Logo วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ปรีชา'ทัศน์
ปรีชา'ทัศน์

ปรีชา'ทัศน์

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.
เราไม่ทิ้งกัน : ภาคอเมริกัน (จบ)

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

สัปดาห์ก่อนเล่าถึงเรื่องมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมและขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาบางมาตรการที่ออกมาอย่างรวดเร็วในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มาตรการต่างๆ เหล่านี้ถูกรวมอยู่ในกฎหมายฉบับที่เรียกกันสั้นๆ ว่า CARES หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Coronavirus Aid, Relief and Economics Security Act”

วัตถุประสงค์หลักของ CARES นั้น ก็ไม่ต่างจากพระราชกำหนด 3 ฉบับ ของรัฐบาลประยุทธ์ที่ให้อำนาจทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยกู้เงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ส่วน CARES นั้น มีวงเงินอยู่ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นวงเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของสหรัฐ มากกว่าตอนที่รัฐบาลบุช จูเนียร์และโอบามาออกกฎหมายเพื่อมาเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐ ในตอนที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ (The Great Recession) อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ซับไพร์มในช่วงปี 2008-2009 คือ The Emergency Economic Stabilization Act of 2008 (ประมาณ 700,000 ล้านดอลลาร์ ต่อมาถูกปรับลดด้วยกฎหมายอีกฉบับจนเหลือประมาณ 475,000 ล้านดอลลาร์) และ The AmericanRecovery and Reinvestment Act of 2009(ประมาณ 787,000 ล้านดอลลาร์)


ด้วยวงเงินที่มากขนาดนี้ทำให้อย่างไรเสีย....CARESก็ต้องถูกทำเป็นพระราชบัญญัติโดยผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติจากรัฐสภา สหรัฐซึ่งต่างจากพระราชกำหนดกู้เงิน3 ฉบับ จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลประยุทธ์

โดยก่อนที่นักการเมืองของรีพับลิกันและเดโมแครตจะมานั่งยกมือผ่านพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงแบบท่วมท้นจากทั้งสองฝ่าย นักการเมืองจากทั้งสองค่ายรวมทั้งทีมที่ปรึกษาของทรัมป์ต้องมานั่งเจรจากันแบบเอาเป็นเอาตายว่า....Who get What,When, Howand How much...? หลังจากการเจรจา ล็อบบี้กันไปมาอยู่ห้าวันห้าคืน ฝ่ายเดโมแครตก็บรรลุข้อตกลงในประเด็น เช่น

■ เน้นการช่วยเหลือเป็นรายบุคคล รวมถึงธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมและขนาดเล็ก (โดยทั่วไป นิยามของธุรกิจขนาดเล็กคือมีการจ้างงานไม่เกิน 5 คน, ขนาดย่อมไม่เกิน 50 คน, ขนาดกลางระหว่าง 50 ถึง 200 คน)

■ ให้งบช่วยเหลือไปที่โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศเป็นจำนวน 1 แสนล้านดอลลาร์โดย 1 พันล้านดอลลาร์ เป็นงบวิจัยเกี่ยวกับเรื่องไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ (ตอนที่ทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีใหม่ๆ เขาสั่งตัดงบค่าใช้จ่าย 80% ที่เกี่ยวกับการป้องกันระวังดูแลโรคระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลกของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาด หรือ CDC ของสหรัฐ นอกจากนี้ทรัมป์ยังปิดหน่วยงานที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางด้านสุขภาพและอนามัยที่สังกัดอยู่ในสภาความมั่นคงแห่งชาติ อีกด้วย)

■ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ เป็นเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางที่ให้ไปยังรัฐบาลระดับมลรัฐและท้องถิ่นที่จะต้องขาดรายได้จากการเก็บภาษีและหมดไปกับค่าใช้จ่ายในการต่อสู้กับโควิด-19

■ มีหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดในการให้เงินช่วยเหลือบริษัทขนาดใหญ่รวมทั้งสามารถกันไม่ให้ธุรกิจในเครือของทรัมป์และรัฐมนตรีคนอื่นๆ ได้รับอานิสงส์ผลประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ได้บ้างในบางเรื่อง

ส่วน รีพับลิกันซึ่งโดยแนวทางของพรรคแล้วจะไม่สนับสนุนมาตรการแบบ Social Safety Net หรือ การให้ความช่วยเหลือทางด้านสังคมแก่ประชาชนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในรูปแบบของการแจกเงินแบบให้เปล่า เพราะเกรงว่าจะทำให้คนเหล่านี้จะยิ่งขี้เกียจทำงาน (ซึ่งก็จะทำให้รัฐไม่ได้เงินภาษีจากคนกลุ่มนี้) อยู่ไปแบบวันๆ แบมือขอความช่วยเหลือจากรัฐไปตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรลุเป้าหมายในการตราพระราชบัญญัติ CARES ออกมาใช้โดยเร็วที่สุด ทั้งสองพรรคต่างก็ต้องถอยออกมาจากอุดมการณ์หลักของพรรคคนละก้าว-สองก้าว ทางเดโมแครตก็ต้องยอมหลับตาข้างหนึ่งที่เงินบางส่วนของ CARES จะต้องถูกเอาไปช่วยในธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน เช่น บริษัทโบอิ้ง (Boeing) หรือการลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทขนาดใหญ่ ส่วนรีพับลิกันก็ต้องยอมหรี่ตาเพื่อยอมรับกับบทบาทของรัฐ (Big Government) ในการเข้ามาบริหารจัดการเศรษฐกิจแทนที่จะปล่อยให้กลไกตลาด (Market) ได้ทำงานอย่างเสรีไปตามอุดมการณ์ที่พรรคยึดถือ

กล่าวโดยสรุปแล้ว นโยบายเราไม่ทิ้งกัน : ภาคอเมริกัน นักการเมืองของเดโมแครตและรีพับลิกันต่างก็บรรลุเป้าหมายด้านนโยบาย(policy goal) และเป้าหมายทางการเมือง (political goal) ของตัวเองด้วยกัน
ทั้งสองฝ่าย ส่วนคนอเมริกันผู้เสียภาษีก็ได้รับความช่วยเหลือจริงๆ อย่างทั่วถึงทั้งจากรัฐบาลกลาง มลรัฐและท้องถิ่นของตัวเองทั้งสามระดับ เช่นเดียวกับตอนจ่าย
ภาษีก็ต้องจ่ายให้กับทั้งสามระดับนี้เช่นกัน

ดังนั้นหลักเกณฑ์พื้นฐานของ เราไม่ทิ้งกัน : ภาคอเมริกันก็คือรัฐบาลจะช่วยเหลือทุกคนที่เสียภาษีให้กับรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งคนคนนั้นไม่จำเป็นต้องถือสัญชาติอเมริกัน (US Citizen) แต่จะเป็นชนชาติใดก็ตามที่เข้าประเทศทำงานและเสียภาษีให้รัฐอย่างถูกกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใครหรือธุรกิจ SME ใดเกิดหลบเลี่ยงหรือไม่ได้จ่ายภาษีปีล่าสุด 2562 ทั้งๆ ก่อนหน้านั้นอาจจะจ่ายมาโดยตลอด ก็จะหมดสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการต่างๆ ดังที่เล่าไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ การแสดงตัวเพื่อขอรับสิทธิหรือความช่วยเหลือต่างๆ จาก นโยบายเราไม่ทิ้งกัน : ภาคอเมริกัน นั้นวางอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ เพราะส่วนใหญ่จะทำผ่านระบบออนไลน์ ผู้ขอรับสิทธิเพียงแต่ใส่ข้อมูลสถานภาพตัวเองหรือของธุรกิจตนเองเข้าไปตามความเป็นจริง เช่น ตกงานมานานเท่าไรแล้ว หรือ ธุรกิจปิดมานานเท่าไร รายได้ต่อปีเป็นยังไงมีการจ้างงานอีกคน ต้องจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟต่อเดือนเท่าไร โดยไม่ต้องใช้หลักฐานอะไรมาก อยู่ที่ความเชื่อใจกันอย่างเดียว แต่นั้นก็เพราะส่วนหนึ่งรัฐบาลสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ของแต่ละคนได้อยู่แล้ว ว่าตรงตามความเป็นจริงหรือไม่ จากการยื่นแบบฟอร์มการเสียภาษีในแต่ละปี

ดร.ธิติ สุวรรณทัต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
07:00 น. ตั้งกองทุนแสนล้าน ‘วราวุธ’กางแผนพลิกโฉมอุตฯ
06:45 น. ดัชนีอุตฯเดือนมี.ค.ทรุด สงครามดันต้นทุน-ค่าขนส่งพุ่ง
06:15 น. ชีพจรโลกธุรกิจ : 23 เมษายน 2569
06:00 น. 'สักวันหนึ่ง (Someday)'ซิงเกิลใหม่แนว Soul ครั้งแรกจาก 'Whal & Dolph'
06:00 น. 'อีฟ กัญณัฐสินี'ชื่นใจ แฟนละครชม สำเนียงอีสานเป๊ะ เผยได้'แอนน่า-บิ๊กเอ็ม'ช่วยติว
ดูทั้งหมด
เปิดบรรยากาศบ้านสวนในฝันและรอยยิ้มสุดท้ายของ'แดนนี่ ศรีภิญโญ'
'ซาร่า'ควง 'แดเรอล์ ยัง'เปิดใจ 2 ปีพิสูจน์รักแท้ในเรือนจำบทเรียนรักที่เกือบปล่อยมือ
พรรคส้มแพ้อีก เลือกเทศบาลบางแก้ว
รู้จักตัวตน สว.ประทุม วงสวัสดิ์ เจ้าของวาทะ อาหารกลางวันสว. คือเกียรติยศ
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 19-25 เมษายน พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
‘10 สส.พรรคส้ม’ลุ้นระทึก
ขอแนะนำ Amity Circle
ผีเข้าผีออก
เอาแค่รอดจากวิกฤติเฉพาะหน้า หรือประเทศไทยจะต้องเติบโตกว่านี้ ?
นิทานเรื่องนกอินทรีขี่ฝูงอูฐ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เงินเฟ้ออังกฤษพุ่ง 3.3% จากวิกฤตสงครามอิหร่าน

อย่าหาทำ!! คลิปหนุ่มขี่มอไซต์เกาะท้ายรถพ่วงสุดอันตราย ชาวเน็ตเสียวแทน

หลักฐานคาตา รวบชายในกล้องดักถ่ายแก่งกระจาน สารภาพเผาป่า ปัดล่ากระทิง

ไม่ใช่เรื่องเล่น! หมอแล็บแพนด้า เปิดภาพ ปลาแข้ ตุ่มเต็มตัว พบตัวที่ 3 ในรอบ 2 เดือน

ค่าไฟพุ่งเพราะสิ่งนี้! เปิด 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟหนักที่สุด

'ณเดชน์-ญาญ่า'อวดภาพถ่ายฟิล์มกระจกสุดขลังสวยสะกดราวกับหลุดมาจากอดีต

  • Breaking News
  • ตั้งกองทุนแสนล้าน ‘วราวุธ’กางแผนพลิกโฉมอุตฯ ตั้งกองทุนแสนล้าน ‘วราวุธ’กางแผนพลิกโฉมอุตฯ
  • ดัชนีอุตฯเดือนมี.ค.ทรุด สงครามดันต้นทุน-ค่าขนส่งพุ่ง ดัชนีอุตฯเดือนมี.ค.ทรุด สงครามดันต้นทุน-ค่าขนส่งพุ่ง
  • ชีพจรโลกธุรกิจ : 23 เมษายน 2569 ชีพจรโลกธุรกิจ : 23 เมษายน 2569
  • \'สักวันหนึ่ง (Someday)\'ซิงเกิลใหม่แนว Soul ครั้งแรกจาก \'Whal & Dolph\' 'สักวันหนึ่ง (Someday)'ซิงเกิลใหม่แนว Soul ครั้งแรกจาก 'Whal & Dolph'
  • \'อีฟ กัญณัฐสินี\'ชื่นใจ แฟนละครชม สำเนียงอีสานเป๊ะ เผยได้\'แอนน่า-บิ๊กเอ็ม\'ช่วยติว 'อีฟ กัญณัฐสินี'ชื่นใจ แฟนละครชม สำเนียงอีสานเป๊ะ เผยได้'แอนน่า-บิ๊กเอ็ม'ช่วยติว
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รัฐมนตรีศึกษาของสิงคโปร์

รัฐมนตรีศึกษาของสิงคโปร์

27 มี.ค. 2569

ยิวในไทยและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ยิวในไทยและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

20 มี.ค. 2569

เรื่องของราคาน้ำมัน

เรื่องของราคาน้ำมัน

13 มี.ค. 2569

เสถสาตรว่าด้วยสงคราม

เสถสาตรว่าด้วยสงคราม

6 มี.ค. 2569

เครือข่ายออนไลน์ลับ

เครือข่ายออนไลน์ลับ

27 ก.พ. 2569

การปั่นหัวทางการเมือง

การปั่นหัวทางการเมือง

20 ก.พ. 2569

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

13 ก.พ. 2569

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

6 ก.พ. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved