วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนให้คิด
เขียนให้คิด

เขียนให้คิด

เฉลิมชัย ยอดมาลัย
วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.
ไทยจะประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอย หรือไม่

ดูทั้งหมด

  •  

ในขณะที่มีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจนอย่างมากว่าเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก และสหรัฐอเมริกาไม่น่าจะรอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย และมีความเชื่อตรงกันอีกว่าประเทศเหล่านั้นจะเผชิญสภาพปัญหาเศรษฐกิจถดถอยในช่วงกลางปีหน้าและปัญหานี้จะกินเวลาไปอีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 6-8 เดือน หรืออาจจะลากยาวไปเป็นปี ถ้าหากไม่สามารถแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ 

ถ้าประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันตก และสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย คำถามคือแล้วประเทศไทยจะรอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้หรือ 


สำหรับกลุ่มคนที่ติดตามปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปตะวันตก และสหรัฐอเมริกามาอย่างต่อเนื่องต่างมีความเห็นตรงกันว่า อย่างช้าที่สุดคือในช่วงกลางปีหน้า (พ.ศ. 2566) สหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ คาดการณ์กันว่าจะมีชาวอเมริกันตกงานเป็นจำนวนหลายล้านคนและธุรกิจเอกชนจะต้องปิดตัวลงเป็นจำนวนมากแม้กระทั่งธุรกิจขนาดใหญ่ระดับประเทศและระดับข้ามประเทศก็จะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจใดจะสามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้เท่านั้น หากไม่สามารถรักษาตัวให้รอดพ้นจากวิกฤต ก็หมายความว่าต้องถึงกาลอวสานโดยไม่มีข้อยกเว้น 

ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่ประชาคมโลกรับรู้โดยทั่วกันก็คือ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 สหรัฐฯ โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.75 ซึ่งเป็นการประกาศขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับร้อยละ 3.00-3.25 และก็ยังมีแนวโน้มอีกว่าในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ สหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก  

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นทันทีประมาณร้อยละ 0.8ส่วนค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงทันทีเช่นกัน โดยลงไปอยู่ที่อัตรา 37.210 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ  

คาดการณ์กันว่าก่อนจะหมดปีนี้ สหรัฐฯ จะปรับดอกเบี้ยไปแตะระดับร้อยละ 4 และอาจจะสูงกว่าร้อยละ 4 ได้ด้วย ส่วนเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับร้อยละ 8.3 ต่อเดือนในเดือนกันยายน  

เมื่อสหรัฐฯ แสดงอาการออกชัดเจนเช่นนี้แล้ว ก็ต้องหันมาจับตามองเศรษฐกิจไทยโดยทันที เพราะไม่มีทางที่เศรษฐกิจไทยจะไม่ได้รับผลกระทบด้านลบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เพียงแต่ต้องดูว่าจะได้รับผลกระทบด้านลบมากหรือน้อยเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ถามว่าเศรษฐกิจไทยจะได้ผลดีจากเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่นั้น ตอบได้ชัดเจนตรงประเด็นว่า ไม่มีทาง 

หากติดตามการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐฯมาโดยตลอดจะพบว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยมาโดยตลอด เพื่อใช้เป็นกลไกควบคุมอัตราเงินเฟ้อในประเทศ หลังพบว่าราคาสินค้าสำคัญๆ เช่น เชื้อเพลิง และอาหารเพิ่มราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็พบว่าดัชนีความมั่นใจผู้บริโภคลดลง การซื้อขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวอย่างชัดเจน แถมอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ กลับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา 

ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เจโรม พาวเวลล์แถลงข่าวและยอมรับว่า เศรษฐกิจบางส่วนกำลังชะลอตัวลงและส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ เพื่อควบคุมอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดในรอบ 40 ปี 

ขณะเดียวกันเมื่อมองไปยังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็เคยออกมาเตือนว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเสี่ยงเข้าสู่สภาวะถดถอย และจะพบด้วยว่าบริษัทที่ทำธุรกิจด้านเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง ที่เคยได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมที่ต่ำในช่วงระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมาถึงกับต้องประกาศลดพนักงาน และชะลอการจัดซื้อจัดจ้างลง 

และยังมีสิ่งที่ช่วยยืนยันถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่น่าไว้วางใจอีกประการคือ ปิแอร์ โอลิวิเอร์ เการินชาสผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ยอมรับว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ทั่วโลกดูเสมือนว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นจึงพบว่าต่อมาเพียงไม่นานธนาคารกลางแห่งยุโรป (ECB) ได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยอัตราสูงสุดในรอบ 11 ปี ส่วนธนาคารกลางแห่งอังกฤษ ก็ประกาศขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเช่นเดียวกันกับประเทศอื่นๆ อีกหลายสิบประเทศที่ต้องประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน 

ที่ได้สาธยายเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ มายืดยาวนั้น ก็เพียงเพื่อยืนยันว่าเศรษฐกิจในหลายประเทศบนโลกใบนี้กำลังประสบปัญหา เมื่อเราได้เห็นชัดแล้วว่านานาประเทศกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ ก็ทำให้ต้องกลับมามองสภาพเศรษฐกิจของไทย แล้วตั้งคำถามว่า แล้วประเทศไทยจะรอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปได้หรือ  

เราคงไม่ปฏิเสธว่าเศรษฐกิจไทยนั้นจะเฟื่องฟูหรือซบเซาก็มีเหตุปัจจัยมาจากระบบเศรษฐกิจของโลก เพราะเศรษฐกิจไทยนั้นต้องพึ่งพิงระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากระบบเศรษฐกิจของไทยเพียงลำพังนั้นไม่สามารถยืนอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงใคร ยิ่งในยุคที่เราต้องผลิตเพื่อส่งออกมากกว่าผลิตเพื่อใช้อุปโภค-บริโภคภายในประเทศ เพราะว่าตลาดในประเทศ และกำลังซื้อในประเทศของเรานั้นมีไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตจนสามารถเลี้ยงตัวเองได้ 

เพราะฉะนั้น เมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงจนอาจเข้าถึงสภาวะเศรษฐกิจถดถอยด้วยแล้ว ก็คงจะยากที่เศรษฐกิจไทยจะรอดพ้นจากการต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่จะตามมาในไม่ช้า 

คำถามคือคนไทยทุกคนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างเลวร้ายนี้อย่างไร รัฐบาลวางนโยบายใดเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วหรือยัง อย่าลืมว่าหากเราส่งออกได้น้อยลง เราจะหนีไม่พ้นวิกฤตเศรษฐกิจที่จะเกิดกับเราอย่างแน่นอน หรือเราจะแก้ปัญหาโดยเพิ่มการบริโภคภายในประเทศให้มากขึ้น คำถามคือประชากรส่วนใหญ่ของเรามีกำลังซื้อจนสามารถทดแทนการส่งออกได้หรือ  

หลายคนอาจบอกว่าเรายังมีทางออกคือ เราเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเข้ามาเที่ยว คำถามก็คือ เราจะยังคงหวังพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกนานแค่ไหน หากกำลังซื้อของคนต่างชาติหดหายไปเพราะทุกคนก็ล้วนตกอยู่ในชะตากรรมเลวร้ายไม่ต่างกันโดยเฉพาะหากเกิดเศรษฐกิจถดถอยพร้อมๆ กันทั่วทั้งโลกคำถามคือจะยังหลงเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกำลังซื้ออีกสักกี่คน แล้วเมื่อถึงวันที่เลวร้ายเช่นนั้น ไทยจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาจุนเจือระบบเศรษฐกิจไทยหรือ  

ฝากคำถามเหล่านี้ให้คนไทยทุกคนช่วยกันคิดและฝากคำถามนี้ให้รัฐบาลคิดแล้วเร่งหาทางแก้ไขวิกฤตโดยด่วน โปรดอย่ารอจนทุกอย่างสายเกินแก้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. แก๊งขนยาเหิม! ยิงเปิดทาง ทหารปะทะเดือด จวนตัวทิ้งยาบ้า 5 แสนเม็ดหลบหนี
22:02 น. 'อภิสิทธิ์'ชี้ไฟใต้ต้องจบที่การเมือง หลังบึ้ม 11 ปั๊มน้ำมัน ป่วน 3 จังหวัด
21:38 น. ‘ปชป.’คิกออฟ ‘อภิสิทธิ์’ลั่น!เลือกตั้งรอบนี้ วัดใจคนกันไปเลย กับคำสบประมาท‘พรรคตกต่ำ’
21:34 น. ญี่ปุ่นจ่อยุบสภา! เล็งเลือกตั้งใหม่กุมภาพันธ์นี้
21:28 น. 'สุดารัตน์'เช็คอิน'ทรงวาด' ล้อมวงคุยผู้ประกอบการ ประกาศปลดล็อค กม.ขวางทำกิน
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ม.ค.69
อึ้งไป5วิ! ดี้ นิติพงษ์ ย้อนนาทีประทับใจ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงถามเมื่อไหร่จะแต่งเพลงให้พ่อ?
ไม่ง้อไทย-กัมพูชา ผู้นำอินโดนีเซียโวประเทศผลิตข้าวเองได้แล้ว เมินนำเข้าจากต่างประเทศ
แต่งแล้วจ้า'จอย ศิริลักษณ์' ควง 'บี กฤษณะพงศ์'แฟนหนุ่มนักดนตรีเข้าพิธีวิวาห์
'ในหลวง'พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569
ดูทั้งหมด
ตำนานการสร้างโลกและเทพเจ้าอียิปต์ (ตอน1)
ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร
บุคคลแนวหน้า : 11 มกราคม 2569
SMAP
พรรคส้ม : ความบรรลัยที่ปลายลิ้น
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

'อภิสิทธิ์'ชี้ไฟใต้ต้องจบที่การเมือง หลังบึ้ม 11 ปั๊มน้ำมัน ป่วน 3 จังหวัด

‘ปชป.’คิกออฟ ‘อภิสิทธิ์’ลั่น!เลือกตั้งรอบนี้ วัดใจคนกันไปเลย กับคำสบประมาท‘พรรคตกต่ำ’

ญี่ปุ่นจ่อยุบสภา! เล็งเลือกตั้งใหม่กุมภาพันธ์นี้

‘ธรรมนัส’เรียกเสียงฮือฮา! ขี่มอเตอร์ไซค์เปิดตัว‘อัยรินทร์’ อ้อนฝาก‘เบอร์ 8’ไว้ในใจชาวปทุมฯ

‘อนุทิน’มั่นใจปักธงเมืองกรุง เมินเทียบกึ๋น‘พรรคส้ม’เปิดตัวทีมบริหาร

สุดเศร้า! พยาบาลร้อยเอ็ดวัย 30 เสียชีวิตขณะปฏิบัติงานเวรดึก 

  • Breaking News
  • แก๊งขนยาเหิม! ยิงเปิดทาง ทหารปะทะเดือด จวนตัวทิ้งยาบ้า 5 แสนเม็ดหลบหนี แก๊งขนยาเหิม! ยิงเปิดทาง ทหารปะทะเดือด จวนตัวทิ้งยาบ้า 5 แสนเม็ดหลบหนี
  • \'อภิสิทธิ์\'ชี้ไฟใต้ต้องจบที่การเมือง หลังบึ้ม 11 ปั๊มน้ำมัน ป่วน 3 จังหวัด 'อภิสิทธิ์'ชี้ไฟใต้ต้องจบที่การเมือง หลังบึ้ม 11 ปั๊มน้ำมัน ป่วน 3 จังหวัด
  • ‘ปชป.’คิกออฟ ‘อภิสิทธิ์’ลั่น!เลือกตั้งรอบนี้ วัดใจคนกันไปเลย กับคำสบประมาท‘พรรคตกต่ำ’ ‘ปชป.’คิกออฟ ‘อภิสิทธิ์’ลั่น!เลือกตั้งรอบนี้ วัดใจคนกันไปเลย กับคำสบประมาท‘พรรคตกต่ำ’
  • ญี่ปุ่นจ่อยุบสภา! เล็งเลือกตั้งใหม่กุมภาพันธ์นี้ ญี่ปุ่นจ่อยุบสภา! เล็งเลือกตั้งใหม่กุมภาพันธ์นี้
  • \'สุดารัตน์\'เช็คอิน\'ทรงวาด\' ล้อมวงคุยผู้ประกอบการ ประกาศปลดล็อค กม.ขวางทำกิน 'สุดารัตน์'เช็คอิน'ทรงวาด' ล้อมวงคุยผู้ประกอบการ ประกาศปลดล็อค กม.ขวางทำกิน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร

ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร

11 ม.ค. 2569

นักการเมืองไทยกับการสร้างภาพลวงโลก

นักการเมืองไทยกับการสร้างภาพลวงโลก

4 ม.ค. 2569

ทำไมไทยรบกัมพูชา VS ทำไมกัมพูชารุกรานไทย และดัดจริตชน

ทำไมไทยรบกัมพูชา VS ทำไมกัมพูชารุกรานไทย และดัดจริตชน

28 ธ.ค. 2568

เขียนให้คิด : ถ้าไม่มีทหาร เราจะอยู่กันอย่างไร

เขียนให้คิด : ถ้าไม่มีทหาร เราจะอยู่กันอย่างไร

21 ธ.ค. 2568

เขียนให้คิด : เงินสีเทา นักการเมืองสีเทาในเมืองไทย

เขียนให้คิด : เงินสีเทา นักการเมืองสีเทาในเมืองไทย

14 ธ.ค. 2568

ก๊วน แก๊ง หลักสูตรอภิสิทธิ์ชน กับการทุจริตในสังคมไทย

ก๊วน แก๊ง หลักสูตรอภิสิทธิ์ชน กับการทุจริตในสังคมไทย

7 ธ.ค. 2568

รัฐบาล ฝ่ายค้าน กับมหาอุบัติภัยของประเทศ

รัฐบาล ฝ่ายค้าน กับมหาอุบัติภัยของประเทศ

29 พ.ย. 2568

ไทยคือแหล่งฟอกเงินของแก๊งอาชญากร?

ไทยคือแหล่งฟอกเงินของแก๊งอาชญากร?

23 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved