วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
จากหลัก ๖ ประการของคณะราษฎรมาถึงบ้าน ‘อองโตนี’
“หลัก ๖ ประการ” ของคณะราษฎรนั้นเกิดก่อนบ้านที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ซื้อบ้าน “อองโตนี” ที่อยู่นอกเมืองกรุงปารีส และเป็นบ้านที่ท่านปรีดี พนมยงค์ ได้อยู่อาศัยจนถึงแก่กรรมที่โต๊ะทำงานใช้ค้นคว้าหาข้อมูลเขียนหนังสือ ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า “....ไม่ต้องการอนุสาวรีย์ใดๆ ที่เป็นวัตถุ แต่ปรารถนาให้หนังสือดังกล่าวเป็นอนุสาวรีย์ที่มีค่า....”
คุณธนาธร บอกว่า จะใช้บ้านหลังนี้เป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ ๒๔๗๕
เหตุการณ์ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ มีหลายเหตุการณ์ ล้วนสำคัญทั้งสิ้น มีทั้งที่เป็นวัตถุที่ฝ่ายปรปักษ์ได้ทำให้หายไปแล้ว เช่น “หมุด” ที่เป็นจุดที่หัวหน้าคณะราษฎรยืนอ่านแถลงการณ์ประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครอง และ “หลัก ๖ ประการ” ซึ่งฝังอยู่ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้าเบื้องซ้ายของพระรูป หน้าประตูสนามเสือป่า
“หมุด” ที่เป็นวัตถุนั้นหายไปแล้ว
.jpg)
แต่ “หลัก ๖ ประการ” ไม่อาจทำให้หายไปได้ เพราะเป็นหนังสือที่สำคัญเป็น “ปฏิญญา”ตามที่ท่านปรีดี พนมยงค์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “แนวความคิดประชาธิปไตย ของ ปรีดีพนมยงค์” ของ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ โครงการ ๖๐ ปีประชาธิปไตย หน้า ๑๓๘-๑๔๐ มีความตอนหนึ่ง ดังนี้
……“ปฏิญญา” (Declaration) ชนิดที่เป็นหลักสำคัญของสิทธิประชาธิปไตยซึ่งระบอบประชาธิปไตยต้องให้แก่ราษฎรนั้น และชนิดที่เป็นหลักการสำคัญประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น คำปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิแห่งมนุษยชนดังกล่าวแล้ว และเทียบได้กับ “ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและพลเมือง” (Declaration des droits de I’homme et du citoyen) ของฝรั่งเศส ซึ่งผู้แทนราษฎรที่เป็นคนสามัญ และขุนนางประชาธิปไตยได้ร่วมกันแถลงเมื่อ ค.ศ. 1789 นั้น เป็นแม่บทของประชาธิปไตยในฝรั่งเศส ซึ่งศาลยุติธรรมและศาลปกครองจะต้องตัดสินคดีมิให้ขัดต่อปฏิญญาอันเป็นแม่บทประชาธิปไตยนั้น…..
คำประกาศหลัก ๖ ประการของคณะราษฎรเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ก็เป็นปฏิญญาแห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญของสยาม เพราะเหตุว่าเมื่อได้ประกาศธรรมนูญการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ แล้ว รุ่งขึ้นวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๔๗๕ ได้มีประชุมสภาผู้แทนราษฎร ๗๐ คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่มิใช่สมาชิกคณะราษฎร ๓๗ คน และที่เป็นสมาชิกคณะราษฎร ๓๓ คน ในบรรดาผู้ที่มิใช่สมาชิกคณะราษฎรนั้นมีหลายท่านดำรงฐานันดรศักดิ์สูงตามระบบศักดินา
ผู้แทนราษฎรทั้ง 70 คนได้พร้อมใจกันปฏิญาณในที่ประชุมสภาดังต่อไปนี้
“ข้าพเจ้า.. (ออกนามผู้ปฏิญาณ)...ขอให้คำปฏิญาณว่าจะซื่อสัตย์ต่อคณะราษฎรและจะช่วยกันรักษาหลัก ๖ ประการของคณะราษฎรไว้ให้มั่นคง
๑. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒. จะรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓. จะต้องบำรุงความสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจโดยรัฐบาลใหม่จะพยายาม
หางานให้ราษฎรทำโดยเต็มความสามารถ จะร่างโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔. จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน
๕. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการ ดังกล่าวแล้วข้างต้น
๖. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
ถ้าไม่มี “มิจฉาทิฐิ” ความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรมแล้ว ทำใจให้เป็น “โยนิโสมนสิการ” จะเห็นได้ว่าหลัก ๖ ประการยังนำมาใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ ครับ
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี