วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
การเสาะหาเรือนแพ บ้านเกิดนายปรีดี พนมยงค์ เมื่อได้รับบริจาคที่ดินครบถ้วนแล้ว งานที่ต้องดำเนินการต่อไปคือการเสาะหาเรือนแพมาแทนเรือนแพบ้านเกิดหลังเดิมที่ได้ผุพังสูญสลายไปตามกาลเวลา คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมายให้คณะทำงานซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางประวัติศาสตร์หลายท่าน ค้นหาเรือนแพที่มีอายุใกล้เคียงกับเรือนแพบ้านเกิดดังกล่าว ในพื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา1 แต่ก็ยากอยู่ เพราะไม่มีใครในคณะทำงานเกิดทันได้เห็นเรือนแพบ้านเกิดนายปรีดีเลย ได้แต่คาดเดาว่าเรือนแพที่ต้องการอยู่ในยุคเดียวกันกับเรือนแพบ้านเกิดเมื่อประมาณหนึ่งร้อยปีมาแล้ว
วันหนึ่งในปี 2526 ดิฉันได้ติดตามคณะทำงานนั่งเรือหางยาวลัดเลาะไปตามคลองเมืองอยุธยา ตั้งแต่เช้าจนบ่ายคล้อย ได้พบเรือนแพหลังหนึ่งจอดอยู่ริมตลิ่ง มีลักษณะเป็นบ้านไม้ทรงไทยชั้นเดียวขนาด 8.58 x 8.40 เมตร อายุและลักษณะน่าจะใกล้เคียงกับเรือนแพบ้านเกิด โดยในเวลานั้นเจ้าของใช้เป็นยุ้งเก็บข้าวเปลือก อยู่ในสภาพทรุดโทรม ภายในเต็มไปด้วยฝุ่นละออง เมื่อสอบถามเจ้าของก็สันนิษฐานได้ว่าเรือนแพนี้มีอายุประมาณร้อยปี ใกล้เคียงกับอายุเรือนแพบ้านเกิด จึงตกลงซื้อในราคา 600,000 บาท ซึ่งเมื่อ 30 ปีก่อน เงินจำนวนนี้ไม่น้อยเลย
จากนั้นเดินทางไปค้นหาเรือนแพอีกหลัง เพื่อทำเป็นหอสมุด พิพิธภัณฑ์ รวมถึงเป็นที่เจริญสมณธรรม และประชุมสัมมนา จนพบเรือนแพหลังใหญ่สวยงามอยู่ในสภาพพอใช้ได้ มีขนาด 10.05 x 11.30 เมตร จอดอยู่ริมคลองเมือง เรือนแพนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านครอบครัวใหญ่ที่มีลูกหลานหลายคน มีการเจรจาขอซื้อและตกลงกันในราคา 1,000,000 บาท2
การออกแบบอนุสรณ์สถาน
งานต่อไปคือ ดำเนินการออกแบบ และวางผังงานบนที่ดินดังกล่าว ประกอบไปด้วย
1. เรือนแพบ้านเกิด (จำลอง)
2. อนุสาวรีย์หลัก 6 ประการ
3. เรือนแพหอประชุม (พิพิธภัณฑ์)
4. สวนและสนามหญ้า
5. ห้องสุขาและเรือนคนงาน
.jpg)
สำหรับทุนทรัพย์ในการดำเนินการก่อสร้าง ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาในอุดมการณ์เพื่อชาติและราษฎรไทยของนายปรีดี พนมยงค์ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ขอขอบคุณอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้
ขั้นตอนต่อมา ได้มีการชะลอเรือนแพทั้งสองหลังมาประกอบขึ้นใหม่ และปลูก ณ บริเวณที่กำหนดไว้ในผังดังกล่าว อนึ่ง เรือนแพบ้านเกิดนั้น เดิมจอดอยู่ริมตลิ่งคลองเมือง แต่เพื่อความสะดวกในการบำรุงรักษาจึงได้ยกเรือนแพจำลองหลังนี้มาปลูกไว้บนฝั่ง
การเปิดอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์
พิธีเปิดอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์ มีขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2529 ซึ่งเดิมสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะเสด็จมาเป็นองค์ประธาน แต่เกิดประชวรกะทันหัน จึงมีพระบัญชาให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาสภมหาเถระ) มาเปิดแทน อย่างไรก็ดี ในแผ่นป้ายที่เตรียมไว้ก็ยังคงจารึกข้อความไว้ว่า

อนุสรณ์สถานแห่งนี้ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านแดด ผ่านฝน ผ่านพายุ รวมทั้งผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาหลายครั้ง จึงชำรุดทรุดโทรมลงตามความเป็นอนิจจัง
มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ เห็นสมควรบูรณะซ่อมแซมอนุสรณ์สถานให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นศูนย์กลางในการให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนโครงการดังกล่าว สรุปยอดเงินบริจาคเป็นจำนวนทั้งสิ้น 4,470,666 บาท และได้ทำการบูรณะซ่อมแซมอนุสรณ์สถานอีกครั้งในปี พ.ศ. 2543 มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
อนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการภายใต้มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ จนถึงปี พ.ศ. 2546 คณะกรรมการมูลนิธิมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า สมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ดูแลรักษา เพื่อสานต่ออุดมการณ์เพื่อชาติและราษฎรไทยของนายปรีดีอย่างมีประสิทธิภาพสืบต่อไป โดยการโอนกรรมสิทธิ์สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2546
หวังว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะรังสรรค์อนุสรณ์สถานแห่งนี้ให้เป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตสำหรับอนุชนคนรุ่นใหม่และผู้สนใจ ได้ศึกษา ค้นคว้า และสืบทอดอุดมการณ์ของรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์ ตลอดไป
หมายเหตุ จากหนังสือ “ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562” หน้า 25,27, 29,31,33

ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
จตุรงค์โพสต์โมเมนต์อบอุ่น เคียงข้าง เด๋อ ดอกสะเดา ในวันที่คิดถึงสุดหัวใจ
อย่าทึกทักเอาเอง! โฆษก ภท. โต้ เสรีพิศุทธ์ ไม่เคยมีใครในพรรคเชิญ เสรีรวมไทย ร่วมรัฐบาล
เอดีบี ยัน เศรษฐกิจเอเชียรับมือไหว หลังเผชิญสงครามอิหร่าน-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สดุดีหัวใจนางฟ้า! น้องแป้ง นิสิตชั้นปีที่ 1 บริจาคหัวใจ ตับ ไต ดวงตา สร้างบุญกุศลใหญ่ครั้งสุดท้าย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี