Logo วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
อั้งยี่ ยังมีการสืบทอดอยู่หรือไม่

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

คนไทยที่เกิดในยุคที่เรียกว่า Baby boomer รวมทั้งผู้ที่เกิดก่อนยุคดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันจะมีอายุ เกินกว่า๖๐ ปีขึ้นไป น่าจะคุ้นเคยกับคำว่าอั้งยี่พอสมควร โดยส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจว่าหมายถึงกลุ่มคนจีน ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ในช่วงต้นๆ ของอาณาจักรรัตนโกสินทร์ และได้กระทำการบางอย่างซึ่งคุกคามความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ให้ความหมายของคำว่าอั้งยี่ หมายถึงการรวมตัวหรือการสมาคมใด ที่ทำการไม่ต้องตามกฎหมาย ซึ่งคำว่าอั้งยี่นี้ต่อมาได้ถูกนำมาใช้ อย่างแพร่หลาย ว่าเป็นการรวมตัวของกลุ่มหรือสมาคมใดโดยไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นการรวมตัวของชนชาติใด ไม่จำเป็นต้องเป็นของกลุ่มคนจีนเท่านั้น


ชาวไทยและชาวจีนมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน โดยประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์นี้ตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย โดยได้กล่าวถึงการเดินทางของพระมหากษัตริย์บางพระองค์ไปยังเมืองจีน และขณะเดียวกันก็มีชาวจีนเดินทางมายังกรุงสุโขทัยเพื่อทำการค้าขายเช่นกัน

ประวัติศาสตร์ในยุคต่อๆ มา ถึงแม้จะไม่มีเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากนัก แต่ก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของชาวจีนและชาวไทยไม่ได้ลดน้อยลงไป มีแต่จะมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และในบางครั้งก็จะพบว่าชาวจีนได้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังทหารไทย ในการสู้รบกับข้าศึกศัตรู ที่มารุกรานประเทศไทยด้วย

ในช่วงปลายของอาณาจักรอยุธยา ในปีพุทธศักราช ๒๓๑๐ ซึ่งเป็นปีที่ชาติไทยต้องเสียอิสรภาพเป็นครั้งที่ ๒ นั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ที่เชื่อกันว่า เป็นพระมหากษัตริย์ที่มีเชื้อสายจีน เนื่องจากบิดาเป็นชาวจีน ซึ่งขณะนั้นมียศเป็นพระยาวชิรปราการ ปกครองเมืองกำแพงเพชร ก็ได้เข้ามาช่วยต่อสู้กับกองทัพของพระเจ้ามังระจากพม่าที่ยกมาตีกรุงศรีอยุธยาด้วย และเมื่อเห็นว่ากรุงศรีอยุธยา น่าจะต้องพ่ายแพ้และล่มสลายเป็นแน่แท้ จึงได้ตัดสินใจที่จะนำกำลังส่วนหนึ่งซึ่งมีทั้งทหารไทยและชาวจีนที่ช่วยรบให้กับพระองค์จำนวนประมาณ ๕๐๐ นาย ยกทัพหนีออกจากค่ายโพธิ์สามต้น กรุงศรีอยุธยา โดยตั้งใจว่าจะได้มีโอกาสไปรวบรวมกำลังไพร่พลให้มีความเข้มแข็งและจำนวนมากเพียงพอที่จะกลับมากู้ชาติได้ ซึ่งในที่สุดพระองค์ก็กระทำการได้สำเร็จ ทำให้ชาติไทยได้รับอิสรภาพคืนมา หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาไปเพียงแค่ ๗ เดือนเศษ

จากการที่ชาติไทยของเราเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ จนได้ชื่อว่าเป็นสุวรรณภูมิหรือแผ่นดินทองนั้น ทำให้มีพ่อค้าวานิชจากต่างชาติทั้งในแถบเอเชียและยุโรปเข้ามาทำการค้าขายอย่างมากมายตั้งแต่สมัยอาณาจักรอยุธยา โดยจีน เป็นชาติหนึ่งที่มีการค้าขายกับชาติไทยอย่างมากมาย ทำให้ชาวจีนจำนวนไม่น้อย มีความตั้งใจที่จะมาอาศัยอยู่ในอาณาจ้กรของไทย และก็มีเหตุการณ์ประจวบเหมาะที่ทำให้ชาวจีนจำนวนมากอพยพจากประเทศจีนมาอยู่ในเมืองไทย ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

ในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งอยู่ในช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์นั้น ประเทศจีนเกิดความแห้งแล้งอย่างมาก แม้แต่สิงสาราสัตว์ และต้นไม้ก็แห้งตายเป็นจำนวนมาก มีการกดขี่ข่มเหง คดโกงและรีดไถเกิดขึ้นในระบบราชการในสมัยนั้น  มีการจัดเก็บภาษีที่เอาเปรียบเกษตรกรและชาวนา ตลอดจนมีประชากรเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทำให้ชาวจีนจำนวนมากมุ่งมาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ

ว่ากันว่าชาวจีนส่วนใหญ่จะทยอยกันมาลงเรือที่เมืองซัวเถา และยอมเสี่ยงตายจากพายุในทะเล และการเจ็บป่วยขณะที่รอนแรมอยู่บนเรือสินค้ารับจ้างขนผู้โดยสารที่เรียกกันว่าเรือสำเภา เพื่อเดินทางมาขึ้นบกตามเมืองชายฝั่งของดินแดนสุวรรณภูมินี้ โดยกลุ่มชนที่มามากที่สุดคือชาวแต้จิ๋ว

แน่นอนว่าในกลุ่มชาวจีนที่เดินทางมานั้น มีทั้งคนดีที่ตั้งใจมาตั้งต้นชีวิตใหม่ในชาติของเรา แต่ขณะเดียวกันก็มีพวกที่เป็นพวกนอกกฎหมาย แก๊งอาชญากรต่างๆ แฝงตัวปะปนออกมาด้วย  เพราะการเดินทางในสมัยก่อนไม่มีการตรวจสอบประวัติของผู้ที่เดินทางระหว่างประเทศเหมือนอย่างในปัจจุบันนี้

ชาวจีนที่เดินทางมาส่วนหนึ่งเป็นพวกนอกกฎหมาย ส่วนหนึ่งเป็นพวกที่หนีการไล่ล่าจากการก่อกบฏ ในสมัยของพระเจ้าคังฮี เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยในต้นรัชกาลที่ ๓ ก็มีการรวมตัวทำการค้าขายในสินค้านอกกฎหมาย เช่น ฝิ่น โดยหัวหน้าใหญ่จะเรียกตัวเองว่าตั้วเฮีย ชั้นรองลงมาเรียกว่ายี่กอและซากอตามลำดับ การลักลอบนำฝิ่นเข้ามาขาย ซึ่งทำให้มีผู้ติดฝิ่นจำนวนมากทั้งคนจีนและคนไทย  ทำเรื่องผิดกฎหมายและมีคดีความต่างๆ เกิดขึ้น จนอาจจะเป็นอันตรายต่อความมั่นคง ถึงขนาดต้องมีการปราบปราม เช่น เหตุการณ์ที่นครชัยศรีในปี พ.ศ. ๒๓๙๐ และในปีต่อมาพวกตั้วเฮียที่ฉะเชิงเทรากำเริบถึงกับเป็นกบฏ ยิงผู้ว่าราชการเมืองตาย เข้ายึดป้อม ต้องมีการยกทัพไปปราบ จนผู้ที่สร้างปัญหาเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  เหตุการณ์จึงสงบลงได้

ในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระองค์ได้เปลี่ยนแปลงการจัดเก็บภาษี จึงดูเหมือนว่าการตั้งสมาคมหรือกลุ่มอั้งยี่ลดน้อยลง แต่ในช่วงปลายรัชกาลก็เกิดปัญหาขึ้นอีกที่ภูเก็ต กลุ่มอั้งยี่ได้รวมตัวกันอย่างเข้มแข็งตั้งเป็นสมาคมนอกกฎหมายเชื่อมโยงกับการค้าขายแร่ดีบุก และหลีกเลี่ยงการชำระภาษี จนถึงขนาดที่มีการก่อกบฏ เมื่อวันตรุษจีน วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๑๙  มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนราษฎรและวัดวาอารามถูกเผาทำลายเสียหายหลายแห่ง  กลุ่มอั้งยี่เหล่านั้นตอนที่ยังอยู่ในประเทศจีนมีการตั้งเป็นสมาคม เช่น เทียนตี้หุยแปลว่าสมาคมฟ้าดิน ซานห่อหุยแปลว่าองค์กรฟ้าดินมนุษย์ ก็ตั้งกลุ่มเป็นพวกใหญ่ๆ คือพวกยี่หินและพวกกงสีปุนเถ้าก๋ง ในที่สุดก็ถูกปราบปรามไปหมด

กระบวนการอั้งยี่ยังมีต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลที่ ๕  มีการตราพระราชบัญญัติ ห้ามมีอั้งยี่ จึงดูเหมือนว่าการเกิดเหตุการณ์อั้งยี่จะสงบลง แต่ก็ยังมีชาวจีนบางกลุ่มดำเนินการสร้างอิทธิพลแบบอั้งยี่ เช่น กลุ่มที่ก่อตั้งโรงเหล้าเถื่อน ที่ดอนกระเบื้อง จังหวัดราชบุรี และมีการสะสมกำลังเพื่อจะต่อสู้กับภาครัฐ จึงถูกปราบปรามในปี พ.ศ.๒๔๓๕ นอกจากนี้ก็ยังมีอั้งยี่กลุ่มเล็กๆ ที่แย่งผลประโยชน์ซึ่งกัน และในที่สุดก็ตีกันเอง  ทำให้รัฐยังต้องปราบปรามโดยตลอดมา  จนกระทั่งถึงช่วงรัชกาลที่ ๖ กระบวนการอั้งยี่ก็หมดไป

ในประเทศไทยนั้นอาจกล่าวได้ว่า ถึงแม้กระบวนการอั้งยี่จะหมดไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนบางคนซึ่งมีขัอมูลว่าสืบเชื้อสายมาจากอั้งยี่ที่จังหวัดจันทบุรี  เป็นอั้งยี่ระดับหัวหน้าคณะที่มีชื่อว่าคณะงี่เฮง บ้านบางกะจะ อำเภอพลอยแหวน เมืองจันทบุรีในยุคที่ฝรั่งเศสยึดครองเมืองไว้เป็นหลักประกันเพื่อให้ประเทศไทยต้องจ่ายค่าตอบแทนกรณีร.ศ. ๑๑๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั่นเอง โดยบุคคลนั้นเป็นบุตรของชาวจีนคนหนึ่งที่อพยพจากเมืองจีนเข้ามาพึ่งใบบุญประเทศไทยประมาณปีพ.ศ.๒๔๐๓ โดยตั้งตนเป็นนายอากรบ่อนเบี้ย คือการเล่นกำตัด กำถั่ว และไพ่งา เป็นต้น

การประพฤติตนเป็นอั้งยี่ของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งสมัครพรรคพวก และผู้สืบเชื้อสายได้ทำให้เกิดปัญหากับท้องถิ่น ทั้งในเรื่องของการหลบเลี่ยงภาษีอากร และเรื่องผิดกฎหมายอื่นๆ จนถูกจับเพื่อพิจารณาดำเนินคดี แต่เมื่อพ้นโทษออกมา แทนที่จะสำนึกผิด และทราบว่าผู้พิพากษาที่ตัดสินให้ตนเองติดคุก มาประจำ ตำแหน่งที่จันทบุรี จึงได้ส่งคนรอบไปทำร้ายเพื่อเป็นการแก้แค้น ทำให้ต้องถูกจับ และพิพากษาตัดสินจำคุกอีกครั้งหนึ่ง โดยถูกส่งตัวเข้ามาคุมขังในกรุงเทพฯ

ภายหลังจากพ้นโทษ จึงมีการย้ายครอบครัวไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในอำเภอสันกำแพง  ประกอบธุรกิจต่างๆ  มีลูกหลานสืบตระกูล ซึ่งต่อมาลูกหลานก็เริ่มเข้ามาสู่เส้นทางการเมือง เริ่มต้นจากระดับท้องถิ่นจนมาถึงประเทศ  มีตำแหน่งใหญ่โต เป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของประเทศ แต่ก็ต้องคดีคอร์รัปชันโกงกินบ้านเมือง จนถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นระยะเวลา ๘ ปี แต่ก็ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่เคยมี รวมทั้งอิทธิพลต่างๆ ดำเนินการจนกระทั่ง ถึงแม้ว่าจะยังมีสภาพเป็นนักโทษ ซึ่งจะต้องถูกกักตัวจนกว่าจะพ้นโทษ แต่ก็ร่อนเร่ไปมาโดยตลอด และดูเหมือนว่ามีความตั้งใจพี่จะหาโอกาสกลับมาบริหารบ้านเมือง ไม่โดยตัวเองก็โดยลูกหลานที่สืบตระกูล ซึ่งไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องยืนยันได้เลยว่า  พฤติกรรมที่ไม่เคยหวังดีต่อชาติบ้านเมืองโดยแท้จริงนั้นจะไม่ถูกสืบทอดต่อไป

คำพูดที่ว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว เป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอ แต่ถ้าเชื้อดั้งเดิม เป็นเชื้อร้าย แถวที่เดินตามมาก็ย่อมจะเป็นเชื้อร้าย อันเป็นพิษต่อประเทศชาติเช่นกัน

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
16:25 น. หมอวีสารภาพเอง! วิ่งอย่างเดียวไม่พอ เผยเคล็ดลับ ยาอายุวัฒนะ ที่หลายคนมองข้าม
16:24 น. ไม่ลาออก!‘สล็อต’ยันมีแผนกอบกู้หงส์ฤดูกาลหน้า
16:23 น. ปักหมุด National Knowledge Center รับยุค AI ยกระดับ Wellness Economy ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
16:23 น. อย่าเพิ่งแชร์ ข่าวต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชา 2 แสนคน ยันยังไม่มีมติ เป็นเพียงข้อเสนอ
16:17 น. ‘เอมิเรตส์’ประกาศผลกำไร 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผงาดสายการบินทำกำไรสูงที่สุดในโลก
ดูทั้งหมด
1 เจ้าฟ้า 1 สามัญชน ผู้ต้องดั้นด้นสู่ ‘รัสเซีย’
อ่านแล้วจุก! แอ๊ด คาราบาว ฝากข้อความถึง แม่หมู-นาย ณภัทร
พาย เคลื่อนไหวแล้ว! หลัง ทราย สก๊อต เปิดเรื่องอดีตทำชาวเน็ตสงสัยหนัก
ส่องบ้านสวน เท่ง เถิดเทิง ใช้ชีวิตเรียบง่ายกลางธรรมชาติ
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคม พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
วีรบุรุษหมาหัวหน้าคอก
ต้องเด็ดหัว‘ข้าราชการ’ปล่อย‘ยิว’ยึดเกาะพะงัน
โครงการ Land Bridge แห่งความเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน
โป๊กเกอร์บันลือโลก
ฟุตบอลโลก 2026 ที่ไม่ค่อยสะดวก สำหรับประเทศเอเชีย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไม่ลาออก!‘สล็อต’ยันมีแผนกอบกู้หงส์ฤดูกาลหน้า

หมอวีสารภาพเอง! วิ่งอย่างเดียวไม่พอ เผยเคล็ดลับ ยาอายุวัฒนะ ที่หลายคนมองข้าม

อย่าเพิ่งแชร์ ข่าวต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชา 2 แสนคน ยันยังไม่มีมติ เป็นเพียงข้อเสนอ

พลังชาวเน็ตช่วยด้วย! วอนขอซื้อคืนโน้ตบุ๊กเก่า คุณแม่เผลอขายให้รถขายของเก่า

ครบรอบ 48 ปี ปตท. ชวนร่วมส่งประกวดผลงานศิลปะดิจิทัล ‘PTT Digital Arts 2026’ ภายใต้หัวข้อ ‘ส่งพลัง สร้างอนาคต’ ชิง 16 รางวัล เงินรางวัลรวมกว่า 270,000 บาท พร้อมโอกาสในการต่อยอดผลงาน สู่การออกแบบสินค้าชุมชน

อีลอน มัสก์ ขวัญใจโซเชียลจีน จูงลูกชายสุดที่รัก X Æ A-12 เดินเที่ยวกรุงปักกิ่ง

  • Breaking News
  • หมอวีสารภาพเอง! วิ่งอย่างเดียวไม่พอ เผยเคล็ดลับ ยาอายุวัฒนะ ที่หลายคนมองข้าม หมอวีสารภาพเอง! วิ่งอย่างเดียวไม่พอ เผยเคล็ดลับ ยาอายุวัฒนะ ที่หลายคนมองข้าม
  • ไม่ลาออก!‘สล็อต’ยันมีแผนกอบกู้หงส์ฤดูกาลหน้า ไม่ลาออก!‘สล็อต’ยันมีแผนกอบกู้หงส์ฤดูกาลหน้า
  • ปักหมุด National Knowledge Center รับยุค AI ยกระดับ Wellness Economy ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ปักหมุด National Knowledge Center รับยุค AI ยกระดับ Wellness Economy ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
  • อย่าเพิ่งแชร์ ข่าวต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชา 2 แสนคน ยันยังไม่มีมติ เป็นเพียงข้อเสนอ อย่าเพิ่งแชร์ ข่าวต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชา 2 แสนคน ยันยังไม่มีมติ เป็นเพียงข้อเสนอ
  • ‘เอมิเรตส์’ประกาศผลกำไร 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผงาดสายการบินทำกำไรสูงที่สุดในโลก ‘เอมิเรตส์’ประกาศผลกำไร 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผงาดสายการบินทำกำไรสูงที่สุดในโลก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

11 พ.ค. 2569

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

4 พ.ค. 2569

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

27 เม.ย. 2569

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

20 เม.ย. 2569

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

13 เม.ย. 2569

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

6 เม.ย. 2569

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

30 มี.ค. 2569

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

23 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved