วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
ก่อนจะเล่าถึงเรื่องราวของบทความนี้ผู้เขียนอยากจะชวนทุกท่านร่วมตอบคำถามในใจกันก่อนสัก 2 คำถามค่ะ 1) เมื่อพูดคำว่า คอร์รัปชัน ทุกท่านจะคิดถึงสถานการณ์อะไรกันบ้างคะ?
2) ท่านยังพบเห็นสถานการณ์นั้นอยู่ในปัจจุบันหรือป่าว?
ขอเดาว่าคำตอบแรกคงจะมีหลากหลาย ต่างไปตามประสบการณ์ของผู้อ่าน แต่มั่นใจได้เลยว่าคำตอบที่สองของทุกท่านจะเหมือนกันคือ “ยังพบเห็นเช่นเดิม” คงมีบ้างที่ทุเลาไปแต่ไม่ถึงกับเกิดการเปลี่ยนแปลง.. ด้วยคำตอบของคำถามสั้นๆ นี้ อาจสะท้อนให้เราเห็นได้เลยค่ะว่า คอร์รัปชันในประเทศไทยไม่เคยไปไหนเลย
เพื่อพาทุกท่านคิดเช่นพลเมืองไปพร้อมกันกับบทความนี้ ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงการคอร์รัปชันในภาครัฐ ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่และแน่นอนว่ามันเกี่ยวข้องกับประชาชนคนไทยทุกคน นั่นก็คือ “การจัดซื้อจัดจ้าง
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้ให้คำนิยามไว้ว่า “การจัดซื้อจัดจ้าง หมายถึงการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุโดยการซื้อ จ้าง เช่า แลกเปลี่ยน หรือโดยนิติกรรมอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “พัสดุ” หมายความว่า สินค้า งานบริการ งานก่อสร้างงานจ้างที่ปรึกษาและงานจ้างออกแบบ หรือควบคุมงานก่อสร้าง รวมทั้งการดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นการซื้อกระดาษหนึ่งรีมหรือปากกาเพียงหนึ่งด้าม ไปจนถึงงานก่อสร้างสะพาน อาคาร ถนน ของหน่วยงานรัฐ ก็ย่อมคือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งสิ้น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วประเทศไทยมีโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเกิดขึ้นในแต่ละปีงบประมาณรวมกว่า 5 ล้านโครงการ คิดเป็นมูลค่าที่ภาครัฐใช้จ่ายไปกับการดำเนินงานต่างๆ สูงถึง 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี แต่กลับเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่การจัดซื้อจัดจ้างนี้แหละ ดันเป็นจุดเสี่ยงอันดับ 1 ต่อการเกิดคอร์รัปชันในภาครัฐ
ในปี 2563 GAN Integrity องค์กรที่ปรึกษาด้านจริยธรรมให้กับธุรกิจระดับโลกในสหรัฐฯ ได้ทำการศึกษาและจัดทำรายงานความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันของ 136 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยอ้างอิงถึงงานศึกษาในช่วงปี 2559 - 2560 จาก Global Competitiveness Report โดย World Economic Forum และ Enterprise Survey โดย World Bank Group ว่า เอกชนระบุว่าการจ่ายสินบนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ได้งานกับภาครัฐนั้นเป็นเรื่องปกติ โดยมากกว่า 2 ใน 5 คาดหวังว่าการให้ของขวัญกับหน่วยงานจะทำให้การได้รับงานโครงการภาครัฐราบรื่นขึ้น สอดคล้องกับการที่หลายบริษัทกล่าวว่าการเบี่ยงเบนงบประมาณและการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นเป็นเรื่องปกติมาก ซึ่งการคอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมักเกิดขึ้นระหว่างการยื่นซองประกวดราคา การประกาศผู้ชนะ การคัดเลือกผู้รับจ้าง และการบริหารสัญญา ยิ่งไปกว่านั้นคือผลจากแบบสอบถาม Thailand Economic Crime and Fraud โดย Pricewaterhouse Coopers ที่ระบุว่า การฮั้วประมูลเกิดขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ให้ข้อมูลภายในและข้อมูลความลับเกี่ยวกับราคา ซึ่งนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมด้วย
แนวคิด โครงสร้าง ไปจนถึงพฤติการณ์ดังข้างต้น จึงไม่ต่างจากหลุมดำที่วนเวียนกัดกินความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศไทย..เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนจะขอหยิบยกตัวอย่างข่าวคอร์รัปชันในภาครัฐที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมาเทียบเคียงและชวนทุกท่านร่วมถอดรหัสคอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไปพร้อมกันค่ะ
กรณีศึกษาที่ 1 ข้าราชการซีสูง ทุจริตจัดซื้อวัสดุมานานกว่า 10 ปี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 51 ล้านบาท ซึ่งเป็นข่าวดังมากเมื่อเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในผู้ต้องหาคือนาง A เป็นเจ้าหน้าที่จัดทำรายการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ที่เสนอรายการจัดซื้อต่อ นาง B หัวหน้าผู้มีอำนาจในการอนุมัติที่มีความสัมพันธ์เป็นแม่ของตนเอง โดยรายการที่จัดซื้อนั้นมักใช้งบประมาณไม่เกิน 100,000 บาท เลือกซื้อวัสดุชิ้นเล็กประเภทสิ้นเปลือง และทำการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งสั่งซื้อจากบริษัทรายเดิมซ้ำๆ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัทที่มีนาย C (สามีของนาง A หรือลูกเขยของนาง B) เป็นเจ้าของ กับ อีกบริษัทที่มีชื่อนาง A เป็นเจ้าของบริษัทเสียเอง ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบข้อพิรุธในเลขหนังสือจัดซื้อ ซึ่งเป็นเลขเดียวกันทั้งหมด ประกอบกับการปลอมลายมือชื่อผู้อำนวยการและกรรมการตรวจรับในทุกรายการที่ปลอมเอกสารจัดซื้อจัดจ้างอีกด้วย
กรณีศึกษาที่ 2 อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังในหาดใหญ่พร้อมกับพวกร่วมกันเอื้อประโยชน์ผู้รับจ้าง โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาเมื่อปี 2565 กับคดีโครงการก่อสร้างหอประชุม ที่อำนวยให้เอกชนซึ่งมีกรรมการบริษัทเป็นพี่น้องนามสกุลเดียวกับท่านผู้อำนวยการมีสิทธิเข้าทำสัญญาในการจัดซื้อจัดจ้างกรณีพิเศษ และจ่ายเงินค่าจ้างนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในสัญญา และเมื่อปี 2566 กับคดีเอื้อประโยชน์ให้น้องสาวเป็นคู่สัญญาตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี และไม่นำเงินส่วนลดค่าหนังสือเข้าบัญชีเงินสวัสดิการโรงเรียน
จะเห็นได้ว่า ทั้งผลสำรวจจากงานศึกษาในตอนต้นและกรณีศึกษาจากคดีที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย หากเราลองสกัดแบบแผนและระบุตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันนี้ออกมา จะพบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้ง ได้แก่ เอกชน ระบบ(กระบวนการ) และเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการเกิดการคอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กล่าวคือ
1) เอกชนเป็นตัวแปรที่รับผลประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาโดยมีเป้าหมายและกลไกแอบแฝงที่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงิน เอกชนอาจติดสินบนและใช้กลยุทธ์อื่นใดเพื่อลดการแข่งขันและเพิ่มโอกาสในการได้งาน
2) ระบบ(กระบวนการ) ด้วยข้อระเบียบมากมายซึ่งเป็นสิ่งแข็งทื่อแตะต้องไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการก่อทุจริตได้ง่ายขึ้น เช่น การมีวิธีจัดซื้อจัดจ้างหลายรูปแบบ การกำหนดให้ผู้เสนอราคาต่ำสุดชนะ การมีโครงสร้างในกระบวนงานที่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ เป็นต้น ในทางหนึ่งอาจทำให้มีแบบแผนและสามารถช่วยสนับสนุน/ร่นระยะเวลาในการทำงานของหน่วยงาน แต่ในอีกทางหนึ่งอาจตกเป็นเป้าให้คนเลือกใช้ เลือกให้เหตุผลเพื่อตักตวงผลประโยชน์ และอาจเป็นผลกระทบที่ทำให้ภาษีถูกใช้ไปอย่างไม่คุ้มค่า ประชาชนได้รับสินค้าและบริการที่ไม่มีคุณภาพ
3) เจ้าหน้าที่รัฐ บุคคลซึ่งพึงมีคุณธรรมจริยธรรม และยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน แต่ในความจริงยังพบจุดบอดในการใช้ดุลยพินิจ ซึ่งในสภาพสังคมไทยที่ยังมีรากปัญหาตามที่ผู้เขียนได้แจกแจงในข้างต้น เป็นปัจจัยที่คอยกระตุ้นให้ความรับผิดรับชอบของเจ้าหน้าที่รัฐลดลง แนวปฏิบัติซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมหล่อหลอมให้เห็นว่าจุดบอดเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ และกลายเป็นวงจรซึ่งนำไปสู่เงามืดและผลประโยชน์ทับซ้อนในท้ายที่สุด
นอกเหนือจาก 3 ตัวแปรนี้แล้ว ผู้เขียนขอเพิ่มเติมในอีก 2 ส่วน ที่จะไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ คือ..
4) หน่วยงานติดตามตรวจสอบ ที่ยังถือว่าอ่อนแอเมื่อเทียบกับสถานการณ์คอร์รัปชันในสังคม แม้เราจะเห็นผลงานและภารกิจมากมายที่น่าชื่นชม แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามถึงกระบวนการที่หน่วยงานได้ลงมือทำ เพราะด้วยการทำงานที่แยกส่วน การตอบสนองที่เชื่องช้า และการเน้นปฏิบัติงานในเชิงรับ เช่น กว่าเบาะแส หนึ่งจะได้พิพากษา ผู้กระทำผิดนั้นอาจไปก่อคดีซ้ำเพิ่มอีกก็เป็นได้ ดังนั้นในบทบาทของผู้ติดตามตรวจสอบจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหันมาเน้นงานเชิงรุกที่จะสามารถขจัดจุดเสี่ยงคอร์รัปชันได้อย่างจริงจัง
และท้ายที่สุดตัวแปรส่วนที่ 5) ประชาชนทุกคน ในฐานะของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และผู้ที่สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ไม่ควรกระทำ ไม่ควรเพิกเฉย และไม่ควรเห็นว่าการคอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ เราทุกคนสามารถช่วยกันเป็นหูเป็นตา และส่งเสียงเมื่อพบเห็นการกระทำที่ไม่ชอบมาพากล โดยอาจเริ่มต้นจากการสังเกตสถานการณ์คอร์รัปชันรอบด้าน และจับตาพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง โดยหากพบเบาะแสใดที่ส่อทุจริต ก็สามารถส่งต่อเบาะแสมายังช่องทางของส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้
นี่เป็นรหัสเพียงส่วนหนึ่งของกลคอร์รัปชันที่ ไม่เคยไปไหนเลยจากสังคมไทย ยังมีกลโกงอีกหลายรูปแบบที่แฝงลึกไปด้วยปัจจัยอีกมากมายที่ผู้เขียนยังไม่ได้กล่าวถึงในครั้งนี้ แต่มันยังคงถูกผลิตซ้ำ หรือกำเนิดใหม่เรื่อยๆ เพื่อกัดกินความโปร่งใสของประเทศไทย ดังนั้นเมื่อเราได้คิดเช่นพลเมือง เห็นเช่นพลเมือง ก็ขอจงเป็นเช่นพลเมือง เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงและสังคมโปร่งใสไปพร้อมกันนะคะ
ก่อนลากันไป หากเรื่องที่เราได้คิดเช่นพลเมืองร่วมกันดันไปตรงกับประสบการณ์ของท่านหรือในท้องถิ่นท่าน อย่าลืมมาร่วมส่งเสียงกับเราผ่าน HAND Social Enterprise, เฟซบุ๊กเพจต้องแฉ,หรือ ไลน์ฟ้องโกงด้วยแชตบอต (@corruptionwatch) ได้เลย!
ศุทธิรัตน์ พัชรวุฒิพันธุ์
.jpg)

สวยรวยน้ำใจ! 'เอวา'คว้าแจ็กพอตทองคำ ลั่นกลางรายการขอ 'แบ่งให้ทุกคน'
ญี่ปุ่น เตรียมพร้อมปล่อยน้ำมันสำรองสู่ตลาด รับมือวิกฤตอิหร่าน
'ทรูโฟร์ยู ช่อง 24'เสิร์ฟความระทึก '65 ผจญนรกล้านปี' สัมผัสโลกยุคดึกดำบรรพ์แบบลุ้นทุกวินาที
'กองทัพบก' ต้อนรับ 'ผู้ช่วยทูตทหารญี่ปุ่น' หารือความมั่นคง ย้ำความสัมพันธ์แน่นแฟ้นไทย–ญี่ปุ่น
'แอนดี้ เวียร์ (ผู้แต่งหนังสือ) เลือก 'ไรอัน กอสลิง'ให้เริ่มต้นโปรเจค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี