วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
8 ปีของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสมากที่สุดและใหญ่หลวงที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายการคมนาคมขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้าระหว่างไทย ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และจีน ซึ่งมีประชากรรวมกันร่วม 2,000 ล้านคน นับเป็นตลาดใหญ่มากของภูมิภาคนี้
กระบวนการหลอกลวงให้คนไทยชาชินด้วยการกล่าวอ้างความสำเร็จในการส่งออกปีละ 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีล่าสุดนั้น เป็นการสร้างความชินชาโดยทำให้คนไทยลืมความจริงไปว่ายอดส่งออกอย่างนี้ประเทศไทยส่งออกได้มานานแล้ว และถ้าได้ใช้โอกาสเต็มที่ป่านนี้การส่งออกของประเทศไทยก็อาจจะไปอยู่ที่ 200,000-300,000 ล้านเหรียญสหรัฐแล้วก็ได้
ประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ในการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมขนส่งที่จะเชื่อมประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทางเหนือและอีสานมานานแล้ว แม้ในระยะเริ่มต้นของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยการทำความตกลงก่อสร้างทางรถไฟไทย-จีน ในเส้นทางสายไหม และการเข้าร่วมปฏิญญาซันย่าเพื่อพัฒนาและใช้ประโยชน์ในแม่น้ำโขงร่วมกัน 6 ประเทศ
ถ้าทำได้สำเร็จ การขนส่งคมนาคมผู้โดยสารและสินค้าของประเทศไทยจะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน คือพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนทางด้านเหนือ ตะวันออก และตะวันตกโดยมีตลาดถึง 2,000 ล้านคนรองรับ มูลค่าการตลาดนี้ย่อมไม่น้อยกว่าปีละ 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
เกี่ยวกับทางรถไฟ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้อนุมัติข้อตกลงความร่วมมือก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายไหมจากหนองคายมาโคราช จากสระบุรีมากรุงเทพฯ และจากสระบุรีไปยังแหลมฉบัง มาบตาพุด ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟสายนี้จากหนองคายกับเวียงจันทน์เพื่อเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟสายไหมลาว-จีน จากเวียงจันทน์ถึงคุนหมิงของจีน
เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติข้อตกลงแล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการให้ลุล่วงไปตามที่อนุมัตินั้น ซึ่งได้มีการลงนามกันตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 ซึ่งเป็นปีที่สองที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และแผนงานการก่อสร้างจะแล้วเสร็จเดินรถได้ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังประเทศลาวและนครคุนหมิงโดยตรง
ตามแผนงานนี้การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและเปิดการเดินรถได้ในปี 2565 นี้ จะทำให้การท่องเที่ยวและการค้าขายสินค้าไทย ลาว จีน ระเบิดเถิดเทิงและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล แต่ปรากฏว่าได้มีการบูดเบี้ยว ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมนาโต 2 ดังนั้นข้อตกลงนี้จึงไม่ไปถึงไหนตั้งแต่บัดนั้นถึงบัดนี้เป็นเวลา 7 ปีแล้ว ประเทศไทยเพิ่งสร้างทางรถไฟเสร็จแค่ 3.5 กิโลเมตร และไม่รู้ว่าอีกเมื่อใดจึงจะแล้วเสร็จ เพราะที่สร้างข่าวปั่นกระแส
กันนั้นล้วนเป็นเรื่องหลอกลวงเชื่อถือไม่ได้
ทำให้ผลประโยชน์ที่จะได้จากการเชื่อมต่อด้านรถไฟสูญสิ้นไป และขณะนี้การเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟของประเทศเพื่อนบ้านกับจีนไม่ว่าพม่าจากมัณฑะเลย์ถึงคุนหมิง ของลาวจากเวียงจันทน์ถึงคุนหมิง ของเวียดนามจากเวียดนามถึงคุนหมิง ล้วนเปิดเดินรถได้หมดแล้ว และกำลังจะเชื่อมต่อกับกัมพูชา ในที่สุดก็จะเหลือประเทศไทยประเทศเดียวที่เชื่อมต่อกับใครไม่ได้ ต้องไปก้มกราบขอพึ่งใบบุญของลาวเป็นคราวๆ ไป ซึ่งเป็นความอัปยศอดสูของคนไทยทั้งชาติ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือการคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าโดยทางแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ได้แก่ จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม หรือที่เรียกว่า CLMVT ซึ่งมีหลักการร่วมกันพัฒนาแม่น้ำโขงให้พ้นสภาพจากแม่น้ำแห่งยาเสพติดและอาชญากรรม เป็นแม่น้ำแห่งสันติภาพและการพัฒนา ที่รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และสามารถใช้ขนส่งคนโดยสารและสินค้า 6 ประเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็วและสวยงามตระการตา
ในปี 2558 ประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามเป็นภาคีในปฏิญญาซันย่าเพื่อการพัฒนาแม่น้ำโขงดังกล่าว แต่ในชั้นการลงนามในแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแม่น้ำโขงที่กัมพูชา ประเทศไทยไม่ยอมลงนามเข้าร่วมแผนปฏิบัติการดังกล่าว เป็นเหตุให้
5 ประเทศที่เหลือเขาลงนามและดำเนินการพัฒนาแม่น้ำโขงกันต่อไป
โดยประเทศไทยซึ่งควรได้รับประโยชน์สูงสุดเพราะตั้งอยู่ที่จุดกลางของแม่น้ำโขง และเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อการคมนาคมทางแม่น้ำโขง 6 ประเทศด้วย ประเทศไทยจะได้เปรียบสูงสุด จะสามารถรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและ 5 ประเทศได้โดยตรง และคนไทยก็สามารถไปท่องเที่ยวได้โดยสะดวกและราคาถูก
แม้ในเรื่องการขนส่งสินค้า ประเทศไทยจะได้เปรียบสูงสุดเพราะตั้งอยู่กลางแม่น้ำ ส่งไปจีนก็ใกล้ ส่งไปประเทศที่เหลือก็ใกล้ ค่าขนส่งจะสะดวกและราคาถูกกว่าประเทศอื่น จะทำให้ไทยได้เปรียบเกี่ยวกับค่าขนส่งและค่าโดยสาร
แต่เพราะเหตุที่หมกมุ่นอยู่กับนาโต้ 2 หรือยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก จึงอาจมีแรงกดดันจากนักล่าอาณานิคมที่ต้องการให้ประเทศไทยโดดเดี่ยว เชื่อมต่อกับใครไม่ได้ เพื่อจะใช้เป็นฐานทัพในการรุกรานประเทศเพื่อนบ้านของไทย ดังนั้นประเทศไทยจึงแยกตัวออกมาไม่เข้าร่วมและไม่ยอมรับเอาผลประโยชน์ทั้งหลายจากการท่องเที่ยวและการขนส่ง
ผู้โดยสารและสินค้าทางแม่น้ำโขง
ความเสียหายทั้งสองประการนี้ใหญ่หลวงนักและเป็นการเสียโอกาสครั้งใหญ่หลวงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ ทั้งทำให้ประเทศไทยต้องเสียเปรียบและล้าหลังเพื่อนบ้าน

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง
เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน
ณัฐวุฒิ เหน็บแรง! บอกถึงพรรคส้มชนะ ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุติดล็อก 44 สส. โดนเล่นเรื่องแก้ รธน.
‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT
อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี