วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ผลประโยชน์ทับซ้อน‘ขุมทรัพย์ 20 ล้านล้าน’ที่เกาะกูด

ดูทั้งหมด

  •  

พิธีกรรมการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันแรกเมื่อวันที่ 12 กันยายนวานนี้ ยังงั้นๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่

แล้วก็เป็นไปตามคาด “มาดามแพ-แพทองธารชินวัตร”นายกรัฐมนตรี“บ่มแก๊ส”ที่มีวันนี้“เพราะพ่อให้” ท่องจำเจื้อยแจ้วเป็นนกแก้วนกขุนทองอ่านนโยบายของรัฐบาล สลับกับการกระแอมกระไอ เหมือนคนเป็นหวัดเพราะการอดนอนจากการทำการบ้าน แล้วก็ยกน้ำขึ้นดื่มเว้นวรรคเป็นบางช่วง ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าน้ำในแก้วเป็นน้ำสะอาด หรือว่า“ช็อกมินต์”ของโปรด และบางขณะนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ที่นั่งประกบเป็นพี่เลี้ยงอยู่ข้างๆต้องคอยยื่นกระดาษทิชชู่ให้“มาดามแพ”ซับปาก


ก่อนลงไปสู่รายละเอียดของนโยบาย นางสาวแพทองธารชินวัตร ยังไม่วายจะอวดโอ่ต่อที่ประชุมรัฐสภาว่าเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศไทย ได้ปูพื้นเกี่ยวกับปมปัญหา 9ประการของประเทศ โดยอ้างสูตรเดิมอันเป็นคาถาของนักการเมืองพรรคเพื่อไทยและ“ตระกูลชินวัตร”ที่คล้ายกับมีความอาฆาตแค้นฝังหุ่นมาตั้งแต่อดีตว่า “ประเทศไทยเราเผชิญกับความไร้เสถียรภาพทางการเมืองมาอย่างยาวนาน อันเป็นผลจากการรัฐประหาร ความขัดแย้งแบ่งขั้วที่รุนแรง รวมถึงการถอดถอนรัฐบาลออกจากอำนาจ ในแบบที่คาดเดาไม่ได้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทย ได้รับผลกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”

อีกประการหนึ่ง, ที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ“มาดามแพ”ยกมาอ้างคือระบบราชการ โดยเธอแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า“ระบบรัฐราชการแบบรวมศูนย์และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ไม่เต็มที่ การทำงานระหว่างหน่วยงานที่มีอำนาจและบทบาทซ้ำซ้อน โครงสร้างของหน่วยราชการที่แตกกระจายและไม่ประสานร่วมมือกัน มีการขยายตัวไปสู่สำนักงานส่วนภูมิภาคมากเกินความจำเป็น ระบบขนาดใหญ่โต เทอะทะและเชื่องช้า รูปแบบการประเมินและตัวชี้วัดการทางานไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนเท่าที่ควร ขนาดและศักยภาพ ไม่ทันกับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แถมยังเป็นภาระของประชาชนในการใช้บริการอีกด้วย”

ประเด็นเกี่ยวกับ“ระบบรัฐราชการ”นี้ สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเมื่อในอดีตที่มีอดีตนักโทษชายทักษิณชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยยกเป็นข้ออ้างและนำไปสู่การปฏิรูประบบราชการในปี 2545จากโครงสร้างเดิมที่มีทั้งหมด 14 กระทรวง ก็เพิ่มเป็น 20 กระทรวง เท่ากับเป็นการเกลี่ยอำนาจให้แก่“กลุ่ม-ก๊วน”ที่เป็นมุ้งเล็กมุ้งน้อยในพรรคไทยรักไทย สามารถจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีได้เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสามารถกระชับอำนาจในกระทรวงต่างๆ จากการแต่งตั้งข้าราชการที่ยอมทอดตัวรับใช้ไปลงในตำแหน่งที่สำคัญในแต่ละกระทรวง

ไม่ต้องกล่าวให้มากความก็สามารถพูดได้ว่า รัฐบาล“อุ๊งอิ๊ง1”ชุดนี้คือการกลับมาของ“ระบอบทักษิณ”เมื่อในอดีตที่ใช้นโยบายประชานิยมเป็น“เรือธง”ในการบริหารประเทศ

หากย้อนกลับไปดูในปี 2544 ที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล และมีอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยในเวลานั้นเชื่อว่าคนอย่างทักษิณ“รวยแล้วไม่โกง” ได้นำนโยบายที่หาเสียงไว้ภายใต้ข้ออ้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นจากวิกฤตที่มีผลต่อเนื่องมาจาก“วิกฤตต้มยำกุ้ง”ในปี2540 มาปรับใช้ โดยเน้นย้ำว่า เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในระดับฐานรากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพ้นจากความยากจน

จะเห็นว่า“มาดามแพ”ยกวาทกรรมที่พรรคเพื่อไทยเคยโฆษณาหาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งว่า“ดิฉันจะทำให้คนไทย มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”มากล่าวในตอนสุดท้ายของการแถลงนโยบบายต่อรัฐสภา เพื่อเสริมกับคำแถลงในช่วงแรกที่ชี้ให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนว่า “มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินครัวเรือน ซึ่งขณะนี้มีมูลค่ากว่า 16 ล้านล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ขณะที่สัดส่วนหนี้เสีย (NPLs) ก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับปัญหาหนี้นอกระบบ”

สุดท้าย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่แถลงเหมือนกับ“ลิปซิ้ง”ของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณชินวัตร ก็มาลงด้วยวาทกรรมที่เป็นเหตุเป็นผลสนับสนุนว่า “รัฐบาลตระหนักดีว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องปัญหาหนี้สิน รายได้ ค่าครองชีพ รวมทั้งความมั่นคงและปลอดภัยในสังคมคือ ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ด้วยการแก้หนี้ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาที่กระทบความมั่นคงของสังคม เพื่อนำความหวังของคนไทยกลับมาให้เร็วที่สุด โดยมีนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการทันที”

นโยบายเร่งด่วนทันทีก็อาทิเช่น ”จะผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้านและรถ ช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ภายใต้ปรัชญาที่จะไม่ขัดต่อวินัยทางการเงิน และไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม (Moral Hazard)ของผู้มีภาระหนี้สิน ควบคู่กับการเพิ่มความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการออมในรูปแบบใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย โดยจะดำเนินนโยบายผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ, ธนาคารพาณิชย์และบริษัทบริหารสินทรัพย์”

สรุปให้เห็นภาพ ก็คือ “ระบอบทักษิณ”สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มี“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ดำเนินนโยบายด้วย“ประชานิยมแบบทักษิณ”หรือ“ทักษิโณมิกส์” ที่ล้างผลาญงบประมาณแผ่นดิน โดยที่การใช้จ่ายของรัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมาก ทั้งเงินงบประมาณแผ่นดินและเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตรแถลงนโยบายในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะมุ่งเน้นไปที่ประชาชนในระดับรากฐานแล้ว “SMEs”หรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ก็อยู่ในบริบทนี้ด้วย

ดังที่นางสาวแพรทองธาร ชินวัตรกล่าวถึง“SMEs”ว่า “รัฐบาลจะดูแลและส่งเสริมพร้อมกับปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะSMEs จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของคู่แข่งทางการค้าต่างชาติที่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการแก้ไขปัญหาหนี้ของ SMEs เช่น การพักหนี้ การจัดทำ Matching Fund ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชน เพื่อประคับประคองให้กลับมาเป็นกลไกที่แข็งแรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากอดีตในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มีอดีตนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่บริหารประเทศด้วย“ประชานิยมแบบทักษิณ”นั้น ได้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันโกงกินกันอย่างมโหฬาร ตลอดจนมีเบื้องหลังเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนจากโครงการของรัฐ ซึ่งการที่“ทักษิณ”ต้องกลายเป็นนักโทษในคดีทุจริตประพฤติมิชอบขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเพิ่งจะพ้นโทษ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น

วันนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่อาจจะกล่าวได้ว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่รู้ประสีประสาอะไรสักเรื่องเดียว จะเป็นได้ก็แค่“ร่างทรง”ของบิดา นั่นก็คือ จากคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่นางสาวแพทองธารระบุถึง“การพัฒนาระบบสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ของประเทศ” ซึ่งเธอกล่าวชัดถ้อยชัดคำว่า จะต้องสำรวจหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม คือ “การเจรจาประเด็นพื้นที่ทับซ้อนกับกัมพูชา (OCA) เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน”

ขุมทรัพย์ใต้ทะเลที่มีมูลค่ามากกว่า“20 ล้านล้านบาท” อันเป็นปัญหา“พื้นที่ทับซ้อน”บริเวณเกาะกูดจังหวัดตราด ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังระหว่าง“ไทย-กัมพูชา”มายาวนานตั้งแต่ครั้งอดีตนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะตกลงกันได้ด้วยดีระหว่าง“ตระกูลชินวัตร”กับ“ตระกูลฮุน”

แบบไทย“ครึ่งหนึ่ง-เขมรครึ่งหนึ่ง”วิน วิน กันทั้งสองตระกูล ?!

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
18:19 น. คาดเกิดจากไฟเย็น! เร่งสอบไฟไหม้บาร์ที่สวิตเซอร์แลนด์คร่าชีวิต 40 ราย
18:01 น. กกต.เตือน!!! รีบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า-นอกเขต ก่อนปิดรับ 5 ม.ค.นี้
17:52 น. ทรัมป์เผยจับ มาดูโร พร้อมภรรยา ออกจากเวเนซุเอลาแล้ว
17:43 น. 'เจ้ากรมโอ๋'เดือด! ฉะโพสต์ชัดแต่ไม่อ่าน จ้องจะใส่อย่างเดียว
17:40 น. จับได้ทันควัน! โจรวิ่งราวร้านทองอรัญฯ พลเมืองดีผนึกกำลังรวบตัวส่งตำรวจ
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 2 มกราคม 2569
สื่อเขมร อ้าง ‘ไทยโกหก’ โจมตีทางอากาศเพราะประเทศมีอาชญากรรมทางไซเบอร์
ฮุนเซน เล่นใหญ่ โพสต์เฉลิมฉลองวันหยุด วันสันติภาพกัมพูชา
ลาจอช่อง 7! รายการ ถกไม่เถียง เตรียมย้ายไปสู่บ้านหลังใหม่
บุญฤทธิ์ พร้อมพวก คอตกเข้าคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว ชี้โทษสูง หวั่นหลบหนี
ดูทั้งหมด
ทันโลกทันเหตุการณ์ กับแพทยสภา : 8 ลักษณะของคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ (Emotional Maturity)
รู้ทันนักการเมืองโกง
จากปีเก่าสู่ปีใหม่ : เรื่องเดิมๆ แต่คิดใหม่ทำใหมได้
ปีม้าขาเดี้ยง?
บุคคลแนวหน้า : 3 มกราคม 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คาดเกิดจากไฟเย็น! เร่งสอบไฟไหม้บาร์ที่สวิตเซอร์แลนด์คร่าชีวิต 40 ราย

ทรัมป์เผยจับ มาดูโร พร้อมภรรยา ออกจากเวเนซุเอลาแล้ว

กกต.เผยแพร่ข้อมูล'ประชามติ' ให้ ปชช.ศึกษาทำความเข้าใจก่อนออกเสียง 8 ก.พ.นี้

นึกว่าคฤหาสน์! โดม-เมทัล เปิดภาพบ้านหลังใหม่ทำเสร็จแล้ว 80%

'ศุภชัย'เปิดพิรุธพรรคใหญ่ลักไก่ส่งชื่อผู้สมัคร สส.โดยไม่ทำไพรมารีโหวต จี้กกต.สอบด่วน

'ธนาธร'แอ่วลำพูน ผนึกกำลังนายก อบจ. อ้อนเปลี่ยนลำพูนไม่พอ ขอเป็นรัฐบาลเปลี่ยนประเทศ

  • Breaking News
  • คาดเกิดจากไฟเย็น! เร่งสอบไฟไหม้บาร์ที่สวิตเซอร์แลนด์คร่าชีวิต 40 ราย คาดเกิดจากไฟเย็น! เร่งสอบไฟไหม้บาร์ที่สวิตเซอร์แลนด์คร่าชีวิต 40 ราย
  • กกต.เตือน!!! รีบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า-นอกเขต ก่อนปิดรับ 5 ม.ค.นี้ กกต.เตือน!!! รีบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า-นอกเขต ก่อนปิดรับ 5 ม.ค.นี้
  • ทรัมป์เผยจับ มาดูโร พร้อมภรรยา ออกจากเวเนซุเอลาแล้ว ทรัมป์เผยจับ มาดูโร พร้อมภรรยา ออกจากเวเนซุเอลาแล้ว
  • \'เจ้ากรมโอ๋\'เดือด! ฉะโพสต์ชัดแต่ไม่อ่าน จ้องจะใส่อย่างเดียว 'เจ้ากรมโอ๋'เดือด! ฉะโพสต์ชัดแต่ไม่อ่าน จ้องจะใส่อย่างเดียว
  • จับได้ทันควัน! โจรวิ่งราวร้านทองอรัญฯ พลเมืองดีผนึกกำลังรวบตัวส่งตำรวจ จับได้ทันควัน! โจรวิ่งราวร้านทองอรัญฯ พลเมืองดีผนึกกำลังรวบตัวส่งตำรวจ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

31 ธ.ค. 2568

‘มีเรา ไม่มีเทา’ แต่ ‘ส้มเน่ามีดำ’

‘มีเรา ไม่มีเทา’ แต่ ‘ส้มเน่ามีดำ’

30 ธ.ค. 2568

‘เขมร‘เบี้ยวซ้ำ‘ถล่มพนมเปญ’

‘เขมร‘เบี้ยวซ้ำ‘ถล่มพนมเปญ’

29 ธ.ค. 2568

สงคราม‘ไทย-เขมร’ต้องจบด้วยสงคราม

สงคราม‘ไทย-เขมร’ต้องจบด้วยสงคราม

26 ธ.ค. 2568

‘GBC’ถ้าไม่จบก็รบต่อจนกว่าเขมร‘สิ้นเขี้ยวเล็บ’

‘GBC’ถ้าไม่จบก็รบต่อจนกว่าเขมร‘สิ้นเขี้ยวเล็บ’

25 ธ.ค. 2568

เลือกภูมิใจไทย‘พูดแล้วทำพลัส’ได้‘สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี’

เลือกภูมิใจไทย‘พูดแล้วทำพลัส’ได้‘สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี’

24 ธ.ค. 2568

สดุดี 22 ทหารกล้าที่พลีชีพเพื่อชาติ

สดุดี 22 ทหารกล้าที่พลีชีพเพื่อชาติ

23 ธ.ค. 2568

เขมรหมดเขี้ยวเล็บสิ้นสภาพทางทหาร

เขมรหมดเขี้ยวเล็บสิ้นสภาพทางทหาร

22 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved