในขณะตอบคำซักถามได้ตลอดว่ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติขณะตอบคำถามเรื่องใดบ้างหรือไม่ หน่วยสืบราชการลับของรัสเซียก็มีเครื่องมือช่วยในการสืบสวนสอบสวนที่ก้าวหน้ามาก ซึ่งรัฐบาลไทยน่าจะใช้ความสัมพันธ์ในช่วงนี้ติดต่อขอความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการสืบสวนสอบสวนนี้ได้ สำหรับสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าเขาใช้เทคโนโลยีล้ำหน้ามากมาย เช่น เครื่องจับเท็จจากน้ำเสียงเวลาพูด เครื่องมือเหล่านี้ก็อาจประสานขอความร่วมมือ หรือ ขอซื้อมาใช้เพื่อประโยชน์ในการปราบปรามการทุจริตก็ได้ เพราะถ้าใช้การได้จริง จับทุจริตเพียงไม่กี่รายก็คุ้มค่ากับราคาเทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว
ต่อภัสสร์ : และสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือ พลเมืองที่ตื่นรู้ที่พร้อมจะต่อต้านคอร์รัปชัน พลเมืองเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้จริง และเมื่อเครื่องมือเหล่านี้ให้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว พลเมืองเหล่านี้
ล่ะจะเป็นผู้ใช้ข้อมูลและหลักฐานการทุจริตมาใช้ลงโทษคนโกงและป้องกันการโกงแบบเดิมๆ ไม่ให้เกิดขึ้นได้อีก

จับตา! ครม.นัดแรก รัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล พิพัฒน์ ปรับราคาน้ำมันใหม่
อนุทิน คอนเฟิร์ม! คนละครึ่งพลัส มาแน่ หลังสิ้นเดือน เม.ย. วงเงิน 2,000 เท่าเดิม แต่ครอบคลุมมากขึ้น
นายกฯ แต่งตัวชิล เดินตรวจราคาสินค้า ไทยช่วยไทย แนะผู้ประกอบการจัดโซนเฉพาะหาง่ายต่อการซื้อ
ดรามาเดนมนุษย์! วิมล ไทรนิ่มนวล ถามแรงถึง พีระพันธุ์ งานนี้มีสะดุ้ง
UNSC วงแตก! เลื่อนลงมติคุ้มครองเดินเรือพาณิชย์ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นสัปดาห์หน้า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี