Logo วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 02.00 น.
ปั้นวาทกรรม ‘คืนชีพไอทีวี’ หลอกควาย หลอกเด็ก

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นายพิธานี่ต้องยอมรับว่า เป็นจอมปั้นคำ ปั่นวาทกรรม สร้างภาพสร้างกระแส โปรยเสน่ห์


เมื่อวานนี้ (6 มิถุนายน 2566) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ยอมรับถึงการโอนหุ้นไอทีวี

ระบุว่า “ไม่ใช่การขาย แต่โอนให้ทายาทไปเมื่อปลายเดือน พ.ค. ซึ่งในอดีตตนมั่นใจในข้อกฎหมายและหลักฐาน แต่ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะมีความพยายามฟื้นคืนชีพไอทีวีขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางธุรกิจหรือการเมือง ตนจึงตัดสินใจโอนหุ้นให้ทายาท รวมถึงการโอนหุ้นดังกล่าว”

1. ถ้อยแถลงข้างต้น คือ การสื่อสารว่า ก่อนนี้ ไอทีวีไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ แต่ในอนาคตอาจจะมีความพยายาม “คืนชีพไอทีวี” เพื่อสกัดตนไม่ให้เข้าสู่อำนาจรัฐ

นี่คือการปั้นวาทกรรม ปั่นกระแส ด้วยการบิดเบือนอย่างหน้าตาเฉย

2. บริษัทไอทีวี เป็นกิจการสื่อสารมวลชนมาโดยตลอด ตั้งแต่วันแรกตั้งจนถึงปัจจุบัน

ไม่ว่าจะยังออกอากาศทีวีอยู่หรือไม่

ตราบใดที่ยังไม่ปิดบริษัท เลิกกิจการ

และตราบใดที่ไม่จดแจ้งเลิก

เพราะฉะนั้น การมาใช้วาทกรรม “คืนชีพ” มันจึงโคตรมั่วและโคตรโมเมเอาเอง

แถมยังป้ายสีปั่นกระแสด้วยการโบ้ยไปโน่น “คืนชีพ เพื่อสกัดกันพวกเรา”

ป๊าดดดดโธ่ !

3. บรรทัดฐานศาลรัฐธรรมนูญ และศาลฎีกา วางไว้ชัดเจนถึงแนวทางดังกล่าว คือ ยังไม่จดเลิก ยังไม่ปิดกิจการ ก็ถือว่ายังเป็นสื่ออยู่

สำนักข่าวอิศราได้รวบรวมมา 4 คดีของศาลฎีกา ดังนี้

(1) คดีนายอนุสรณ์ เกษมวรรณ 

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ประกาศรับรอง เป็นผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 1 กรุงเทพมหานคร พรรคชาติพัฒนา เนื่องจาก นายอนุสรณ์เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์สื่อกลางสภาไทย 

นายอนุสรณ์ยื่นร้องคัดค้าน อ้างว่า หนังสือพิมพ์สื่อกลางสภาไทย ไม่ได้พิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าวเป็นเวลาเกิน 2 ปี ถือว่าความเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ของผู้ร้องสิ้นสุดลงตาม พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 45   

ศาลฎีกาวินิจฉัยสรุปว่า การที่ผู้ร้องเพียงแต่ไม่ได้พิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ โดยไม่ได้แจ้งยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งการพิมพ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีผลทำให้ผู้ร้องพ้นจากความเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ดังกล่าวได้ ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลอันมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1228/2562วันที่ 7 มี.ค. 2562)

(2) คดีนายสุวัฒน์ชัย สวัสดี 

กกต.โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา  ไม่ประกาศรายชื่อนายสุวัฒน์ชัย เป็นผู้สมัคร สส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 1 พรรคความหวังใหม่  โดยอ้างว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากเป็น เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โคราชการเมือง  

คำพิพากษาศาลฎีกาสรุปว่า ข้อเท็จจริงปรากฏในทางไต่สวนประกอบคําร้อง คําคัดค้าน และเอกสารพยานหลักฐานแห่งคดีว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โคราชการเมือง โดยผู้ร้องได้รับอนุญาตจดแจ้งการพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2543 ต่อมา ปัจจุบันหนังสือพิมพ์โคราชการเมืองได้หยุดตีพิมพ์แล้วตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2552 แต่ผู้ร้องยังไม่ได้ไปจดแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งการพิมพ์ 

เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้เคยยื่นแจ้งเลิกกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งการพิมพ์แล้ว จึงต้องถือว่าผู้ร้องยังเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์โคราชการเมือง

ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตของพรรคความหวังใหม่ ชอบแล้ว  (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2562 วันที่ 8 มี.ค.2562)

(3) คดีนายทวีป ขวัญบุรี 

กกต.โดย ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดระยอง ไม่ประกาศรายชื่อ นายทวีป เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้ง 1 จ.ระยอง พรรคพลังประชารัฐ โดยอ้างว่า

นายทวีป เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวันถือว่าขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม

ศาลฎีกาพิพากษาว่า ข้อเท็จจริงตามคําร้อง คําคัดค้าน เอกสารพยานหลักฐานแห่งคดีและตามที่ปรากฏในทางการไต่สวนปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวัน โดยผู้ร้องได้รับอนุญาตจดแจ้งการพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2538 ต่อมาหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวันได้ หยุดตีพิมพ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2540 ...พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 หาได้มีบทบัญญัติให้หนังสือพิมพ์รายวัน ถ้ามิได้ออกโฆษณาต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาสามสิบวัน หรือหนังสือพิมพ์รายคาบ ถ้ามิได้ออกโฆษณาต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาสี่คราวหรือเกินกว่าสองปีทําให้การเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์เป็นอันสิ้นสุดลงดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 45 แต่อย่างใดไม่ หากแต่บัญญัติให้ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการ หนังสือพิมพ์ที่ประสงค์จะเลิกกิจการหนังสือพิมพ์จะต้องแจ้งเลิกกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งการพิมพ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกกิจการ

เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้เคยยื่นแจ้งเลิกกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งการพิมพ์แล้ว จึงต้องถือว่าผู้ร้องยังเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวัน

ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้คัดค้าน ไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตของพรรคพลังประชารัฐ ชอบแล้วจึงมีคําสั่งให้ยกคําร้อง  (คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1111/2562 วันที่ 8 มี.ค.2562)  

(4) คดีนายอรชุน ประสิทธิ์สมบัติ

กกต.โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดอ่างทอง ไม่ประกาศรายชื่อนายอรชุนผู้ร้อง เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.อ่างทอง พรรคประชาธิปัตย์  โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นหนังสือพิมพ์ บริษัท คลื่นเสียงอ่างทอง ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

คำพิพากษาศาลฎีการะบุว่า เมื่อเท็จจริงปรากฏในทางไต่สวนประกอบคําร้อง คําคัดค้าน และเอกสารพยานหลักฐานแห่งคดีว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ของบริษัท คลื่นเสียงอ่างทอง โดยผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้น แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าผู้ร้องไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจการของหนังสือพิมพ์ของบริษัทคลื่นเสียงอ่างทองก็ตาม

เมื่อพิจารณาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 98 ซึ่งบัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ...” หาได้บัญญัติว่า ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนในลักษณะใดบ้างหรือไม่

ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ชอบแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2562 วันที่  6  มีนาคม 2562)

4. จากข้อมูล 4 คดีข้างต้น เทียบเคียงกรณีหุ้นไอทีวีของนายพิธา

ซึ่งตามเอกสารบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น มีชื่อนายพิธาเป็นผู้ถือครอง 42,000 หุ้น (ตามเอกสารบัญชีผู้ถือหุ้น ก่อนโอนออกไปหลังเกิดเรื่องแล้ว)

สถานะบริษัทยังประกอบกิจการ ส่งงบการเงิน มีผลกำไร แม้ไม่ได้ออกอากาศช่องไอทีวี

ดังนั้น จะร่วง หรือรอด คำตอบน่าจะชัดเจน

(ส่วนการไปเทียบกับคดีนายชาญชัย ที่ศาลฎีกาตัดสินให้รอด ได้เคยเขียนชี้รายละเอียดไปแล้ว ว่าแตกต่างกันอย่างไร)

5. น่าสนใจว่า นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ให้ข้อมูลว่า

ในการประชุมกรรมาธิการฯ ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนการถือครองหุ้นไอทีวีของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ โดยที่ประชุมเห็นว่าเรื่องนี้มีหลายคนไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญที่จะแสดงให้เห็นนายพิธา มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญที่จะเป็นนายกฯต่อไปได้หรือไม่ ซึ่ง กมธ.ฯ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกับที่มีผู้ไปร้องกับ กกต.แล้ว จึงเห็นว่าจะส่งเรื่องแจ้งให้ กกต.และ กมธ.ฯ เห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องหาข้อยุติโดยเร็วเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายพิธาที่ต้องทำให้ข้อยุติชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาอื่นที่จะตามมา และมีผลกระทบอีกจำนวนมาก

“ทาง กมธ.จะทำหนังสือแจ้งไปยัง กกต.เพื่อให้เร่งรัดในการที่จะตรวจสอบคุณสมบัติของนายพิธา และถ้าเห็นว่าสิ่งที่ได้ร้องเรียน
กันนั้นเป็นเรื่องสำคัญและมีมูล ซึ่งทางกมธ.เห็นแล้วว่ามีมูล มีข้อเท็จจริงและมีหลักฐาน จึงต้องการให้กกต.เร่งรัดในการเสนอเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยชี้ขาด เพื่อความชัดเจนในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ เพราะอย่างน้อยที่สุด การที่ศาลได้ตัดสินวินิจฉัยชี้ขาดก็จะเป็นที่ยอมรับของคนทั้งประเทศและของคนหมู่มาก หากรอไปจนถึงขั้นตอนของวุฒิสภาลงมติโหวตนายกฯ เกิดวุฒิสภาไม่เห็นชอบหรือไม่เห็นด้วย ไม่ว่าประการใด ก็จะเกิดคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับเรื่องเหล่านี้ ก็จะเกิดความไม่สงบเรียบร้อย ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จึงขอให้กกต.เร่งรัดรวบรวมหลักฐานส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการต่อไปก่อนที่จะถึงกำหนดวันเลือกนายกฯ” นายเสรีกล่าว

นักข่าวถามตรงๆ ว่า ที่ประชุม กมธ.เห็นว่านายพิธาขาดคุณสมบัติแล้วใช่หรือไม่?

นายเสรี กล่าวว่า ถ้าดูตามหลักฐาน ข้อกฎหมาย และข้อบังคับของพรรคก้าวไกล มีมูลที่จะเห็นได้ว่านายพิธา ขาดคุณสมบัติตั้งแต่เป็นสมาชิกพรรค ตั้งแต่สมัครรับเลือกตั้ง และถ้าขาดคุณสมบัติรับเลือกตั้งก็มีผลกับการไปรับรองผู้สมัครได้พรรคให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้เป็นข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณชนอยู่แล้ว ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ กกต.ที่รับผิดชอบในการรับเรื่องร้องเรียนต้องเร่งรัด แก้ปัญหาให้ปรากฏและให้ข้อยุติ และสรุปเนื้อหาทั้งหมดโดยเร็ว หรือจะรับรอง สส.ให้เสร็จโดยเร็ว และรีบส่งเรื่องเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็ว เพื่อที่จะหาข้อยุติได้ชัดเจน เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโอกาสที่บ้านเมืองจะเรียบร้อยมีสูง เพราะทุกคนยอมรับในกติกาของประเทศว่าเมื่อศาลตัดสินแล้วต้องเคารพในกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งน่าจะเป็นช่องทางที่ดีที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
09:01 น. ระทึกกลางนิวยอร์ก ระเบิดสนั่นอาคารบรองซ์ ไฟลุกท่วมหลายชั้น ดับ 1 ราย เจ็บอื้อ
08:43 น. ใกล้ปิดดีล ฮอร์มุซ หลังสหรัฐถอย ยอมให้อิหร่าน คุมเรือขาเข้าอ่าวเปอร์เซีย
08:43 น. จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เชื่อมรถไฟไทย-ลาว-จีน จี้รัฐเร่งสร้างสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ สกัดปัญหาคอขวด
08:29 น. กรมอุทยานฯ สวนทุกดอก หลัง วีระ จวกคุณภาพบ้านพัก 'เลวทรามมาก' แจงชัด สิมิลันไม่ให้พักค้างมา 8 ปี แล้ว
08:20 น. อินโดฯจับนักบินซุกยาอี 7 หมื่นเม็ด ผลตรวจช็อกพบสารเสพติดอื้อหลังเพิ่งบิน
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ผบ.ตร.เซ็นอนุมัติแล้ว หมอทวีศิลป์ ลาออกราชการ มีผล 1 ส.ค.69
สหรัฐฯ เตรียมปิดสถานทูต 5 แห่งทั่วโลก ตามนโยบาย America First เปิดช่องจีน-รัสเซียเสียบแทน
เดือนนี้ใครปังสุด หมอช้าง เผย 5 อันดับราศีดวงดีประจำเดือน
คำชมจากรุ่นใหญ่ ดี้ นิติพงษ์ อึ้งฝีมือ น้องเนเน่ บนเวที AGT เล่นกีตาร์เหมือนเป็นอวัยวะที่ 33
ดูทั้งหมด
สงครามโซเชียล
จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’
คิดคำนึง ไตร่ตรอง ทบทวน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา
สายดาร์ก
ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีปลอมลายมือชื่อ 5 สว. พันธุ์ใหม่... จะทำผิดกฎหมายเสียเองไม่ได้
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ระทึกกลางนิวยอร์ก ระเบิดสนั่นอาคารบรองซ์ ไฟลุกท่วมหลายชั้น ดับ 1 ราย เจ็บอื้อ

จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เชื่อมรถไฟไทย-ลาว-จีน จี้รัฐเร่งสร้างสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ สกัดปัญหาคอขวด

ใกล้ปิดดีล ฮอร์มุซ หลังสหรัฐถอย ยอมให้อิหร่าน คุมเรือขาเข้าอ่าวเปอร์เซีย

อินโดฯจับนักบินซุกยาอี 7 หมื่นเม็ด ผลตรวจช็อกพบสารเสพติดอื้อหลังเพิ่งบิน

‘The Woman’ ภาพยนตร์แห่งแรงบันดาลใจ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น ‘แม่’ และ ‘รอยยิ้มแห่งแผ่นดิน’ จุดประกายความสว่างไสวแก่ชีวิตพสกนิกรไทยชั่วนิรันดร์ ตอน ‘She is My Smile’ EP.3

ก้อง ห้วยไร่ แจ้งข่าวเศร้า สูญเสีย น้องพั้นช์ ลูกบุญธรรมจากอุบัติเหตุ

  • Breaking News
  • ระทึกกลางนิวยอร์ก ระเบิดสนั่นอาคารบรองซ์ ไฟลุกท่วมหลายชั้น ดับ 1 ราย เจ็บอื้อ ระทึกกลางนิวยอร์ก ระเบิดสนั่นอาคารบรองซ์ ไฟลุกท่วมหลายชั้น ดับ 1 ราย เจ็บอื้อ
  • ใกล้ปิดดีล ฮอร์มุซ หลังสหรัฐถอย ยอมให้อิหร่าน คุมเรือขาเข้าอ่าวเปอร์เซีย ใกล้ปิดดีล ฮอร์มุซ หลังสหรัฐถอย ยอมให้อิหร่าน คุมเรือขาเข้าอ่าวเปอร์เซีย
  • จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เชื่อมรถไฟไทย-ลาว-จีน จี้รัฐเร่งสร้างสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ สกัดปัญหาคอขวด จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เชื่อมรถไฟไทย-ลาว-จีน จี้รัฐเร่งสร้างสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ สกัดปัญหาคอขวด
  • กรมอุทยานฯ สวนทุกดอก หลัง วีระ จวกคุณภาพบ้านพัก \'เลวทรามมาก\' แจงชัด สิมิลันไม่ให้พักค้างมา 8 ปี แล้ว กรมอุทยานฯ สวนทุกดอก หลัง วีระ จวกคุณภาพบ้านพัก 'เลวทรามมาก' แจงชัด สิมิลันไม่ให้พักค้างมา 8 ปี แล้ว
  • อินโดฯจับนักบินซุกยาอี 7 หมื่นเม็ด ผลตรวจช็อกพบสารเสพติดอื้อหลังเพิ่งบิน อินโดฯจับนักบินซุกยาอี 7 หมื่นเม็ด ผลตรวจช็อกพบสารเสพติดอื้อหลังเพิ่งบิน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีปลอมลายมือชื่อ 5 สว.  พันธุ์ใหม่... จะทำผิดกฎหมายเสียเองไม่ได้

ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีปลอมลายมือชื่อ 5 สว. พันธุ์ใหม่... จะทำผิดกฎหมายเสียเองไม่ได้

6 ส.ค. 2569

หลายประเทศ มีการประหารชีวิตมากขึ้น

หลายประเทศ มีการประหารชีวิตมากขึ้น

5 ส.ค. 2569

ผู้แทนฯ กดบัตรลงคะแนนแทนกัน  เลวร้ายกว่าเด็กเอนโกงดริ๊งก์

ผู้แทนฯ กดบัตรลงคะแนนแทนกัน เลวร้ายกว่าเด็กเอนโกงดริ๊งก์

4 ส.ค. 2569

‘ประหารชีวิต’  ให้ตายตกไปตามกัน ?

‘ประหารชีวิต’ ให้ตายตกไปตามกัน ?

3 ส.ค. 2569

สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี  สมเด็จพระราชาคณะที่อายุน้อยที่สุดในปัจจุบัน

สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี สมเด็จพระราชาคณะที่อายุน้อยที่สุดในปัจจุบัน

31 ก.ค. 2569

ยิ่งชีพ ไอลอว์ และพวก  ยิ่งออกทะเล

ยิ่งชีพ ไอลอว์ และพวก ยิ่งออกทะเล

30 ก.ค. 2569

EV ก็ไม่ดี - Data Center ก็ไม่เอา ฯลฯ  ความจริงเศรษฐกิจไทย ไม่ตกขบวน

EV ก็ไม่ดี - Data Center ก็ไม่เอา ฯลฯ ความจริงเศรษฐกิจไทย ไม่ตกขบวน

29 ก.ค. 2569

ไม่ทิ้งคนยากจนข้นแค้นจริงๆ  คนใหม่ได้สิทธิสวัสดิการมากกว่า 2.3 ล้านคน

ไม่ทิ้งคนยากจนข้นแค้นจริงๆ คนใหม่ได้สิทธิสวัสดิการมากกว่า 2.3 ล้านคน

28 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved