วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
พรรคก้าวไกล ดูจะมีท่าทีคัดค้าน ขัดขวาง และดิ้นจะเป็นจะตายแทบทุกเรื่อง ต่อโครงการที่เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนที่ไม่ใช่ขี้ข้าอเมริกาและพวกเข้ามามีบทบาทสนับสนุนงานพัฒนาในประเทศไทย
ไล่ตั้งแต่รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่พลพรรคก้าวไกลขวางและด้อยค่ามาแต่แรก โดยหันไปเชิดชูไฮเปอร์ลูป (555) และล่าสุด หยิบเอาข้ออ้างเมืองเก่าอโยธยามาจุดกระแสคัดค้านการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็งสูงอยุธยา ทั้งๆ ที่ เขาก็สร้างตรงจุดเดิมของสถานีรถไฟที่มีอยู่เดิม
ด้อยค่าวัคซีนจีน อวยวัคซีนเทพ ฯลฯ
ล่าสุด ก็ความพยายามคัดค้าน ดิสเครดิต เตะถ่วงโครงการแลนด์บริดจ์ก็อีหรอบเดียวกัน
1. การอภิปรายในสภาเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเกี่ยวกับการพิจารณารายงานผลการศึกษาโครงการ “แลนด์บริดจ์” ของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
จะเห็น สส.ก้าวไกลอภิปราย 2 ประเด็นใหญ่ๆ
หนึ่ง โจมตีว่าการศึกษาไม่ครบถ้วน หละหลวม กลัวว่าจะหลอกต่างชาติมาลงทุน
สอง พยายามหยิบยกว่าโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทลงทุนอย่างอื่นคุ้มค่ากว่าหรือไม่ (ทั้งๆ ที่ เงินลงทุนโครงการนี้จะมาจากเอกชนที่เขาคิดว่าคุ้มค่า เขาจึงจะมาลงทุน เขาต้องศึกษาความเสี่ยง ทุกมิติเองอยู่แล้ว)
ในความเป็นจริง การคุ้มทุนของโครงการหรือไม่ เป็นเรื่องที่ผู้ลงทุนต้องเข้ามาร่วมศึกษา และตัดสินใจ “ไม่มีนักลงทุนชาติใด เชื่อการศึกษาของผู้เสนอการลงทุนเพียงฝากเดียว” ในทางกลับกันศักยภาพต้นทุนที่ต่างกัน และวิสัยทัศน์ที่ต่างกันของเอกชนแต่ละราย จะส่งผลต่อการคุ้มทุนของโครงการ
2. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อภิปรายบางช่วงว่า
“..ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการลงทุนโครงการ 1 ล้านล้านบาทนี้แล้วใช่หรือไม่ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนภาคใต้ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ถึงแม้บางท่านอาจจะบอกว่าโครงการนี้เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) แต่เม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาท ถ้าเอาจิตใจและความคิดของคนภาคใต้มาคิดว่าเขาต้องการอะไร อะไรคือวิสัยทัศน์ของเขา อะไรคือปัญหาของเขา เราจะสามารถดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนแบบ PPP และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนภาคใต้ได้จริง
ขอยกตัวอย่างแค่ 4-5 ตัวอย่าง เช่น เป็นไปได้หรือไม่ที่ภาคใต้จะลงทุนเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาด ซึ่งเชื่อมต่อกับมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ในอนาคตหากมาเลเซียและสิงคโปร์ต้องการจะลงทุนในระบบคลาวด์เซ็นเตอร์ ต้องการจะลงทุนในกิจการต่างๆ ที่ต้องใช้พลังงานสะอาด ภาคใต้ของเราก็มีให้...”
การที่นายพิธาตั้งโจทย์ว่า เงินลงทุน 1 ล้านล้าน จะเอาไปทำอย่างอื่นที่ดีกว่าหรือไม่นั้น เป็นเหมือน “ลิเกผิดโรง”
เพราะเงิน 1 ล้านล้านล้านบาทนั้น ไม่ใช่เงินของรัฐ แต่เป็นเงินลงทุนของเอกชนต่างประเทศ หากเขาเห็นว่าเขาลงทุนแล้วจะได้กำไร เขาถึงจะเอาเงินมาลงทุน
พูดชัดๆ คือ ขณะนี้ ยังไม่มีด้วยซ้ำเลย 1 ล้านล้านที่ว่า แต่ไทยเรากำลังชักชวนเอกชนให้สนใจเข้ามาลงทุน ซึ่งแน่นอนว่า ก่อนที่เอกชนต่างชาติจะควักกระเป๋าเข้ามาลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ย่อมจะมีการศึกษาเพิ่มเติมของเขาเอง ถึงความคุ้มค่า ความเสี่ยง ในหลากหลายมิติกว่าการศึกษาเพื่อเชิญชวนของทางการไทย
นอกจากนี้ นายพิธาทำราวกับเป็นปากเป็นเสียงให้สิงคโปร์ว่าสิงคโปร์อยากลงทุนอะไรที่ไม่ใช่แลนด์บริดจ์
อย่าลืมว่า สิงคโปร์มองว่า แลนด์บริดจ์ในไทยจะลดบทบาทและกระทบผลประโยชน์ของสิงคโปร์
ในความเป็นจริง แลนด์บริดจ์อาจเป็นภัยต่อผลประโยชน์ของสิงคโปร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดีต่อประเทศไทย ต่อเศรษฐกิจภาคใต้ ทำไมพรรคก้าวไกลจะต้องดิ้นออกอาการชัดเจนขนาดนี้ด้วย?
3. น่าแปลกใจ สมัยพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธรและพวก เคยออกมาอวยการลงทุนโครงการไฮเปอร์ลูปอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้งๆ ที่ ตัวต้นแบบโครงการก็ยังไม่มีผลสำเร็จใดๆ ด้วยซ้ำ
ปัจจุบัน บริษัทไฮเปอร์ลูป วัน (Hyperloop One) ที่สหรัฐอเมริกา ที่นายธนาธรเดินทางไปถ่ายคลิปมาโม้ ปั่นกระแสนั้น ปิดตัวไปแล้ว โดยไม่มีการก่อสร้างไฮเปอร์ลูปที่ใช้งานได้จริง
จนบัดนี้หายหัวไปเลย ไม่มาโม้ให้สาวกอีก คงจะอาย
วันนี้ สส.ก้าวไกลที่เคยตามแห่ไฮเปอร์ลูปที่ไม่เคยมีผลการศึกษาหรือความสำเร็จเป็นรูปธรรมอะไร กลับพยายามตั้งแง่เอากับผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ว่าไม่ละเอียด ไม่รอบคอบ ไม่ครบถ้วน ฯลฯ
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.เพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการฯ ได้อภิปรายให้ข้อมูลในสภา โดยเน้นย้ำว่าโครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการสร้างให้ประเทศไทยเป็นประตูขนส่งแลกเปลี่ยนสินค้าในระดับภูมิภาคและระหว่างทวีปต่างๆ ของโลก รวมถึงพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุนไม่ได้พิจารณาเพียงแค่มูลค่าสินค้าผ่านเส้นทาง แต่ต้องพิจารณาถึงการคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทยที่จะได้รับในอนาคตอีกด้วย
โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน คือ ท่าเรือฝั่งอ่าวไทย จังหวัดชุมพร เเละท่าเรือฝั่งอันดามัน จังหวัดระนอง
เป็นการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างกันด้วยระบบราง (รถไฟทางคู่) และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ซึ่งโครงการแลนด์บริดจ์เป็นเครื่องมือ หรือตัวนำที่เป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดการลงทุนเพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมหลังท่าและนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ และพัฒนาเศรษฐกิจในภาคใต้และประเทศไทย
ซึ่งเหตุผลของการเสนอโครงการแลนด์บริดจ์นั้น มีลักษณะจุดแข็งสำคัญของประเทศไทยที่คาดว่าจะเกิดประโยชน์ต่อชาติมาก ได้แก่ 1. ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค และเป็นประตูในการขนส่งและแลกเปลี่ยนสินค้าของประเทศในภูมิภาคและระหว่างทวีปต่างๆ ของโลก 2. ช่วยลดเวลาและระยะทางขนส่งจากเดิมที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบมะละกา ประหยัดต้นทุนขนส่ง 3. หลีกเลี่ยงปัญหาการติดขัดในการเดินเรือที่ผ่านช่องแคบมะละกาและเป็นโอกาสไทยแชร์ส่วนแบ่งการเดินเรือและค่าธรรมเนียมจากช่องแคบมะละกา 4. มีแนวโน้มจูงใจ ให้ผู้ประกอบการขนส่งและนักลงทุนใช้ประโยชน์จากเส้นทางแลนด์บริดจ์มากขึ้น เพราะลดเวลาและค่าใช้จ่ายขนส่ง และ 5. เชื่อมโยงขนส่งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งไทยตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรอินโดจีน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านขนส่งและการค้าของเอเชีย
“อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวก็มีเรื่องความกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความชัดเจนเรื่องการชดเชย เอกสารสิทธิในที่ดิน การจ้างแรงงาน การบริหารจัดการน้ำและไฟฟ้า ซึ่งหากรัฐบาลสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจนและพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการอย่างรอบคอบแล้ว ก็อาจจะทำให้โครงการแลนด์บริดจ์มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น” - ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าว
ก็จะเห็นได้ว่า รายงานของ กมธ.ดังกล่าว มิใช่ชี้ว่าโครงการแลนด์บริดจ์ดีเลิศสมบูรณ์แล้ว แต่ยังมีจุดที่จะต้องดำเนินการต่อไปหากต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริง
มิใช่ทำตัวเป็น “ไอ้เข้ขวางคลอง” ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
สารส้ม

'ประธานศาลฎีกา'ส่งสารอวยพรเนื่องด้วยวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชนคนไทย
ธรรมดาโลกไม่จำ! ผู้สมัครสส.ไทยสร้างไทย โพสต์อวยพรปีใหม่แบบสับ ชาวเน็ตแซวกลัวเสียงในหัว
เปิด 88 รายชื่อ ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ 10 เขต 11 พรรคการเมือง
ศูนย์ฯสู้รบยันส่งกลับ 18 เชลย ตามหลักมนุษยธรรม หลังกัมพูชากระพือชัยชนะครั้งใหญ่
เดอะโฮปสงขลา ประกาศล่าตัวคนวางยาเบื่อสุนัข ตั้งรางวัลนำจับ1หมื่นบาท

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี