วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในบ้านเรา นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 จนถึงขณะนี้ ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในวงจรเดิมๆ คือ มีการเลือกตั้ง มีการตั้งรัฐบาล มีการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเป็นวงจรอย่างนี้มาโดยตลอด
ถึงเวลาที่จะต้องช่วยกันออกจากวงจรนี้ให้ได้
เดินไปสู่การเมืองใหม่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีอำนาจเพียงแค่ไปเลือกตั้งเท่านั้น แล้วก็ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างหลังการเลือกตั้งอยู่ในมือของคนอื่น ที่จะทำอะไรตามชอบใจ ทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายที่ว่านี้ต้องระลึกถึงตลอดเวลาว่าตนเองนั้นเป็นเสมือนต้นน้ำ ถ้าต้นน้ำไม่สะอาด ปลายน้ำก็สกปรก ชาวบ้านต้องกินน้ำและใช้น้ำที่สกปรกตลอดเวลา
บ้านเมืองที่ผ่านมายังไม่ดีขึ้นเพราะเรื่องอย่างนี้
ต้องรู้จักซักใจของตนให้สะอาด มีหน้าที่การงานที่ต้องทำ ก็ต้องทำด้วยใจที่สะอาดเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมือง ให้สมกับที่ประชาชนเลือกเข้ามา
ตราบใดที่ใจสะอาด งานของส่วนรวมก็ยังเกิดผลไม่ตกอยู่ในความอยาก ความลุ่มหลง ความมัวเมา ความฟุ้งซ่าน จิตใจก็จะปลอดโปร่ง เข้มแข็ง มีจิตใจในความรับผิดชอบชั่วดี ดึงดูดใจผู้คนให้เกิดความรัก ประสบความสำเร็จในการทำงาน
ประชาชนต้องเจ็บปวดมากแล้วจากการทำงานของคนที่เลือกเข้าไปทำงานให้กับพวกเขา ที่ไปทำงานเพื่อประโยชน์ตนและพรรคพวกตลอดเวลา จนบ้านเมืองโดยรวมต้องเสียหาย ไม่เดินไปข้างหน้า แม้กระทั่งเอาอำนาจของประชาชนไปใช้ทำมาหากินให้กับตนเอง
ออกกฎหมายเพื่อคนส่วนน้อยที่มีอำนาจ เป็นต้น
หรือบริหารบ้านเมืองเพื่อให้ตนได้ประโยชน์
ยังทำงานทำการกันแบบเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งในที่สุดแล้วประชาชนที่เลือกตนเข้ามาทำงานก็สิ้นหวัง พึ่งพาอะไรไม่ได้อย่างที่สัญญาไว้ หรือพูดไว้ระหว่างการหาเสียง
ขณะนี้ถึงเวลาแล้วจริงๆที่ทุกคนในบ้านเมือง ที่มีอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงในการเลือกตั้ง ต้องตั้งตัวเสียใหม่ในการใช้อำนาจอธิปไตยของตนในการช่วยกันจัดการสร้างกระบวนการใหม่ในการเลือกตั้ง สร้างการเมืองใหม่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในการบริหารประเทศ ที่มีแนวคิดในการขับเคลื่อนประเทศด้วยการทำให้สภานิติบัญญัติเป็น “สภาประชาชน” จริงๆ ในการขับเคลื่อนบ้านเมืองไปข้างหน้า
สภาประชาชนที่เปลี่ยนชื่อมาจากสภานิติบัญญัติ
มีจำนวนไม่เกิน 300 คนก็พอ จะทุ่นเงินงบประมาณแผ่นดินไปได้เกือบครึ่งหนึ่งจากที่เคยมี 500 คน ในชื่อสภานิติบัญญัติ โดยคัดเลือกมาจากประชาชนในกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่สำคัญในประเทศ ในสัดส่วนดังต่อไปนี้
1. กลุ่มเกษตรกร 20% ประกอบด้วย ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ และ ประมง เป็นอาชีพ
2. ผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้าง 15% (ประกอบด้วย กรรมกร ผู้รับจ้างทั่วไปของเอกชน)
3. ข้าราชการ 10% ประกอบด้วย ตัวแทนแต่ละกระทรวง
4. ตุลาการ อัยการ ทนายความ 6% ประกอบด้วย ตัวแทนของแต่ละฝ่าย 4.1.1%
5. ฝ่ายความมั่นคง 5% ประกอบด้วย ตัวแทนจาก 3 เหล่าทัพ ( ทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ )
6. รัฐวิสาหกิจ 5% ประกอบด้วย ตัวแทนของแต่ละแห่ง
7. นักวิชาการอิสระ 5% ประกอบด้วย ตัวแทนแต่ละสาขา
8. องค์กรครู อาจารย์ 5% ประกอบด้วย ตัวแทนทั้งภาครัฐและเอกชน
9. องค์กรแพทย์และพยาบาล 5% ประกอบด้วยตัวแทนทั้งภาครัฐและเอกชน
10.ผู้ค้าปลีกรายย่อย 4% ประกอบด้วย ตัวแทนจากผู้ประกอบการรายย่อยและรายเล็ก
11.ผู้ประกอบการภาคการผลิตและส่งออก 3% ประกอบด้วย ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรม
12.ผู้ประกอบการจัดจำหน่ายค้าส่ง 2% ประกอบด้วย ตัวแทนจากหอการค้า
13.หน่วยงานอื่นๆ 15% หน่วยงานละไม่เกิน 2%
นี่คือกรอบและโครงสร้างใหม่ที่มาเป็นสภาประชาชน
ที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของประชาชน เพื่อประชาชน
จะเป็นการเมืองใหม่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในการเป็นผู้ร่วมกันพิจารณาจัดตั้งผู้มีหน้าที่ในการบริหารบ้านเมือง ซึ่งมีที่มาจากประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เป็นทางเลือกหนึ่งที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยจริงๆ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงตัวหนังสือ
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

'สุนารี'เตรียมปรับตัวรับมือหากสงครามยืดเยื้อเงินอาจไม่มีความหมาย
ผบ.ทสส. ยันกองทัพสนับสนุน กต.อพยพคนไทย ออกจากพื้นที่ตะวันออกกลาง
‘ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง’บุกนครพนม! ทวงคืนศักดิ์ศรีสาวลาววัย 15 ถูกอดีตพี่เขยไทยขืนใจ
AMATAV กางแผนรุก‘อมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ’ ปั้นฮับไฮเทคใหม่ในเวียดนาม
‘ตุ๊กกี้’ ของขึ้นโพสต์ฉะ ถึงใคร? เงินต้น 80,000 แต่ดอก ปาไป 200,000 สายไหมต้องเข้าละ?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี