วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
สส.ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ตั้งกระทู้ถามรักษาการนายกรัฐมนตรีในกรณีสิบตำรวจโทหญิงที่ได้รับการบรรจุให้ไปช่วยราชการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน.ภาค 4 แต่ตัวผู้ได้รับการบรรจุงานอยู่ในจังหวัดราชบุรีและกำลังถูกดำเนินคดี ในข้อหาค้ามนุษย์และทำร้ายร่างกายว่า
“เป็นเรื่องปรกติไหมที่สิบตำรวจโทหญิง อายุ 39 ปี ได้รับการบรรจุให้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีใน กอ.รมน.ภาค 4 แต่เจ้าตัวอยู่ที่ จังหวัดราชบุรี เป็นเรื่องปรกติหรือไม่ที่พนักงานบัญชีอยู่นอกพื้นที่ปฏิบัติงาน กอ.รมน. ภาค 4 ขาดแคลนพนักงานบัญชีจริงหรือ”
สส.ประเดิมชัย ถามในสภา และ เสริมว่า “การบรรจุสิบตำรวจโทหญิงคนนี้เป็นปรกติของระเบียบราชการ หรือ การบรรจุแบบฟาสต์แทรค (ทางลัด) หรือว่าสิบตำรวจโทหญิงคนนี้มีนายพลฝากชื่อไว้ให้ได้รับสิทธิพิเศษหลายประการ”
พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบกระทู้ในสภาแทนรักษาการนายกฯว่า“เป็นไปตามระเบียบราชการทุกประการ”
สิบตำรวจโทหญิง ศูนย์กลางของปัญหาที่สร้างความปั่นป่วนให้กองทัพบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพราะหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเรื่องวุฒิการศึกษาและอายุสูงกว่าที่ระเบียบราชการกำหนดไว้
เรื่องฉาวโฉ่ของสิบตำรวจโทหญิง ถูกเปิดโปงออกมา หลังที่มีอดีตนายสิบทหารหญิงคนหนึ่งแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเธอถูกนายจ้าง ซึ่งอ้างว่าเป็นเมีย สว.ทุบตีและทรมานร่างกาย เจ้าทุกข์ให้การกับตำรวจว่าเธอเป็นทหารหญิงที่ถูกส่งมาเป็นทหารรับใช้
สิบตำรวจโทหญิง ที่เธอกล่าวหา
เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมาสื่อมวลชนและสังคมไทยตั้งคำถามมากมายกับวุฒิสภา กองทัพบกและ สตช. เพราะสื่อส่วนใหญ่รายงานข่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นเมียน้อย สว. ผู้ยิ่งใหญ่ที่สนิทสนมกับนายพลตำรวจนอกราชการและนายพลทหารนอกราชการที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น สว.มาด้วยกัน และเกิดคำถามขึ้นมาในสังคมไทยว่า สว.บางคน กับนายพลนอกราชการกองทัพไทย และนายพลนอกราชการของ สตช.เน่าเฟะถึงขนาดนั้นหรือ
คำถามมากมายที่ค้างคาใจสังคมไทยได้รับการทำความเข้าใจในบางส่วนจากอดีตนายพลผู้มีตำแหน่งเหนือกว่าใครในกองทัพภาค 4 และนักวิชาการทาง
ด้านความมั่นคง
“เรื่องสิบตำรวจโทหญิง ที่กำลังฉาวโฉ่ มันเป็นยอดภูเขาน้ำแข็งของธุรกิจสงคราม”นายพลนอกราชการของกองทัพภาค 4 กล่าวกับแนวหน้า และ เสริมว่าที่พลเอกชัยชาญ ตอบในสถานะถูกต้องแล้วเพราะระเบียบของ กอ.รมน.เจ้าหน้าที่มีชื่อช่วยงานไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ก็ได้” อดีตผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองทัพภาคที่ 4 กล่าว
เขาบอกกับแนวหน้าว่ากอ.รมน.ภาค 4 ตั้งอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ในจังหวัดยะลา เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วไม่ค่อยมีงานอะไรทำเกือบจะยกเลิกไปแล้ว แต่สมัยที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2547 เกิดมีเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในสามจังหวัดภาคใต้
นายทักษิณได้ฟื้นชีพ กอ.รมน.ภาค 4 ขึ้นมา ด้วยความหวังว่า จะให้คนทั่วไป ได้ทำงานช่วยราชการ “ในตอนนั้น กอ.รมน.จ้างคนทั่วไปให้มาช่วยราชการได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 6 พันบาท” แหล่งข่าวและกล่าวเสริมว่า ชาวบ้านทั่วไปที่ช่วยงาน กอ.รมน.ไม่จำเป็นต้องอยู่ในจังหวัดที่ทำงาน”
ตัวอย่าง เช่น น้องเป็นสื่อมวลชน นั่งทำงานอยู่ในกรุงเทพฯแต่ช่วยราชการ กอ.รมน.ในด้านการข่าว น้องเคยพบกับผู้ก่อการร้ายกลุ่มไหน หรือ สถานที่ใดก็ช่วยงานกอ.รมน.ได้...
...ในเบื้องต้น กอ.รมน.จ้างชาวบ้านห้าหกพันคน ส่วนใหญ่ให้ช่วยงานด้านการข่าวและงานด้านจิตวิทยามวลชนแต่นานเข้าเมื่อทหารจากกองทัพภาคที่ 1 ภาค 2
ภาค 3 เสริมกำลังมารวมกันในภาค 4 นายทหารผู้ประสานงานที่ไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ ก็ถูกบรรจุให้เป็น กอ.รมน.แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ประสานในโรงพยาบาลที่ประสานงานให้ทหารบาดเจ็บส่งถึงโรงพยาบาลก็ถือว่าทำงานให้ กอ.รมน. ...
...“แต่ในระยะหลังมันมีคอร์รัปชั่น อย่างกรณีสิบตำรวจโทหญิงที่กำลังเป็นข่าว อย่างนี้ถือว่าคอร์รัปชั่นเพราะมีข่าวว่าอดีตนายทหารใหญ่ภาค 4 กับอดีตนายตำรวจใหญ่ สตช.สมคบกันจัดการให้ผู้ต้องหาคนนั้นได้กินเงินเดือนทั้งจาก กอ.รมน.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่าเมื่อมีชื่อช่วยราชการ กอ.รมน.จะได้รับการเพิ่มอายุราชการสองเท่าได้รับเงินเพิ่มพิเศษจากการสู้รบ (พ.ส.ร.) ได้รับเลื่อนขั้นทวีคูณ
“เงินพ.ส.ร.นี้ได้รับไปจนตายนะ พี่ไปรบเวียดนามก็ได้รับเงินพ.ส.ร.เดือนละ 700 บาท ไปปีเดียวได้รับเงิน พ.ส.ร.ไปตลอดชาติ”
นักวิชาการด้านความมั่นคง กล่าวกับแนวหน้าว่า สิบตำรวจโทหญิงผู้ต้องหาเป็นเพียงหนึ่งยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมาให้เห็นความเน่าเฟะของหน่วยราชการ
“มีคนกลุ่มหนึ่งทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้กลายเป็นแหล่งธุรกิจสงครามคือสร้างบัญชีข้าราชการผีขึ้นมาเพื่อหากินกับงบประมาณ...เราใช้เงินไปกว่าห้าแสนล้านบาท ในการบริหารจัดการกับความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ในห้วงเวลา 18 ปี ที่ผ่านมา..เราใช้กำลังตำรวจ ทหารและพลเรือนกว่า 60,000 คน ในการปราบปรามและพัฒนา...
...ถ้าสอบสวนเจาะลึกลงไปจะพบว่ามีไม่ต่ำกว่า 20% ของเจ้าหน้าที่อยู่ในบัญชีข้าราชการคือบัญชีผีไม่มีหน้าที่ใดๆเกี่ยวข้องกับการทำงานในสามจังหวัดภาคใต้”
แหล่งข่าวกล่าวเสริมด้วยว่า ความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ยังคงดำรงต่อไปอีกนานเพราะมีคนบางกลุ่มในส่วนราชการ และ กลุ่มผู้ก่อการร้ายไม่ต้องให้เกิดความสงบ
“คือเมื่อความรุนแรงมันเงียบไป ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งก็สร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อหารายได้จากธุรกิจสงครามต่อไป..กล่าวคือฝ่ายหน่วยงานรัฐก็ต้องได้เพิ่มงบประมาณ ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบก็มีรายได้หลักจากเงินบริจาคและมีรายได้เสริมจากการค้ายาเสพติดต่อไป”
ผู้เขียนเคยสัมภาษณ์คนสนิท ดร.ฮารง มุเล็ง อดีตเลขาธิการพูโล ในเมืองโกตาบารู ประเทศมาเลเซีย ตัวแทนพูโลกล่าวว่า “พูโลไม่มีอิทธิพลในภาคใต้ของประเทศไทย แม้แต่ตารางนิ้วเดียว ความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ มันเป็นฝีมือของมุสลิมหมวกแดง (มุสลิมนอกคอก) กับเจ้าหน้าที่รัฐสร้างสถานการณ์ขึ้นมา”
และในปี 2549 ผู้เขียนได้สัมภาษณ์นายลุกมานบิน ลิมา รักษาการประธานพูโลในขณะนั้น ในประเทศอินโดนีเซียก็ได้ข้อมูลมาคล้ายๆ กัน คือนายลุกมานกล่าวกับผู้เขียนว่า “ต้องขอบคุณนายทักษิณที่สร้างสถานการณ์รุนแรง ในมัสยิดกรือเซะและที่ตากใบขึ้น ทำให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาหลังจากเงียบไปหลายปี..”
วันที่ 28 เมษายน 2547 เจ้าหน้าที่หน่วยงานมั่นคงโดยการกำกับของพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ผู้อำนวยการกอ.รมน.ภาค 4 ปะทะกับผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี ทำให้คนร้ายตายในที่เกิดเหตุ 32 ศพ นายกฯในเวลานั้นชม พลเอกพัลลภว่า “ทำหน้าที่ได้ดีมาก”
ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคมในปีเดียวกันเจ้าหน้าที่หน่วยงานมั่นคง จับผู้ประท้วงก่อความรุนแรงที่หน้าสถานีตำรวจอำเภอตากใบ ใส่รถบรรทุกทหารทับซ้อนกันจากอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส มายังค่ายอิงคยุทธบริหาร ในจังหวัดยะลา ระหว่างการเดินทางหลายชั่วโมงผู้ประท้วงที่ทับซ้อนกันขาดอากาศหายใจตายไป 82 คน
เหตุการณ์ร้ายในสามจังหวัดภาคใต้ที่เงียบสงบไปกว่ายี่สิบปีเกิดปะทุรุนแรงขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2547 เมื่อกลุ่มคนร้ายปล้นค่ายทหารในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ฆ่าทหารตายสามนาย ปล้นอาวุธปืนหลายชนิดไปได้กว่า 300 กระบอก จนวันนี้ยังมีคนสงสัยว่า คนร้ายสิบกว่าคนปล้นค่ายทหารง่ายๆ ได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ปล้นค่ายทหาร จนมาถึงวันนี้ ความรุนแรงยังดำรงอยู่ต่อไป จนหลายฝ่ายสงสัยว่า มีคนตั้งใจทำให้มันกลายเป็นธุรกิจสงครามหรือไม่
สุทิน วรรณบวร

'M STUDIO – MI GROUP – แม่เรียงฟิล์ม'จัดรอบปฐมทัศน์ 'กิ่งแก้ว'เปิดความหลอนจากตำนานคุกบางขวาง
ทั่วโลกจับตา นายกฯอังกฤษ เยือนจีนครั้งแรกในรอบ 8 ปี หารือ สี จิ้นผิง หวังฟื้นสัมพันธ์การค้า
‘นฤมล’ ถกบอร์ดคุรุสภานัดแรกปี 69 ไฟเขียวรับรอง 32 หลักสูตรครู เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพ
‘กสทช.-ตำรวจมุกดาหาร’ตรวจเข้มริมโขง สกัดสัญญาณข้ามแดน ตัดวงจรแก๊งคอลฯ-สแกมเมอร์
แฟนคลับคิดถึง! นิ้ง กุลสตรี โชว์ฝีมือตำส้มตำเสิร์ฟให้สามี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี