เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๓ ผู้เขียนได้นำเสนอในส่วนที่เป็นคำนำของหนังสือเล่มที่หายากเล่มนี้ ปรากฏว่ามีท่านผู้สนใจต้องการอ่านหนังสือเล่มนี้ที่มีอยู่ที่ห้องสมุดคณะเศรษฐศาสตร์ท่าพระจันทร์ ขณะนี้มหาวิทยาลัยก็ปิด แต่ผู้เขียนเคยได้อ่านและถ่ายเอกสารไว้ทั้งเล่มที่ห้องสมุดกรมบัญชีกลาง ในตอนที่รับราชการที่กองระบบบัญชีและการคลัง เสียดายมากอาจจะจมน้ำไปตอนท่วมใหญ่ กำลังติดต่อกับทายาทของท่านบุญมา วงศ์สวรรค์ เพื่อขออนุญาตให้ห้องสมุดที่ธรรมศาสตร์ได้นำหนังสือเล่มที่มีคุณค่า มาพิมพ์เผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง
วันนี้จึงนำคำนำอีกบางตอนมาให้ท่านผู้สนใจได้อ่าน โดยคงไว้ตามอักขรวิธีที่ใช้เขียนในปี ๒๔๘๕ ตามต้นฉบับเดิมครับ โดยขอให้ท่านผู้อ่านได้กรุณาเติมคำว่า “สงครามโควิด ๑๙” ไว้ท้ายคำว่า “เสรสถสาสตร์ว่าด้วยสงคราม” หนังสือเล่มนี้ยังให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติและนำมาใช้ได้ทุกเวลา
ความนำ[แก้ไข]
๑. เสรสถกิจไนยามสงบ.[แก้ไข]
เสรสถสาสตร์ตั้งแต่สมัยแอดัมสมิธ เป็นลำดับมาส่วนมากสึกสาแต่ปั [ญ] หาเสรสถกิจไนเมื่อสังคมอยู่ไนความสงบเป็นปกติสุข. ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะเหตุ ๒ ประการ
. ประการหนึ่ง, ถึงแม้ว่าประวัติสาสตร์ของโลกจะเต็มไปด้วยการรบราค่าฟัน กบต ทรยส สงครามชิงนางชิงเมืองมากมายก็ตาม, แต่ถึงกระนั้นก็ดี, ยังปรากตว่า โลกเราอยู่ไนความสงบเป็นเวลานานกว่าระยะเวลาที่ไม่สงบ. สงครามอาดเป็นของธรรมดาสำหรับบางคน, แต่ความจิงที่หนีไม่พ้นคือความสงบเป็นของธรรมดายิ่งกว่า. ไทยกับพะม่าได้ทำการรบพุ่งกันมานมนาน, แต่ระยะที่มิได้มีการรบพุ่งกันเป็นเวลานานกว่ามาก. เมื่อความสงบเป็นของธรรมดาก็ไม่น่าปลาดที่การสึกสาวิชาการต่างๆ เป็นการสึกสาเกี่ยวด้วยความสงบ. และเมื่อรำลึกถึงว่า มนุสส์เราไม่ว่าจะเป็นชาติไดภาสาไดย่อมปราถนาความสงบ พร้อมด้วย ความมั่งคั่งสมบูรน์ไนโภคทรัพย์, เพราะว่าถ้าไม่สงบ การเสพโภคทรัพย์ก็คงจะไม่อำนวยสุข,และถ้าไม่มีโภคทรัพย์ที่จะเสพ แม้จะสงบก็คงจะไม่อำนวยสุขเช่นกัน.ถ้ารำลึกถึงข้อนี้, ก็ย่อมจะเห็นได้ชัดว่า ทำไมเสรสถสาสตร์ที่เราสึกสากันจึงเป็นวิชาเกี่ยวกับเสรสถกิจไนยามสงบ.
เหตุผลประการที่สองเป็นเหตุผลเกี่ยวกับอิทธิริทธิ์ของสงคราม. ไนประวัติการน์ไม่เคยปรากตว่ามีสงครามครั้งไดที่ดุร้าย, เหี้ยมโหด, ทรมานสังขารวิ [ญ] [ญ] าน, และทำลายทรัพย์สมบัติมากเท่ามหาสงคราม พ.ศ. ๒๔๕๗-๖๑ (ค.ศ. ๑๙๑๔-๑๘). ก่อนหน้านั้นโลกเราก็ต้องผเชินกับสงครามมาแล้วไม่น้อย. แต่ไม่มีครั้งไดที่ทำไห้เสรสถกิจของนานาชาติปั่นป่วนมากเท่า. ด้วยเหตุนี้, แต่เดิมมาจึงมิไคร่มีผู้ไดสนไจต่อปั [ญ] หาเสรสถกิจเกี่ยวด้วยสงคราม. ถ้าหากไม่มีสิ่งไดมาสะดุดตาสะกิดไจนักสึกสา, การสึกสาไนสิ่งนั้นก็มักจะถูกปล่อยปละละเลย. สิ่งที่สะดุดตาสะกิดไจที่สุดไนมหาสงครามก็คือ ความหายนะไนด้านเสรสถกิจของแทบทุกชาติไนโลก. เมื่อตัวปั [ญ] หาอุบัติขึ้นแล้ว, การสึกสาไนปั [ญ] หานั้นย่อมจะมีขึ้นเป็นเงาตามตัว. สาสตราจารย์ Pigou เขียนไว้ว่า หลังจากมหาสงครามครั้งนั้นแล้ว, เสรสถสาสตร์ว่าด้วยสงครามได้กลายเป็นวิชาที่จำเป็นต้องสึกสาทีเดียว[1].
ไนตำราเสรสถสาสตร์ทั่วไปท่านจะเรียนรู้ว่า สังคมมนุสส์ไนปัจจุบันนั้นทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยวิธีได. ไนทุกๆ ประเทสท่านจะสังเกตเห็นคนนับแสนนับล้าน แต่ละคนสามารถหาอาหาร, เครื่องนุ่งห่ม, บ้านเรือนที่อยู่, และเครื่องอุปกรน์ความสะดวกสะบายหลายร้อยหลายพันอย่างได้ตามต้องการ. ทั้งนี้สังคมสามารถทำได้อย่างไร ? ผู้ที่ได้สึกสาเสรสถสาสตร์เบื้องต้นมาบ้างแล้วจะสามารถตอบได้ทันทีว่า ไนการเสรสถกิจทั่วไปนั้น เราไช้การแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันเป็นหลัก, และทั้งนี้พร้อมด้วยเครื่องจูงไจอย่างหนึ่ง คือ ผลตอบแทนของผู้อำนวยการ (entrepreneur) ที่เราเรียกกันว่า “กำไร”. เสรสถสาสตร์ปกติมักสึกสาแต่เพียงหลักเกนท์ของการแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันนี้, และชี้แจงไห้เห็นว่าระบอบเสรสถกิจดังที่เราพบเห็นอยู่เสมอนั้นสามารถดำเนินไปได้อย่างไรไนยามสงบ, ส่วนไนยามฉุกเฉินแทบจะมิได้กล่าวถึงเสียเลย.
.jpg)
๒. เสรสถกิจไนยามสงคราม.[แก้ไข]
ไนยามสงครามมักจะปรากตว่าทางเดินของเสรสถกิจถูกปัดหันเหไปจากทาง “ธรรมชาติ”. ทั้งนี้เพราะว่าสังคมต้องพยายามดัดแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง - กำลังกาย, กำลังไจ, กำลังทรัพย์ - เพื่อไห้หันเข้าภาวะสงคราม. ไนยามสงบ เราย่อมต้องการโภคทรัพย์เพื่อความอิ่มหมีพีมัน, เพราะว่านั่นแหละเป็นความสุขส่วนไห [ญ่] ของมนุสส์.[2] แต่ไนยามสงคราม ถ้าไครมัวแต่นึกถึงความอิ่มหมีพีมันก็คงจะไปไม่ได้ไกล.ไนยามสงครามเราย่อมมุ่งแต่ที่จะเอาชัย, และเราย่อมจะพยายามทำทุกๆอย่างเพื่อหาหนทางไปสู่ความมีชัย. ความพยายามไนด้านเสรสถกิจเป็นสิ่งสำคันข้อหนึ่ง. สาสตราวุธยุทธภันท์ซึ่งจำเป็นสำหรับสงครามนั้นมิไช่ว่าจะเนรมิตรขึ้นมาได้เฉยๆ; เราจะต้องมีแผนการ ตั้งแต่การตั้งโรงงาน, การจัดหาสัมภาระดิบ, คนงาน, ผู้ควบคุมคนงาน และอื่นๆอีกจิปาถะ. สิ่งเหล่านี้ย่อมเกี่ยวพันกับปั [ญ] หาเสรสถกิจทั้งสิ้น. มิไช่แต่เท่านั้น, การจัดหาสะเบียงอาหารส่งไห้ผู้ที่อยู่ไนแนวรบก็ไช่ปั [ญ] หาเล็กน้อย.ส่วนประชาชนสามั [ญ] นั้นเล่า, รัถจะปล่อยไห้เดือดร้อนไนการกินอยู่มากนักก็ย่อมไม่ได้. ไนยามสงบนั้นรัถมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสรสถกิจน้อยที่สุด (หมายถึงรัถซึ่งตามปกติสนับสนุนหลักเสรีภาพไนอุตสาหกิจ,หลักกรรมสิทธิ์ไนทรัพย์สินส่วนบุคคล, และอื่นๆ[3]); แต่ไนยามสงครามความจำเป็นบังคับไห้รัถต้องเกี่ยวข้องกับการเสรสถกิจมากที่สุด, โดยฉะเพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นสงครามไห [ญ่] ๆ เช่นมหาสงครามคราวที่แล้วหรือสงครามโลกไนปัจจุบัน. ด้วยเหตุนี้แหละจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสึกสาถึงหลักเกนท์ของระบบเสรสถกิจไนยามสงครามควบไปกับการสึกสาถึงหลักเกนท์ของระบอบเสรสถกิจไนยามสงบ.
๓. เสรสถสาสตร์ว่าด้วยสงคราม.[แก้ไข]
นักวิทยาสาสตร์ที่แท้ย่อมมุ่งแต่จะค้นหาความจิงของโลก.[4] นักเสรสถสาสตร์ก็ย่อมมุ่งที่จะค้นหาความจิงด้านหนึ่งของโลก คือไนด้านเสรสถกิจ. เสรสถสาสตร์ว่าด้วยสงครามสึกสาถึงส่วนหนึ่งของโลกส่วนหนึ่งของโลกเสรสถกิจ - โลกเสรสถกิจเท่าที่เกี่ยวพันอยู่กับการสงคราม. แต่เสรสถสาสตร์ว่าด้วยสงคราม (economics of war) ไม่ตรงกับสงครามเสรสถกิจ (economics warfare) ทีเดียว. สงครามเสรสถกิจเป็นด้านหนึ่งของการยุทธ, คือ การยุทธไนด้านเสรสถกิจ: การทำลายทรัพย์สมบัติของข้าสึก, การกีดกันไม่ไห้ข้าสึกมีโอกาสได้ไช้เครื่องอุปกรน์เสรสถกิจไนอันที่จะนำมาซึ่งกำลังไนการรบ. กล่าวสั้นๆ สงครามเสรสถกิจเป็นเรื่องของเรากับข้าสึกไนด้านเสรสถกิจ, ส่วนเสรสถสาสตร์ว่าด้วยสงครามเป็นเรื่องของเราโดยฉะเพาะไนด้านเสรสถกิจซึ่งเกี่ยวกับสงคราม. แต่นี้เป็นเพียงลักสนะแตกต่างอันสำคัน,ฉะนั้นพึงอย่าเข้าไจว่าวิชาสองกิ่งนี้ ไม่มีความเกี่ยวพันซึ่งกันและกัน. ถ้าจะพูดไปแล้วไม่มีวิชาไดไนโลกที่ไม่เกี่ยวพันกับวิชาอื่นๆ เลย.
เสรสถสาสตร์ว่าด้วยสงครามอาดแยกออกได้เป็น ๒ กิ่ง. ไนกิ่งหนึ่งเราจะต้องสึกสาถึงว่าสงครามเป็นเหตุก่อไห้เกิดการเปลี่ยนแปลงไนโครงร่างและนโยบายเสรสถกิจของชาติไนยามสงบประการไดบ้าง. ไนอีกกิ่งหนึ่งเราจะต้องสึกสาถึงว่าโครงร่างและนโยบายเสรสถกิจของชาติไนยามสงบอาดเป็นชะนวนแห่งสงครามได้มากเพียงไร. กล่าวโดยย่อ, เสรสถสาสตร์ว่าด้วยสงครามสึกสาถึงผลและเหตุของสงครามเท่าที่เกี่ยวพันอยู่กับเสรสถกิจ. ข้อแรก (ผล) เป็นเรื่องไห [ญ่] . ความจิงสมุดเล่มนี้ว่าด้วยข้อแรกเป็นส่วนมาก: เราจะได้พิจารนาถึงว่าไนการสงครามนั้น, แต่ละประเทสสามารถนำทรัพย์ของชาติประเภทไดไปไช้ประโยชน์ได้บ้าง, ด้วยวิธีได; ประชาชนต้องรับภาระแห่งสงครามมากน้อยเพียงไร; เสรสถกิจของประเทสอันย่อมจะถูกกระทบกระเทือนนั้นรัถบาลจำเป็นต้องเข้าควบคุมมากน้อยเพียงไร, ด้วยวิธีไร - ควบคุมราคา, ทำการปันส่วน, ตัดทอนบางอุตสาหกรรม, ส่งเสิมบางอุตสาหกรรม, ควบคุมการค้าการติดต่อกับต่างประเทส - เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไนยามสงบรัถบาลอาดมิได้นึกฝันว่าจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย, แต่ไนยามสงครามการเกี่ยวข้องเป็นสิ่งจำเป็นอย่างที่สุด. สำหรับข้อหลัง (เหตุ) ว่าด้วยการที่โครงร่างและนโยบายเสรสถกิจของชาติไนยามสงบอาดเป็นชะนวนแห่งสงครามได้นั้น, คงจะมีมากมายหลายท่านที่มีความเห็นแตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าผู้ออกความเห็นได้สึกสามาจากสำนักได, ได้รับการอบรมภายไต้สิ่งแวดล้อมเช่นไร. แต่พึงรำลึกถึงความจิงข้อหนึ่งว่าวิทยาสาสตร์ที่พึ่งเริ่มจะเติบโตขึ้นนั้นย่อมเต็มไปด้วยความเห็นขัดแย้ง, และทางก้าวหน้าของวิทยาสาสตร์ ย่อมขึ้นอยู่กับการสำรวดเหตุผลทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเหตุผลของผู้ได, เพราะว่าจากการสำรวดนี้เท่านั้น เราจึงจะค้นพบคำตอบที่ถูกต้องแท้จิง.
ศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี