วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 02.00 น.
การตัดสินใจบนความขัดแย้ง ต้องไม่เป็นภัยต่อชาติ

ดูทั้งหมด

  •  

ประวัติศาสตร์ของชาติไทยในช่วงอาณาจักรอยุธยาตลอดระยะเวลา ๔๑๗ ปี และมีพระมหากษัตริย์ปกครองแผ่นดิน ๓๓ พระองค์มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องของการศึกสงคราม การขยายอาณาเขต การค้าขายกับต่างชาติ และอื่นๆ  ซึ่งบางเหตุการณ์สามารถนำมาเป็นข้อคิดในการบริหารราชการแผ่นดินได้เป็นอย่างดี

สงครามช้างเผือก เป็นตัวอย่างหนึ่งของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ในการนำมาศึกษา เป็นบทเรียนที่เกี่ยวกับความขัดแย้งทางด้านความคิดและการตัดสินใจซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของชาติ เหตุการณ์ที่เรียกว่าสงครามช้างเผือกนี้เกิดขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๕ ของอาณาจักรอยุธยา โดยเกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๑๐๖


ในช่วงเวลาดังกล่าว กรุงศรีอยุธยาและกรุงหงสาวดีต่างก็มีความเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ โดยอาณาจักรอยุธยามีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องบุญญาบารมีของพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดิน คือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสวยราชสมบัติเมื่อปีพุทธศักราช ๒๐๙๑ ซึ่งพระองค์ได้ครอบครองช้างเผือกถึง ๗ เชือก เพราะมีความเชื่อกันว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่ครอบครองช้างเผือกไว้ได้มาก ย่อมหมายถึง เป็นผู้ที่มีบุญญาบารมีสูงส่ง เป็นพระเกียรติยศที่ปรากฏไปยังนานาอารยประเทศ

ในขณะที่กรุงหงสาวดี ก็ต้องยอมรับกันว่าพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองก็เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักร พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความกล้าหาญและเชี่ยวชาญในการรบเป็นอย่างยิ่ง สามารถรวบรวมเมืองต่างๆในอาณาจักร เช่น หงสาวดี เมืองแปร อังวะ และอื่นๆ ให้มาอยู่ภายใต้อาณาจักรได้ทั้งหมด จนได้ชื่อว่าผู้ชนะสิบทิศ

เมื่อพระเจ้าบุเรงนองทราบว่าอาณาจักรอยุธยาได้ครอบครองช้างเผือกเป็นจำนวนมาก จึงมีพระราชประสงค์ที่จะได้ช้างเผือกมาเสริมพระบารมีเช่นกัน แต่ในเบื้องลึกก็น่าจะเป็นเรื่องที่พระองค์ต้องการแผ่พระบรมราชานุภาพมายังกรุงศรีอยุธยา แต่ยังหาเหตุไม่ได้  เมื่อทราบว่ากรุงศรีอยุธยามีช้างเผือกถึง ๗ เชือก ด้วยความที่พระองค์เฉลียวฉลาดในพระราโชบาย จึงมีพระราชสาส์นให้ราชทูตนำมายังกรุงศรีอยุธยา เป็นทำนองว่าจะขอเจริญทางพระราชไมตรี โดยกล่าวว่าสมเด็จพระเชษฐาซึ่งหมายถึงสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงมีบุญญาธิการมาก มีช้างเผือกถึง ๗ เชือกแต่กรุงหงสาวดียังหามีไม่ จึงขอให้เห็นแก่ไมตรี ขอพระราชทานช้างเผือก ให้แก่ข้าพเจ้าผู้เป็นอนุชาสัก ๒ เชือก เพื่อให้พระราชไมตรีของทั้งสองพระนครจะได้เจริญพัฒนาการสืบไป

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเรียกประชุมเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่เพื่อพิจารณา ว่าสมควรพระราชทานช้างเผือกตามที่ขอมาหรือไม่ ซึ่งมตินั้นไม่เป็นเอกฉันท์ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ฝ่ายที่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า พระเจ้าหงสาวดีลิ้นดำหรือพระเจ้าบุเรงนองนี้ มีพระบารมีสูงยิ่ง จนเลื่องลือกันว่าเป็นผู้ชนะสิบทิศ ฉลาดหลักแหลม มีกลยุทธ์ในการศึกที่กล้าแข็ง กรุงศรีอยุธยาคงจะต้านพระบรมราชานุภาพไม่ได้ หากมอบช้างเผือกให้ไปจำนวน ๒ เชือก ก็ยังเหลืออีก ๕ เชือก ถึงแม้จะเสียพระเกียรติบ้างก็ต้องยอม เพราะหากดึงดันไม่ยอมตามที่ขอคงจะเกิดสงครามใหญ่ สมณะชีพราหมณ์ อาณาประชาราษฎร์ ข้าไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินจะล้มตายเป็นใบไม้ร่วง รวมไปถึงขอบขัณฑสีมารอบพระนครจะถึงแก่การแตกสลายพินาศสิ้น อีกทั้งพระศาสนาก็จะเศร้าหมอง

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ประกอบด้วยสมเด็จพระราเมศวร พระยาจักรี และพระสุนทรสงครามให้เหตุผลว่าการขอช้างเผือกมานั้นเป็นเพียงกลอุบายที่จะหาเหตุรุกรานกรุงศรีอยุธยา เพื่อจะให้อยู่ภายใต้อำนาจยอมอ่อนน้อมเป็นข้าขัณฑสีมาโดยไม่ต้องรบพุ่งให้เสียเลือดเนื้อ การที่จะมอบช้างเผือกให้กลับจะทำให้เห็นว่าไทยกลัวพม่าจนยอมอยู่ในอำนาจ ไฉนเลยจะนิ่งเฉย คงจะหาเหตุอื่นยกทัพมารุกรานไทยจนเป็นเมืองขึ้นในภายภาคหน้า โดยฝ่ายนี้เห็นว่ากรุงศรีอยุธยาจะสู้รบเอาชนะข้าศึกได้

เมื่อเป็นดังนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงมีพระราชสาส์นตอบไปอย่างถนอมน้ำใจยิ่งว่า ช้างเผือกย่อมเกิดสำหรับบุญบารมีของพระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นเจ้าของ หากพระเจ้าหงสาวดีได้ทรงบำเพ็ญธรรมให้ไพบูลย์ ก็คงจะได้ช้างเผือกมาสู่พระบารมีเป็นมั่นคง อย่าได้ทรงพระวิตกเลย ซึ่งก็คือการปฏิเสธนั่นเอง

จึงเป็นที่มาของสงครามช้างเผือก โดยพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองได้สั่งให้จัดทัพใหญ่ มีกำลังพลถึง ๕ แสนนาย แบ่งออกเป็น ๕ ทัพ เพื่อจะยกมาตีกรุงศรีอยุธยา โดยยกทัพเข้ามาทางด่านแม่ละเมา ซึ่งง่ายต่อการนำปืนใหญ่ขนาดใหญ่มาได้ กองทัพทั้งห้าประกอบด้วยกองทัพหน้า มีสมเด็จพระมหาอุปราชามังไชยยะสิงห์ พระราชโอรสเป็นแม่ทัพ  ปีกขวา ผู้ที่เป็นแม่ทัพคือพระเจ้ากรุงอังวะ ราชบุตรเขย ปีกซ้าย ผู้ที่เป็นแม่ทัพคือพระเจ้าแปร ราชอนุชา ทัพหนุน ผู้เป็นแม่ทัพคือพระเจ้าตองอู ราชอนุชา ส่วนพระองค์เองเป็นจอมทัพของกองทัพหลวง และยังให้กองทัพของพระเจ้าเชียงใหม่เป็นกองระวังหลังและจัดเตรียมเสบียงทั้งหมดด้วย แต่ละทัพมีม้าจำนวนนับ ๑,๐๐๐ ตัว และช้างอย่างน้อย ๕๐๐ ตัว

ทัพของพระเจ้าบุเรงนองได้ปราบหัวเมืองทางเหนือทั้งหมดจนกระทั่งถึงเมืองพิษณุโลกซึ่งพระมหาธรรมราชาทรงครองเมืองอยู่ และในที่สุดด้วยกำลังทหารที่มากมาย  ก็สามารถเกลี้ยกล่อมให้พระมหาธรรมราชาทรงยอมเข้าร่วมรบกับกองทัพของพระองค์ด้วย

ในที่สุดทัพของพระเจ้าบุเรงนองก็มาถึงกรุงศรีอยุธยา และตั้งทัพล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ทั้ง ๔ ด้าน และด้วยเห็นว่าเพื่อมิให้เป็นการเสียเลือดเนื้อ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิก็ได้ยอมออกไปเจรจากับพระเจ้าบุเรงนอง โดยยอมรับข้อเสนอต่างๆ ทั้งหมด ทั้งในเรื่องให้สมเด็จพระราเมศวรไปเลี้ยงเป็นพระราชโอรส รวมทั้งนำตัวพระยาจักรีและพระสุนทรสงครามไปด้วย ตลอดจนการมอบช้างพลายเผือกจำนวน ๔ เชือกให้กับพระเจ้าบุเรงนอง

ในส่วนของการบริหารบ้านเมืองโดยรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้  ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ซึ่งในการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งนั้น ก็ได้นำเสนอนโยบายต่างๆ ที่เป็นลักษณะของประชานิยมไว้ค่อนข้างจะมาก  ที่สำคัญคือการแจกเงิน Digital Wallet ซึ่งไม่ใช่เป็นตัวเงินจริงให้กับประชาชนที่อายุ ๑๖ ปีขึ้นไปโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ  ซึ่งเดิมคาดว่าจะใช้เงิน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในที่สุดก็ปรับลดลง เหลือประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท  ซึ่งเมื่อตอนหาเสียงนั้นได้กล่าวไว้ว่าจะแจกให้โดยเร็ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเกิดประเด็นความขัดแย้งทางด้านความคิดของนักวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทหน้าที่หลักในการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ว่าการแจกเงินดังกล่าวจะไม่ช่วยแก้ปัญหาที่รัฐอ้างว่าเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ  ตลอดจนวิธีการหาเงินดังกล่าวมาก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้มาอย่างไร ซึ่งน่าจะต้องเป็นเรื่องของการกู้ ซึ่งมีผู้แย้งว่าหากประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจจริง อาจจะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และยังจะทำให้ประเทศมีหนี้สินเพิ่มเติมจำนวนมาก

ขณะนี้หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยมีมากกว่า ๙๐% ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี และโดยความจริงประเทศไทยยังคงมีหนี้สินที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาทที่เกิดภาวะต้มยำกุ้ง ทำให้ต้องกู้เงินจากกองทุน IMF มากกว่า ๑ ล้านล้านบาท ซึ่งยังค้างชำระอยู่มากกว่า ๖ แสนล้านบาท โดยรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณเพื่อชำระในส่วนของดอกเบี้ยปีละประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งคาดว่ายังจะต้องใช้เวลาอีกนับ ๑๐ ปี จึงจะผ่อนหนี้ก้อนเดิมหมด การที่จะกู้เงินก้อนใหม่จำนวนมากจึงจะเป็นการเพิ่มหนี้สินและยังเป็นภาระค่าดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ ๒.๕% ซึ่งไม่น้อยกว่าปีละ ๑๔,๐๐๐ บาทล้านบาทไปเป็นระยะเวลาอีกยาวนาน  เงินจำนวนดังกล่าวนี้หากนำไปใช้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ว่าการสร้างสนามบินเพิ่มเติม ระบบขนส่งมวลชน เช่นรถไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯและเมืองใหญ่ๆ ก็จะทำโครงการได้อีกมากมาย

การขัดแย้งทางความคิดครั้งนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร และหากการตัดสินใจของรัฐบาลผิดพลาด ก็จะนำไปสู่ความเสียหายของประเทศชาติได้ การรับฟังความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย และอาจารย์ตลอดจนนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ทั้งหลาย จึงเป็นสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการทบทวนเรื่องดังกล่าว อย่านำประเด็นเรื่องหาเสียงมาเป็นข้อกำหนดว่าจะต้องจัดทำเรื่องนี้ให้ได้เพื่อรักษาฐานเสียงของตัวเองไว้ แต่ไม่อาจรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติไว้ได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:31 น. ธิษะณา แจงผลงานเพียบ แต่ถูกด้อยค่าแค่อ่านเลขผิด
20:25 น. ​เอมมี่ มรกต เสิร์ฟความแซ่บกลางทะเล สวมบิกินีจึ้งตาแตก
20:17 น. ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
20:12 น. อนุทิน ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวนครสวรรค์ ใส่โปโล ปกน้ำเงิน-แดง ส่งนัย จีบร่วมรัฐบาลหรือไม่
19:57 น. อดีตทูตนริศโรจน์ กางสถิติสั่งสอน! ไม่เลือกส้ม ท่วมท้น 36.99 ล้านเสียง
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ก.พ.69
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคล เข้าเฝ้าฯ
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ-รมว.คลัง เข้าเฝ้าฯ
ดัง พันกร โพสต์ถามกลางโซเชียล หลังเทรนด์ฮิต ห่มสไบใส่ยีนส์ ถูกเบรกห้ามเข้าสถานที่
เช็กได้ที่นี่ ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เรียลไทม์ ครบ 400 เขต
ดูทั้งหมด
เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ : จากบทเรียนวิกฤตการเงิน สู่โจทย์นโยบายการเงินยุคหลัง QE
ขี้แพ้ชวนตี
‘สีน้ำเงิน’ จะผสมกับสีไหนบ้าง?
ไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย จริงหรือ
ถอดบทเรียนจากสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี Mark Carney สู่พลังจากภาคประชาสังคมในการต่อต้านคอร์รัปชัน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ธิษะณา แจงผลงานเพียบ แต่ถูกด้อยค่าแค่อ่านเลขผิด

อนุทิน ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวนครสวรรค์ ใส่โปโล ปกน้ำเงิน-แดง ส่งนัย จีบร่วมรัฐบาลหรือไม่

รศ.หริรักษ์ กระตุกสติส้ม! ปั่นเฟคนิวส์โกงเลือกตั้ง ระวังน้ำผึ้งหยดเดียวกลายเป็นน้ำมัน

นายกฯ รับทราบเหตุทหารเหยียบกับระเบิด-เหตุคลั่งจับตัวประกันในรร.แล้ว ย้ำจนท.เร่งจัดการ

โรงเรียนต้องปลอดภัย รมว.นฤมล สั่งยกเครื่องระบบคัดกรองทั่วประเทศ หลังเหตุคนร้ายบุก รร.พะตงฯ

​เอมมี่ มรกต เสิร์ฟความแซ่บกลางทะเล สวมบิกินีจึ้งตาแตก

  • Breaking News
  • ธิษะณา แจงผลงานเพียบ แต่ถูกด้อยค่าแค่อ่านเลขผิด ธิษะณา แจงผลงานเพียบ แต่ถูกด้อยค่าแค่อ่านเลขผิด
  • ​เอมมี่ มรกต เสิร์ฟความแซ่บกลางทะเล สวมบิกินีจึ้งตาแตก ​เอมมี่ มรกต เสิร์ฟความแซ่บกลางทะเล สวมบิกินีจึ้งตาแตก
  • ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
  • อนุทิน ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวนครสวรรค์ ใส่โปโล ปกน้ำเงิน-แดง ส่งนัย จีบร่วมรัฐบาลหรือไม่ อนุทิน ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวนครสวรรค์ ใส่โปโล ปกน้ำเงิน-แดง ส่งนัย จีบร่วมรัฐบาลหรือไม่
  • อดีตทูตนริศโรจน์ กางสถิติสั่งสอน! ไม่เลือกส้ม ท่วมท้น 36.99 ล้านเสียง อดีตทูตนริศโรจน์ กางสถิติสั่งสอน! ไม่เลือกส้ม ท่วมท้น 36.99 ล้านเสียง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

9 ก.พ. 2569

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

2 ก.พ. 2569

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

26 ม.ค. 2569

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

19 ม.ค. 2569

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

12 ม.ค. 2569

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

5 ม.ค. 2569

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

29 ธ.ค. 2568

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

22 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved