วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
เรื่องเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกนำเสนอพูดกันในสภาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2476 ดังที่นำเสนอไปแล้ว ปรากฏว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อมา ในวันที่ 13 กรกฎาคม พระยาพหลฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงว่า
“เรื่องเงินเดือนคณะรัฐมนตรีชุดก่อนได้ประชุมปรึกษาลงมติ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นตำแหน่งการเมืองซึ่งย่อมเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย จึงควรมีอัตราเงินเดือนชั้นเดียวคือ 1,500 บาทเท่ากันหมด ส่วนรัฐมนตรีที่มิได้ว่าการกระทรวงนั้น ควรมีเงินเดือนเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งเป็นเกียรติยศเดือนละ 200 บาท พระยามโนฯ นายกรัฐมนตรีชุดก่อนจึงได้นำความกราบบังคมทูลแล้ว ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบด้วย จึงได้จัดการไป แต่เรื่องนี้หาได้นำขึ้นเสนอสภาฯไม่ เพราะเวลานั้นเป็นเวลาที่สภาถูกปิด เพราะฉะนั้นจึงนำเสนอในวันนี้ เพื่อจะได้ขอให้ที่ประชุมรับรองในกิจการนี้ด้วย”
นอกจากนี้พระยาพหลฯ ยังนำเสนอต่ออีกว่า
“ขอชี้แจงบันทึก ซึ่งนายกรัฐมนตรีเก่าได้กราบบังคมทูลพระกรุณาไว้ คือสมัยรัฐบาลก่อนวันที่ 24 มิถุนายน คือในครั้งยังเป็นAbsolute Monarchy
เงินเดือนเสนาบดีมีอัตรา 2,000 บาทถึง 3,000 บาท และการเลื่อนเพิ่มเงินเดือนนั้นเป็นโดยพระบรมราชโองการ ที่นี้มาในสมัยวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้เปลี่ยนอัตราเงินเดือนเสนาบดี คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็น1,200 บาท ถึง 1,500 บาท เมื่อได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ก็โปรดเกล้าฯ ว่าอาจจะมีผลดีจะลองดูก็ได้ไม่ขัดข้อง แต่ก็ทรงแสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วย ทีนี้มาในสมัยรัฐบาลวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2476 คณะรัฐมนตรีเห็นว่าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นตำแหน่งการเมือง ซึ่งย่อมเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยจึงควรมีอัตราเงินเดือนชั้นเดียวคือ 1,500 บาทเท่ากันหมด ส่วนน้ำที่มิได้ว่าการกระทรวงนั้นมีเงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งเป็นเกียรติยศเดือนละ 200 บาท…”
ปรากฏว่าพระยาประมวญวิชาพูล สงสัยว่า “ตามพระราชบัญญัติ ที่แก้ไขใหม่ได้เทียบรัฐมนตรีกับเสนาบดี เมื่อเช่นนี้ก็น่าจะกินความรวมถึงรัฐมนตรีทุกคน ไม่เจาะจงว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่จะต้องได้เดือนละ 1,500 บาท จึงสงสัยว่าถ้าจะตีความเช่นว่าแล้วจะผิดความประสงค์ไปกระมัง” มีผู้เห็นด้วยไปในทางเดียวกันกับพระยาประมวญ และได้ลุกขึ้นอภิปราย
หลวงวิจิตรวาทการ ยกประเด็นเพิ่มเติมที่น่าสนใจว่า “บางทีเราจะลืมนึกถึง คือนายกรัฐมนตรีอาจไม่ว่าการกระทรวงใดก็ได้ แต่ที่จะให้ 200 บาท สำหรับนายกรัฐมนตรีนั้น ดูเป็นการอยุติธรรม เพราะฉะนั้นจึงขอเสนอญัตติว่าสำหรับนายกรัฐมนตรีถึงแม้ว่าจะไม่ว่าการกระทรวง ก็ควรได้เงินเดือนเท่ากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมือนกัน”
นายมังกร สามเสน เห็นว่า “เรื่องนี้ต้องร่างเป็น พระราชบัญญัติ…”
นายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วยตามที่นายมังกรว่า เพียงแต่ท่านขอว่า “แต่เวลานี้อยากจะพูดถึงว่า เขาได้เริ่มใช้อัตราเงินเดือนในเรื่องนี้มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่แล้ว อยากจะให้ตกลงไปเสียทีหนึ่งก่อน ส่วนที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติต่างๆ เหล่านี้ จะทำต่อเมื่อภายหลัง…”
หลังจากนั้นได้มีการอภิปรายในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดพร้อมกันไปด้วยหรือไม่ ก็ควรจะได้รับเงินเดือนไม่น้อยกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง แต่พระยาพหลฯท่านไม่ยอม ท่านว่า “ที่จริงความประสงค์ที่ทำงานตำแหน่งนี้ต่อไปไม่ประสงค์ที่จะมาเพิ่มเงินเดือน นี่พูดโดยแท้จริง เงินเดือนที่ได้มาไม่ใช่เป็นเงินของใครเป็นของที่ได้มาจากราษฎรส่วนมาก” จนประธานสภาต้องขอพักการประชุมให้หารือตกลงกันก่อน
ท้ายที่สุด ประธานรัฐสภาได้สรุปความว่า “เสนอให้ที่ประชุมรับรู้ ถึงการกระทำของรัฐบาลเก่า ในเรื่องเงินเดือนที่กล่าวนี้ ซึ่งจะได้ถือจ่ายต่อไปเท่านั้น” คือรับรู้ถึงการจ่ายย้อนไปตั้งแต่ต้นปี
นรนิติ เศรษฐบุตร

อนุทิน กำชับ ห้ามขึ้นราคาตั๋วเด็ดขาด ย้ำความปลอดภัย คนขับต้องมี 2 คนสลับกัน
เดิมพันสุดท้าย ทูตอิหร่านประจำปากีสถาน โพสต์ท้าสหรัฐฯโชว์สปิริตยุติสงคราม
ครม.อนุมัติแผนงบประมาณปี 2570 กำหนดไทม์ไลน์ชัดเจน
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569
ข่าวกรองมะกันเปิดโปง! จีน เตรียมส่งขีปนาวุธ MANPADS ให้อิหร่านผ่านประเทศที่สาม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี