วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นครั้งแรกหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ยึดอำนาจการปกครองจากการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองโดยระบอบเผด็จการและผ่อนคลายมาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบโดยมีผู้บริหารประเทศคือรัฐบาลที่มีผู้นำเป็นอดีตผู้เผด็จการ ได้แก่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย พรรคที่สนับสนุนและพรรคอื่นๆ ที่เป็นพรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็กเข้าร่วมรัฐบาล
และเมื่อบริหารประเทศมาได้ระยะหนึ่งก็มีการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจากพรรคฝ่ายค้าน คือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีข้อที่น่าสังเกตคือเมื่อเริ่มเปิดอภิปรายสมาชิกฝ่ายค้านคนหนึ่งได้ใช้เวลาอภิปรายนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่การอภิปรายที่ใช้เวลานานมากเป็นการอภิปรายที่เรียกว่าน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง กล่าวคือ เริ่มต้นก็ทำท่าจะดีโดยนำปัญหาในการบริหารของรัฐบาลที่ล้มเหลวแต่ยิ่งอภิปรายนานเท่าใดยิ่งมีสาระสำคัญน้อยมากทำให้การอภิปรายเสียเวลา ซึ่งมีผลกระทบต่อการอภิปรายครั้งนี้จนในที่สุดรัฐมนตรีที่ต้องถูกอภิปราย จำนวน 6 คน ที่ประชุมต้องยุติก่อนที่จะอภิปรายครบทั้งหมดทุกคน
ยิ่งไปกว่านั้นผู้อภิปรายที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ยังสรุปด้วยการท้านายกรัฐมนตรีดวลปืนกันตัวต่อตัวอีกซึ่งแสดงความเลอะเทอะที่สุดไม่สมควรจะเป็นตัวแทนของปวงชนในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเสียทั้งเวลาเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผู้แทนปวงชนควรจะนำเอาข้อบกพร่องของรัฐบาลในการบริหารประเทศมาซักถามเพื่อที่รัฐบาลจะได้แก้ไขหรือชี้แจงให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศเข้าใจผู้ซักถามซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนที่มีวุฒิภาวะดังกล่าวไม่สมควรจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของปวงชน
พฤติกรรมเช่นนี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่สังคมไทยไม่เป็นสังคมประชาธิปไตยนับแต่เปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ พ.ศ. 2575 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 88 ปี แต่สังคมการเมืองไทยยังวนเวียนอยู่กับการปกครองระบอบที่เรียกว่าประชาธิปไตยกับการปกครองระบอบเผด็จการสลับกันไปมาจนถึงปัจจุบันที่เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบเพราะนักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนมีวุฒิภาวะต่ำไม่เข้าใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งเป็นตัวแทนของประชาชนจำนวนหนึ่งได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งที่มาจากการซื้อเสียงด้วยเงินหรือสิ่งของบางคนมาจากการใช้อิทธิพลทั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนจำนวนหนึ่งขาดความรู้ความเข้าใจในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีก
แต่ต้องการมาหาประโยชน์ในการเป็นผู้แทน สรุปรวมความได้ว่าแม้ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ประชาชนบางส่วนก็ยังไม่มีจิตวิญญาณตลอดจนวุฒิภาวะจึงไม่เข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือมีจุดประสงค์อื่นทำให้ประเทศต้องตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ตลอดมาจนถึงปัจจุบันและอาจเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต การอภิปรายนอกสภาฯ จึงเกิดขึ้นและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นประชาธิปไตยตลอดมา ดังเช่นการเดินขบวนของประชาชนใน พ.ศ. 2500 เลือกตั้งสกปรก การเดินขบวนของนิสิตนักศึกษาประชาชน พ.ศ. 2516การต่อต้านรัฐบาลจนเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 และการยึดอำนาจการปกครองโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. 2557 และในปัจจุบันหลังจากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจบลงด้วยคะแนนไว้วางใจของนายกรัฐมนตรีน้อยกว่าคะแนนของรองนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่เจ้าตัวยังไม่ได้ขึ้นอภิปรายแสดงถึงบารมีของรองนายกรัฐมนตรีท่านนี้มีมากกว่านายกรัฐมนตรีเสียอีก
อย่างไรก็ดี หลังจากจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการเมืองนอกสภากำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ในฐานะประชาชนที่ผ่านประสบการณ์มาในอดีตรู้สึกไม่สบายใจถ้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์จะกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ได้ดังเหตุการณ์ในอดีต

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม
ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง
แห่ฟังล้นเวที! จูรี ปราศรัยใหญ่ เมืองคอน ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต
ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก
ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี