วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันนี้ต้องหยุดตั้งสติให้มีสมาธิแล้วส่องกระจกเพื่อสร้างความมั่นใจ ถามคนในกระจกทีว่า เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกับจริยธรรมนักการเมือง ธรรมาภิบาลการบริหารองค์กร กับการคุยโวโอ้อวดที่หาสาระข้อเท็จจริงที่เอาแต่ประโยชน์ใส่ตนยกหางสร้างราคา
การเมืองตลอดเวลา 8 ปีที่ผ่านมา นักเลือกตั้งชังชาติ ... แลนักการเมืองเสียชาติเกิด ที่ส่งเสียงเซ็งแซ่โหยหวนด้อยค่าผู้นำประเทศ ขย้ำขยี้ประเทศชาติแทนที่จะช่วยกันพาเพื่อนร่วมชาติทุกฝ่ายเดินไปข้างหน้าฟันฝ่าวิกฤตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ยิ่งห้วงเวลาที่ต้องให้ประชาชนเจ้าของประเทศให้ผู้คนในสังคมไทยทุกภาคส่วน เลือกตั้งสรรหานักการเมืองและพรรคการเมืองมาบริหารและสรรสร้างความเป็นปึกแผ่นกินดีอยู่ดีดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแนวทางให้สังคมไทยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2513 ได้ตระหนักอย่างมีสติ - สมาธิครุ่นคิดอย่างชัดแจ้งก่อนเดินเข้าคูหาเลือกตั้งในอีกไม่นานนี้ ความว่า
“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คน ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”
คนดีจึงควรมีจริยธรรม ธรรมาภิบาล เพื่อปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายอย่างในอดีตที่บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย เนื่องจากสังคมไทยเกิดความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเอาชนะคะคานอ้างแต่ตรรกะของฝ่ายตนที่ถือว่ามีเสียงมากกว่าโดยไม่คำนึงถึงตรรกะฝ่ายเสียงข้างน้อย
ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความมีเหตุผล ความกตัญญูกตเวทีความมีระเบียบวินัยความเสียสละการประหยัด ความอุตสาหะ ความสามัคคี ความเมตตากรุณาความยุติธรรม
หลักการบริหารแนวใหม่ ที่มุ่งเน้นหลักการ โดยมิใช่หลักการที่เป็นรูปแบบทฤษฎีการบริหารงาน แต่เป็นหลักการการทำงาน ซึ่งหากมีการนำมาใช้เพื่อการบริหารงานแล้ว จะเกิดความเชื่อมั่นว่าจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือ ความเป็นธรรม, ความสุจริต, ความมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การมีส่วนร่วมของประชาชน การมุ่งฉันทามติ การมีสำนึกรับผิดชอบ ความโปร่งใส การตอบสนอง ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ความเท่าเทียมกันและการคำนึงถึงคนทุกกลุ่มหรือพหุภาคีและการปฏิบัติตามหลักนิติธรรม
เรื่องราวข้อพิพาทระหว่าง “ครอบครัวรัตนพันธ์” กับ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ผู้บริหารและคนในตระกูลตะเกียกตะกายเวียนว่ายอยู่ในวงการการเมืองที่สมควรมีธรรมาภิบาล และจริยธรรมแม้จะยังต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในกระบวนการยุติธรรม
ล่าสุดผู้บริหารที่ถือหุ้นใหญ่ในองค์กรที่เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ที่ควรมีธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ประกาศตัวนำพรรคเพื่อไทยลงสู้ในสนามเลือกตั้งเพื่อเข้ามาบริหารประเทศ โดยนำเสนอนโยบายที่เป็นการขายฝันในอนาคตด้วยเงื่อนไขต่างๆเพื่อปั่นราคาปั่นจีดีพีที่สังคมไทยต้องเผชิญความเสี่ยง
มาจนถึงกรณีจดหมายชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสนอขอหมายจับบุคคลสำคัญทางการเมือง ที่มีการอนุมัติหมายจับและถอนหมายจับในวันเดียวกัน
เขียนมาทั้งหมดก็อยากให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนโดยควรหาคลิปวิสัยทัศน์ของ “เศรษฐา ทวีสิน”ที่ตัวตลกบนหลังรถยกชื่อมาข่ม “ลุงตู่ - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยว่า “เศรษฐา ทวีสิน” ประสบความสำเร็จจากการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “SIRI” ธุรกิจควบรวมของคนสองตระกูลคือ “จูตระกูลกับ ล่ำซำ” เขาจึงเป็นเพียงผู้บริหารยุคที่สอง ไม่ใช่ยุคบุกเบิกจะเห็นอาการยกหางสร้างราคาอย่างที่มีนักรัฐศาสตร์วิเคราะห์ในสภากาแฟผ่านโลกโซเชียลอย่างตรงไปตรงมาว่า “คนคนนี้ยังใช้ความคิดน้อยมาก โดยเฉพาะการใช้คำว่า “ภูมิรัฐศาสตร์” ประกอบการแสดงวิสัยทัศน์วิพากษ์ “ลุงตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” กับผลงาน 8 ปีที่ผ่านมา
น่าสนใจยิ่งค้นยิ่งหา จริยธรรม ธรรมาภิบาลพบเจอไม่
เพียงยกหางสร้างราคาเท่านั้นจะบริหารประเทศได้หรือ???
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี