นับตั้งแต่ประเทศจีนกำหนดยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมเชื่อมต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยทางบกขึ้นในโลกแล้ว ประเทศต่างๆ พากันเข้าร่วมเพื่อแสวงหาประโยชน์ร่วมกัน และเชื่อมต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ถึงกันได้โดยสะดวก รวดเร็ว และประหยัดโดยเส้นทางทางบก
ในขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อโลกโดยทางทะเลก็ยังคงดำเนินต่อไป แต่โดยสภาพก็มีความชัดเจนว่าเทียบกับการเชื่อมต่อทางบกไม่ได้ ดังนั้น การเชื่อมต่อระหว่างประเทศต่างๆ โดยทางบกหรือโดยเส้นทางสายไหมจึงเป็นอนาคตร่วมกันของมวลมนุษย์ ที่จะเชื่อมต่อและแบ่งปันผลประโยชน์แก่กันโดยยุติธรรม
เพียงระยะเวลาไม่นานนับแต่การเริ่มต้นยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมในการเชื่อมต่อโลกโดยทางบก ประเทศต่างๆ ก็ได้เข้าร่วมอย่างทั่วถึง โดยจีนได้จัดตั้งสถาบันการเงินเพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บรรดาประเทศทั้งหลายที่ต้องการใช้วงเงินในการพัฒนาและเชื่อมต่อระหว่างกัน
การเชื่อมต่อดังกล่าวเป็นการใช้ระบบรางคือใช้รถไฟความเร็วสูงที่มีขนาดรางมาตรฐาน คือ มีความกว้าง 1.435 เมตร ที่เรียกว่ารางมาตรฐานก็เพราะว่าเรื่องของรางรถไฟนั้นยังมีรางอีกชนิดหนึ่งซึ่งใช้กับประเทศที่เป็นเมืองขึ้นหรือเป็นเกาะ นั่นคือระบบรางกว้าง 1 เมตร ซึ่งปัจจุบันนี้มีใช้อยู่ในไม่กี่ประเทศ
ระบบรางกว้าง 1 เมตร ก็มีรถไฟความเร็วสูงใช้ แต่ประเทศผู้ผลิตมีเพียงประเทศเดียวคือญี่ปุ่น และรถไฟความเร็วสูงระบบนี้ชื่อว่าระบบจิ่งกังเซ็น ดังนั้นการใช้ระบบนี้จึงเท่ากับให้ญี่ปุ่นเป็นผู้ผูกขาดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง ดังนั้นจึงไม่ถือเป็นระบบรถไฟที่เป็นมาตรฐาน แต่ก็มีประเทศที่ใจรักที่จะเป็นเมืองขึ้นหรือเป็นประเทศใต้อาณานิคมหรืออยู่ใต้อาณัติที่ถูกกดดันบังคับที่ยังใช้ระบบนี้อยู่
ระบบรถไฟความเร็วสูงแบบรางมาตรฐานที่ใช้ในรถไฟเส้นทางสายไหมเชื่อมต่อทั่วทั้งโลกนั้นใช้ได้ทั้งการขนผู้โดยสารและการขนสินค้า ในกรณีที่ใช้สำหรับขนสินค้าโดยเฉพาะ ความเร็วในการเดินรถก็จะต่ำกว่าการขนส่งผู้โดยสารอย่างเดียว ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาไปไกลมาก มีความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้ว
ประเทศไทยได้เล็งเห็นประโยชน์และความจำเป็นในการเชื่อมต่อประเทศไทยเข้ากับโลกกว้าง ดังนั้น รัฐบาลไทยโดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงได้เจรจาทำความตกลงกับรัฐบาลจีน ให้จีนดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายไหมสามเส้นทาง คือ หนองคาย-โคราช, โคราช-กรุงเทพฯ และสระบุรี-มาบตาพุด
และจะมีการเชื่อมต่อเส้นทางจากหนองคายกับสถานีเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อประเทศลาวกับประเทศจีน โดยมีระยะทางรวมทั้งระยะที่ข้ามแม่น้ำโขงแล้วเป็นระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นวงเงินค่าก่อสร้างประมาณ 30,000 ล้านบาท
ในการเจรจาให้จีนลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางสายไหมนี้ รัฐบาลไทยขอให้จีนช่วยซื้อข้าวเน่าจากโครงการรับจำนำข้าว 1 ล้านตัน ข้าวฤดูกาลใหม่ 1 ล้านตัน และยางพาราอีก 2 แสนตัน
แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบเรียบร้อยแล้วก็ถูกเบี้ยวบิดตะกูด โดยรัฐบาลไทยจะเป็นผู้ทำเอง โดยการแบ่งเป็นช่วงๆ ให้มีการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเท่ากับกีดกันประเทศจีนตามที่ได้ตกลงไว้เดิม เพราะประเทศจีนไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ แต่จะต้องมาร่วมกับบริษัทไทยก่อนซึ่งทำให้เกิดปัญหามาก และจนวันนี้ก็เพิ่งสร้างเสร็จแค่ 3.5 กิโลเมตร โดยไปสร้างไว้กลางป่าสำหรับให้สัตว์ขี้เยี่ยวและเสร็จแล้วก็เดินรถไม่ได้จนถึงบัดนี้
แม้การเชื่อมต่อจากหนองคายกับเวียงจันทน์ก็ไม่มีการดำเนินการ ดังนั้นประเทศไทยจึงเท่ากับถูกปิดประเทศจากระบบรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายไหม เพราะไม่มีทางเชื่อมต่อกับรถไฟเส้นทางสายไหมซึ่งถูกกำหนดการเชื่อมต่อไว้ที่นครเวียงจันทน์ ผ่านสิบสองปันนาไปยังนครคุนหมิง จากนั้นก็เชื่อมต่อไปทั่วโลก
ยิ่งปิดประเทศแบบนี้นานเท่าใด ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยมากเท่านั้น เพราะในกรณีที่จะส่งสินค้าไปประเทศจีนหรือทั่วโลกก็ไม่สามารถขนส่งโดยตรงไปตามเส้นทางสายไหมได้
จะต้องขนส่งจากจังหวัดหนองคายไปยังนครเวียงจันทน์ ซึ่งมีสถานีขนถ่ายสินค้าห่างจากสถานีรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ประมาณ 10 กิโลเมตร และเมื่อไปถึงสถานีขนถ่ายแล้วก็ต้องขนถ่ายสินค้าไปอีกราว 10 กิโลเมตร เพื่อไปขึ้นรถไฟความเร็วสูงเวียงจันทน์-สิบสองปันนา-คุนหมิง
เดิมทีการเจรจาขนส่งสินค้าโดยรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว ก็สามารถเจรจาโดยตรงกับบริษัทเดินรถร่วมจีน-ลาวได้ แต่เพราะเหตุที่มีการดูถูกเหยียดหยามกล่าวหาว่าประเทศลาวโง่ถูกหลอก และเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวจนต้องเอาที่ดินของรัฐไปจำนำเป็นประกันหนี้กับจีน จึงเกิดการหมั่นไส้กันขึ้น ในที่สุดองค์การเดินรถไฟความเร็วสูงซึ่งเป็นกิจการร่วมลาว-จีน ในโครงการรถไฟดังกล่าวก็ไม่อยากเจรจาด้วย และให้ตั้งบริษัทกลางขึ้นเพื่อตกลงให้บริการในการรับขนสินค้าโดยรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ดังนั้นประเทศไทยก็ต้องไปเจรจากับบริษัทกลางนี้ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะเป็นธรรมดาเมื่อมีคนกลางเพิ่มขึ้นคนหนึ่ง ต้นทุนค่าขนส่งก็ต้องเพิ่มขึ้น
และถึงวันนี้การเจรจาเพื่อจะขนส่งได้หรือไม่เท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการอนุญาตของบริษัทกลางดังกล่าว และจะเป็นปัญหาในการขนส่งสินค้าไทยไปจีนและต่างประเทศ โดยเส้นทางสายไหมไปอีกนานแสนนาน
เรื่องนี้ไม่มีการแก้ไขใดๆ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ดังนั้นจึงต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลใหม่ว่าจะปิดประเทศต่อไปในลักษณะนี้ หรือว่าจะแก้ไขเพื่อให้การขนส่งสินค้าและผู้โดยสารของไทยกับทั่วโลกเป็นไปได้โดยสะดวกหรือไม่
ในระดับภูมิภาค ประเทศไทยก็ได้เข้าเป็นภาคีปฏิญญาซันย่าเพื่อการพัฒนาแม่น้ำโขง โดยมีภาคี 6 ประเทศ คือ จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม เป็นข้อตกลงพหุภาคีที่จะร่วมกันพัฒนาแม่น้ำโขงให้สามารถเดินเรือได้ตลอดทั้งปีและมีการขุดลอกแม่น้ำโขงเพื่อให้รองรับเรือท่องเที่ยวยักษ์ และเรือขนส่งสินค้าระวางขับน้ำ 500 ตันได้ โดยมีท่าเรือท่องเที่ยวและท่าเรือขนส่งสินค้าอยู่ฝั่งประเทศไทยหลายแห่ง
ปฏิญญาซันย่าก็คือปฏิญญาว่าด้วยการพัฒนาแม่น้ำโขงให้พ้นจากสภาพอาชญากรรมและยาเสพติด และเป็นแม่น้ำแห่งสันติภาพและการพัฒนาเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของ 6 ประเทศ ควรที่ประเทศไทยจะร่วมดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จตามปฏิญญาซันย่านั้น
แต่ปรากฏว่าประเทศไทยได้ปฏิเสธไม่ลงนามในแผนปฏิบัติการซึ่งเป็นแผนปฏิบัติตามปฏิญญาซันย่า ทำให้ 5 ประเทศที่เหลือต้องตัดเชือกและร่วมกันพัฒนาแม่น้ำโขงร่วมกัน 5 ประเทศต่อไป
ทำให้แม่น้ำโขงของเขตไทยไม่ได้รับการขุดลอก มีสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถทำท่าเรือรองรับนักท่องเที่ยวโดยเรือท่องเที่ยวยักษ์ และไม่สามารถรับส่งสินค้าโดยเรือขนส่งระวางขับน้ำ 500 ตันได้ ทั้งๆ ที่การดำเนินการดังกล่าวเป็นความได้เปรียบของประเทศไทย และเป็นการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยทางแม่น้ำโขง และใช้แม่น้ำโขงในการขนส่งสินค้าไทยไปยัง 5 ประเทศได้โดยสะดวกและได้เปรียบมากที่สุด
การที่ประเทศไทยปฏิเสธไม่ร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการตามปฏิญญาซันย่าจึงเท่ากับเป็นการปิดประเทศตลอดแนวแม่น้ำโขง เพราะไม่มีการขุดลอกแม่น้ำโขงในเขตประเทศไทย เรือใหญ่จอดเทียบท่าไม่ได้ ไม่มีการตั้งท่าเรือสำหรับเรือท่องเที่ยวยักษ์ที่ขนส่งนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่มีการตั้งท่าเรือสำหรับขนส่งสินค้าเข้า-ออกโดยทางแม่น้ำโขง
แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องส่งสินค้าไปยังต่างประเทศโดยทางแม่น้ำโขง ดังนั้น จะต้องขนส่งสินค้าทางบกไปยังประเทศลาว และไปขนถ่ายลงเรือที่ท่าเรือริมแม่น้ำโขงฝั่งลาว แต่เพราะการจราจรจะคับคั่งจึงถูกกำหนดให้ไปขนถ่ายสินค้าลงเรือที่ชายแดนลาวกับจีน ซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล
นี่ก็เป็นความเสียหายใหญ่หลวงของประเทศไทยที่จะต้องรอรัฐบาลใหม่มาแก้ไขโดยไม่ปล่อยให้ปัญหาต่อก่อปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นไปอีก
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี