วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
เรื่องที่ถูกนำไปปลุกปั่น ปลุกระดม หวังผลการเมืองมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องพลังงาน
โดยเฉพาะเรื่องน้ำมัน
ซึ่งความจริง เป็นเรื่องที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ปัญหา ทั้งเฉพาะหน้าและโครงสร้าง อย่างที่ รมว.พลังงานประกาศว่ากำลังดำเนินการอยู่
แต่หลายคนในโลกโซเชียล ตั้งตัวเป็นศาสดา เป็นกูรูเรื่องพลังงาน
ทั้งที่ปูมหลัง ประสบการณ์ทำงาน หรือแม้แต่ความรู้ที่ร่ำเรียนมา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานเลยก็มี
อาศัยจี้ตรงจุด ตรงที่ทำให้คนโกรธง่าย โมโหง่าย และแชร์ข้อความต่อๆ กันไป โดยปราศจากการตรวจสอบ สอบทานทั้งข้อมูลความจริง เหตุและผล
แค่นี้ บางคนก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้ที่ออกมาต่อสู้เรื่องพลังงานเพื่อมวลชนได้แล้ว
ล่าสุด มีคนออกมาจับเท็จการปั่นกระแสเรื่องพวกนี้แบบถึงกึ๋น ตอนนี้ คือ คุณสมภพ พอดี แห่งเฟซบุ๊ก Sompob Pordi
ขออนุญาตสรุปใจความเนื้อหาบางส่วนมาแบ่งปันให้“รู้เท่าทัน” การปั่นกระแสพลังงานแบบโง่ๆ ไร้สติ ไร้มูลฐานความจริง
1. สมภพ พอดี ประมวลวาทกรรมที่บางเพจนำไปปั่นกระแสเรื่องปิโตรเลียม
ชี้ว่า เพจดังกล่าว มั่นหน้ามั่นโหนกขั้นเทพในความ(ไม่)รู้ของพวกตนในเรื่องของพลังงาน
เขาปั่นเรื่องอะไรบ้าง อย่างเช่น
คนไทย(ส่วนใหญ่โง่เง่าไม่รู้ว่าตัวเอง) ถูกเอาเปรียบให้จ่ายค่านํ้ามันแพงๆ ทั้งที่ประเทศไทยมีและผลิตนํ้ามันดิบได้มากมหาศาลจนเหลือส่งออก
คนไทย(ส่วนใหญ่โง่เง่า) ยอมศิโรราบให้บริษัทนํ้ามันที่มีต้นทุนขุดนํ้ามันดิบลิตรละไม่ถึงหนึ่งบาท กลั่นนํ้ามันขายแพงๆจนรํ่ารวยมหาศาล
คนไทย(ส่วนใหญ่โง่เง่า)ไม่รู้ว่าประเทศอื่นๆในอาเซียนที่มีนํ้ามันดิบเองแบบไทย เขาขายนํ้ามันให้คนของเขาถูกแค่ไหน
คนไทย(ส่วนใหญ่โง่เง่า)ไม่รู้ว่าประเทศในอาเซียนที่นำเข้านํ้ามันที่กลั่นแล้วจากไทย ขายนํ้ามันเหล่านั้นราคาถูกกว่าที่คนไทยต้องจ่ายที่ปั๊มนํ้ามัน
สมภพชี้ว่า นี่คือการโกหกอย่างเพ้อเจ้อเสียสติ
จากนั้น ก็เปิดข้อมูลดึงสติ ตบกะโหลก ทีละประเด็น
2. ประเด็นอ้างว่า ประเทศไทยมีและผลิตนํ้ามันดิบได้มหาศาลจนเหลือส่งออก????
สมภพหยิบยกข้อมูลมาตีแผ่ (พร้อมลิงก์ที่มาข้อมูล) ระบุว่า ประเทศไทย ณ วันนี้ (08/01/2024) สามารถผลิตนํ้ามันดิบได้วันละประมาณ 140,000 บาร์เรล นับว่าเป็นอันดับที่ 39 ของโลก
https://en.m.wikipedia.org/.../List_of_countries_by_oil...
ในขณะเดียวกัน เราต้องใช้นํ้ามันดิบวันละประมาณ 1,600,000 บาร์เรล นับว่าเป็นอันดับที่ 15 ของโลก
https://en.m.wikipedia.org/.../List_of_countries_by_oil...
สาธุชนผู้มีปัญญา มีความรู้ทางคณิตศาสตร์ระดับประถม 4 ย่อมคิดได้ว่า อะไรมากกว่ากัน ระหว่าง 140,000 กับ 1,600,000?
เราผลิตได้หนึ่งแสนสี่หมื่น แต่ต้องใช้ หนึ่งล้านหกแสน แบบนี้เราต้องจ่ายเงินแพงๆ เพื่อนำเข้าหรือส่งออกได้ตังค์มหาศาล?
นอกเหนือจากนี้ น้ำมันดิบที่เราผลิตได้เองก็มีคุณภาพห่วยแตก เพราะมีกำมะถัน ปรอท และสารหนู ที่ทำให้การกลั่นทำได้ยากและมีราคาแพง จึงต้องส่งออกที่ราคาถูกให้กับชาวโลกเอาไปผสมนํ้ามันดิบคุณภาพสูงเพื่อลดต้นทุนแบบที่โรงกลั่นในบ้านเราเองก็พยายามทำด้วยเหมือนกัน
ปีที่แล้ว 2023 ไทยเราต้องใช้ตังค์ซื้อนํ้ามันดิบสุทธิ (นำเข้า ลบด้วย ส่งออก) เป็นเงินมากถึง $52.6 พันล้าน หรือ ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท
https://www.worldstopexports.com/worlds-top-oil-exports.../
3. ประเด็นอ้างว่า ประเทศอื่นๆที่มีนํ้ามันดิบเองแบบไทยเขาขายนํ้ามันถูกกว่าตั้งเยอะ???
สมภพถามให้คิด และอธิบายด้วยข้อมูลจริง
ประการแรก ประเทศที่มีนํ้ามันดิบเองแบบไทยคือมีไม่พอใช้ หรือไม่มี อย่างเช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เวียดนาม เนี่ยราคานํ้ามันหน้าปั๊มเขาไม่ได้ถูกกว่าเรา
อย่างราคานํ้ามันดีเซลต่อหนึ่งลิตรวันนี้ (08/01/2024) เปรียบเทียบกันเป็นดังต่อไปนี้
ไทย - 29.94 บาท
สิงคโปร์ - 65.22 บาท
ฟิลิปปินส์ - 36.48 บาท
กัมพูชา - 35.23 บาท
เวียดนาม - 26.8 บาท
มีที่ไหนถูกกว่าเราเยอะแยะ? ไม่มีๆๆๆๆๆๆ นี่ขนาดตอนนี้กองทุนนํ้ามันยังเก็บตังค์จากดีเซลกลับเข้าไปชดเชยที่เคยอุดหนุนลิตรละสี่ห้าบาทเมื่อปีที่แล้วนะ
ประการที่สอง ประเทศที่มีนํ้ามันดิบเหลือเฟือและส่งออกนํ้ามันดิบได้เงินมหาศาลทุกวันอย่างมาเลเซียและบรูไน เขาเอารายได้จากตรงนั้นมาอุดหนุนราคานํ้ามันหน้าปั๊มในประเทศ
เอามาเปรียบเทียบกับไทยเราที่ต้องใช้ตังค์ปีละเกือบสองล้านล้านบาทนำเข้านํ้ามันดิบไม่ได้
ยกเว้นว่าจะโง่เป็นควายเท่านั้น
4. ประเด็นอ้างว่า ประเทศในอาเซียนที่นำเข้านํ้ามันที่กลั่นแล้วจากไทย ขายนํ้ามันเหล่านั้นราคาถูกกว่าที่คนไทยต้องจ่ายที่ปั๊มนํ้ามัน????
สมภพชี้ว่า ประเทศในอาเซียนที่นำเข้านํ้ามันที่กลั่นแล้วจากไทยได้แก่
กัมพูชา $1.85 พันล้าน
สิงคโปร์ $1.09 พันล้าน
มาเลเซีย $830 ล้าน
เวียดนาม $764 ล้าน
ลาว $631 ล้าน
มีมาเลเซียประเทศเดียวที่ราคาหน้าปั๊มถูกกว่าบ้านเรา ไม่ใช่เพราะเราขายเขาถูก แต่เพราะเขาเอารายได้จากการส่งออกนํ้ามันดิบมาอุดหนุน
5. ประเด็นอ้างว่า ต้นทุนนํ้ามันดิบลิตรนึงไม่ถึงบาท?????
สมภพฟาดเปรี้ยงทันทีว่า “คนโง่เสียงดัง – ต้นทุนนํ้ามันดิบลิตรละหนึ่งบาท”
“...ผมทำงานตั้งแต่คศ.1985 มาถึงปีนี้ที่ไม่ได้ทำแล้ว ไม่ได้ทำมาหลายปีแล้ว ก็เกือบ 40 ปี เพิ่งจะเคยได้เห็นว่ามีคนคิด/เชื่อว่านํ้ามันดิบหรือ crude oil ที่เราต้องลงทุนลงแรงสำรวจค้นหา โดยเจอบ้างไม่เจอบ้าง และเมื่อเจอแล้วบางแห่งมีปริมาณน้อยเกินกว่าที่จะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ ที่ต้องขุดลงไปที่ความลึกต่างๆทั้งบนบกและในทะเล ทั้งแนวดิ่งและแนวนอนเพื่อผ่านชั้นหินนานาชนิด มีต้นทุนตํ่าติดดินแค่ลิตรละหนึ่งบาท หรือ บาร์เรล (bbl) ละ 159 บาท หรือประมาณ $4.6 (1 บาร์เรล = 159 ลิตรโดยประมาณ) เท่านั้น
โดยเฉพาะในเมืองไทยเราที่ต้นทุนสูงกว่าการผลิตนํ้ามันในตะวันออกกลางที่ผลิตบนบก มีแหล่งปิโตรเลียมและปริมาณมากมายที่สำรวจ พัฒนา และผลิตได้ง่ายๆ
...โพสต์นี้ จะเล่าด้วยภาพละกัน จะได้อ่านง่ายๆดูง่ายๆ
ภาพแรก เป็นกราฟของบริษัทที่เขารวบรวมข้อมูลของอุตสาหกรรมผลิตนํ้ามันดิบทั่วโลกเพื่อขายข้อมูลเหล่านั้นด้วย และรับงานที่ปรึกษา(ค่าตัวแพง)ด้วย
.png)
โดยบริษัทที่ว่าชื่อ Knoema โดยเป็นกราฟแท่งแสดงต้นทุนต่างๆของการผลิตนํ้ามันดิบต่อ 1 บาร์เรลในประเทศต่างๆ ตั้งแต่ที่สูงสุดที่ $44.3/bbl ที่ UK ไล่ไปจนถึง $9.1/bbl ที่อิหร่าน ที่เป็นข้อมูลอัปเดตเมื่อปลายปี 2020
กราฟแต่ละแท่งคือต้นทุนผลิตรวม จะประกอบด้วยต้นทุนต่างๆ ได้แก่ ต้นทุนผลิต (Production Cost) – สีเทา, ต้นทุนการจัดการและขนส่ง (Admin & Transportation Cost) – สีส้มเข้ม,ต้นทุนแท่นผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ (Capital Spending) – สีส้มอ่อน, ภาษีต่างๆ (Taxes) – สีชมพู
จะเห็นได้ชัดเจนว่า เมื่อสามปีที่แล้ว ต้นทุนผลิตรวมของนํ้ามันดิบที่ตํ่าที่สุดบนโลกในนี้อยู่ที่ $9.1/bbl ที่อิหร่าน(ที่ซาอุดีอาระเบียจะสูงกว่านิดหน่อย)
ใครสนใจไปดูข้อมูลของเขา ตามไปที่ลิงก์นี้ได้นะครับ https://knoema.com/.../cost-of-crude-oil-production-by...
ดังนั้น ความคิด/ความเชื่อว่าต้นทุนนํ้ามันดิบลิตรละ 1 บาทหรือ $4.6/bbl ก็เป็นทั้งความเท็จ ความโง่ รวมทั้งความเท็จโง่ๆ ด้วยประการละฉะนี้
แต่นั่นเป็นที่ตะวันออกกลางที่มีแหล่งนํ้ามันขนาดใหญ่มหาศาล แทบจะเรียกได้ว่าหานํ้ามันดิบง่ายกว่าหาแหล่งนํ้าอีก ซึ่งต่างจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง
ผมไม่มีตัวเลขจากบริษัทที่ผลิตนํ้ามันดิบในบ้านเรา ก็เลยจะเอาตัวเลขของเพื่อนบ้านใกล้ๆ ที่มีทั้งบ่อนํ้ามันบนบกและในทะเลอย่างอินโดนีเซียมากางดู ปรากฏว่าอยู่ที่ $19.7/bbl โดยที่ต้นทุนผลิตอยู่ที่ $6.9/bbl ซึ่งก็สูงกว่า ตัวเลขโง่ๆ ลิตรละ 1 หรือ $4.6/bbl อยู่ดี
.png)
ภาพที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปีไตรมาสที่สอง ปี 2023 ของบริษัท International Petroleum Corp ของแคนาดา ที่ผลิตนํ้ามันดิบในหลายๆ ประเทศ ได้แก่ แคนาดา มาเลเซีย และฝรั่งเศส โดยมีแท่นผลิตทั้งบนบกและในทะเล ซึ่งมีความหลากหลายไม่ต่างจากการผลิตในไทย
โดยเขาระบุเอาไว้ชัดๆ ว่า ต้นทุนผลิตไม่รวมต้นทุนคงที่และภาษีอยู่ที่ $17.0/bbl (ในรายงานใช้คำว่า BOE Barrel of Oil Equivalent เพราะเขาผลิตทั้งนํ้ามันดิบและก๊าซ)
ใครสนใจไปดูรายงานประจำปีที่ว่า ตามไปที่ลิงก์นี้ได้นะครับ https://www.international-petroleum.com/ipc-second.../
เป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งว่า ต้นทุนนํ้ามันดิบที่ผลิตในบ้านเราลิตรละแค่ 1 บาท หรือ $4.6/bbl ก็เป็นทั้งความเท็จ ความโง่รวมทั้งความเท็จโง่ๆ
ดังนั้น หากได้ยินใครก็ตามบอกว่า บ้านเราผลิตนํ้ามันดิบได้ราคาถูกๆลิตรละแค่บาทเดียว หรือตํ่ากว่า ก็สามารถแน่ใจได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าคนคนนั้น ไม่มีความรู้ใดๆเลยแม้แต่น้อย
และถ้าแมร่งบอกด้วยเสียงดังมากกว่าใคร ก็แน่ใจได้เช่นกันว่า มันโง่มากด้วย อย่างแน่นอน” – สมภพกล่าว
ขอขอบคุณข้อมูลและการนำเสนอของคุณสมภพ พอดี
สารส้ม

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี