วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ผลประโยชน์ทับซ้อน‘ขุมทรัพย์ 20 ล้านล้าน’ที่เกาะกูด

ดูทั้งหมด

  •  

พิธีกรรมการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันแรกเมื่อวันที่ 12 กันยายนวานนี้ ยังงั้นๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่

แล้วก็เป็นไปตามคาด “มาดามแพ-แพทองธารชินวัตร”นายกรัฐมนตรี“บ่มแก๊ส”ที่มีวันนี้“เพราะพ่อให้” ท่องจำเจื้อยแจ้วเป็นนกแก้วนกขุนทองอ่านนโยบายของรัฐบาล สลับกับการกระแอมกระไอ เหมือนคนเป็นหวัดเพราะการอดนอนจากการทำการบ้าน แล้วก็ยกน้ำขึ้นดื่มเว้นวรรคเป็นบางช่วง ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าน้ำในแก้วเป็นน้ำสะอาด หรือว่า“ช็อกมินต์”ของโปรด และบางขณะนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ที่นั่งประกบเป็นพี่เลี้ยงอยู่ข้างๆต้องคอยยื่นกระดาษทิชชู่ให้“มาดามแพ”ซับปาก


ก่อนลงไปสู่รายละเอียดของนโยบาย นางสาวแพทองธารชินวัตร ยังไม่วายจะอวดโอ่ต่อที่ประชุมรัฐสภาว่าเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศไทย ได้ปูพื้นเกี่ยวกับปมปัญหา 9ประการของประเทศ โดยอ้างสูตรเดิมอันเป็นคาถาของนักการเมืองพรรคเพื่อไทยและ“ตระกูลชินวัตร”ที่คล้ายกับมีความอาฆาตแค้นฝังหุ่นมาตั้งแต่อดีตว่า “ประเทศไทยเราเผชิญกับความไร้เสถียรภาพทางการเมืองมาอย่างยาวนาน อันเป็นผลจากการรัฐประหาร ความขัดแย้งแบ่งขั้วที่รุนแรง รวมถึงการถอดถอนรัฐบาลออกจากอำนาจ ในแบบที่คาดเดาไม่ได้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทย ได้รับผลกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”

อีกประการหนึ่ง, ที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ“มาดามแพ”ยกมาอ้างคือระบบราชการ โดยเธอแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า“ระบบรัฐราชการแบบรวมศูนย์และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ไม่เต็มที่ การทำงานระหว่างหน่วยงานที่มีอำนาจและบทบาทซ้ำซ้อน โครงสร้างของหน่วยราชการที่แตกกระจายและไม่ประสานร่วมมือกัน มีการขยายตัวไปสู่สำนักงานส่วนภูมิภาคมากเกินความจำเป็น ระบบขนาดใหญ่โต เทอะทะและเชื่องช้า รูปแบบการประเมินและตัวชี้วัดการทางานไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนเท่าที่ควร ขนาดและศักยภาพ ไม่ทันกับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แถมยังเป็นภาระของประชาชนในการใช้บริการอีกด้วย”

ประเด็นเกี่ยวกับ“ระบบรัฐราชการ”นี้ สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเมื่อในอดีตที่มีอดีตนักโทษชายทักษิณชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยยกเป็นข้ออ้างและนำไปสู่การปฏิรูประบบราชการในปี 2545จากโครงสร้างเดิมที่มีทั้งหมด 14 กระทรวง ก็เพิ่มเป็น 20 กระทรวง เท่ากับเป็นการเกลี่ยอำนาจให้แก่“กลุ่ม-ก๊วน”ที่เป็นมุ้งเล็กมุ้งน้อยในพรรคไทยรักไทย สามารถจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีได้เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสามารถกระชับอำนาจในกระทรวงต่างๆ จากการแต่งตั้งข้าราชการที่ยอมทอดตัวรับใช้ไปลงในตำแหน่งที่สำคัญในแต่ละกระทรวง

ไม่ต้องกล่าวให้มากความก็สามารถพูดได้ว่า รัฐบาล“อุ๊งอิ๊ง1”ชุดนี้คือการกลับมาของ“ระบอบทักษิณ”เมื่อในอดีตที่ใช้นโยบายประชานิยมเป็น“เรือธง”ในการบริหารประเทศ

หากย้อนกลับไปดูในปี 2544 ที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล และมีอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยในเวลานั้นเชื่อว่าคนอย่างทักษิณ“รวยแล้วไม่โกง” ได้นำนโยบายที่หาเสียงไว้ภายใต้ข้ออ้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นจากวิกฤตที่มีผลต่อเนื่องมาจาก“วิกฤตต้มยำกุ้ง”ในปี2540 มาปรับใช้ โดยเน้นย้ำว่า เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในระดับฐานรากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพ้นจากความยากจน

จะเห็นว่า“มาดามแพ”ยกวาทกรรมที่พรรคเพื่อไทยเคยโฆษณาหาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งว่า“ดิฉันจะทำให้คนไทย มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”มากล่าวในตอนสุดท้ายของการแถลงนโยบบายต่อรัฐสภา เพื่อเสริมกับคำแถลงในช่วงแรกที่ชี้ให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนว่า “มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินครัวเรือน ซึ่งขณะนี้มีมูลค่ากว่า 16 ล้านล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ขณะที่สัดส่วนหนี้เสีย (NPLs) ก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับปัญหาหนี้นอกระบบ”

สุดท้าย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่แถลงเหมือนกับ“ลิปซิ้ง”ของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณชินวัตร ก็มาลงด้วยวาทกรรมที่เป็นเหตุเป็นผลสนับสนุนว่า “รัฐบาลตระหนักดีว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องปัญหาหนี้สิน รายได้ ค่าครองชีพ รวมทั้งความมั่นคงและปลอดภัยในสังคมคือ ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ด้วยการแก้หนี้ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาที่กระทบความมั่นคงของสังคม เพื่อนำความหวังของคนไทยกลับมาให้เร็วที่สุด โดยมีนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการทันที”

นโยบายเร่งด่วนทันทีก็อาทิเช่น ”จะผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้านและรถ ช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ภายใต้ปรัชญาที่จะไม่ขัดต่อวินัยทางการเงิน และไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม (Moral Hazard)ของผู้มีภาระหนี้สิน ควบคู่กับการเพิ่มความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการออมในรูปแบบใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย โดยจะดำเนินนโยบายผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ, ธนาคารพาณิชย์และบริษัทบริหารสินทรัพย์”

สรุปให้เห็นภาพ ก็คือ “ระบอบทักษิณ”สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มี“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ดำเนินนโยบายด้วย“ประชานิยมแบบทักษิณ”หรือ“ทักษิโณมิกส์” ที่ล้างผลาญงบประมาณแผ่นดิน โดยที่การใช้จ่ายของรัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมาก ทั้งเงินงบประมาณแผ่นดินและเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตรแถลงนโยบายในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะมุ่งเน้นไปที่ประชาชนในระดับรากฐานแล้ว “SMEs”หรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ก็อยู่ในบริบทนี้ด้วย

ดังที่นางสาวแพรทองธาร ชินวัตรกล่าวถึง“SMEs”ว่า “รัฐบาลจะดูแลและส่งเสริมพร้อมกับปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะSMEs จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของคู่แข่งทางการค้าต่างชาติที่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการแก้ไขปัญหาหนี้ของ SMEs เช่น การพักหนี้ การจัดทำ Matching Fund ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชน เพื่อประคับประคองให้กลับมาเป็นกลไกที่แข็งแรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากอดีตในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มีอดีตนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่บริหารประเทศด้วย“ประชานิยมแบบทักษิณ”นั้น ได้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันโกงกินกันอย่างมโหฬาร ตลอดจนมีเบื้องหลังเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนจากโครงการของรัฐ ซึ่งการที่“ทักษิณ”ต้องกลายเป็นนักโทษในคดีทุจริตประพฤติมิชอบขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเพิ่งจะพ้นโทษ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น

วันนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่อาจจะกล่าวได้ว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่รู้ประสีประสาอะไรสักเรื่องเดียว จะเป็นได้ก็แค่“ร่างทรง”ของบิดา นั่นก็คือ จากคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่นางสาวแพทองธารระบุถึง“การพัฒนาระบบสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ของประเทศ” ซึ่งเธอกล่าวชัดถ้อยชัดคำว่า จะต้องสำรวจหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม คือ “การเจรจาประเด็นพื้นที่ทับซ้อนกับกัมพูชา (OCA) เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน”

ขุมทรัพย์ใต้ทะเลที่มีมูลค่ามากกว่า“20 ล้านล้านบาท” อันเป็นปัญหา“พื้นที่ทับซ้อน”บริเวณเกาะกูดจังหวัดตราด ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังระหว่าง“ไทย-กัมพูชา”มายาวนานตั้งแต่ครั้งอดีตนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะตกลงกันได้ด้วยดีระหว่าง“ตระกูลชินวัตร”กับ“ตระกูลฮุน”

แบบไทย“ครึ่งหนึ่ง-เขมรครึ่งหนึ่ง”วิน วิน กันทั้งสองตระกูล ?!

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
18:53 น. พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน
18:50 น. ในหลวง พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 67
18:41 น. รวบคาสนามบิน! พบมีส่วนโจมตีเว็บรัฐ เชื่อมเข้าเว็บพนันออนไลน์
18:36 น. ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ
18:27 น. มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
เปิดภาพล่าสุด นางเอกละครยุคบุกเบิก แดง เยาวเรศ ยิ้มสดใสเข้าเยี่ยม ไพรัช สังวริบุตร
เกาหลีใต้ทลายแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา อ้างเป็นจนท.รัฐหลอกเงิน-คุกคามเหยื่อ
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ม.ค.69
ครั้งแรกในรอบ9ปี ทะเลสาบบาลาตอน กลายเป็นน้ำแข็ง ปชช.เริ่มแสดงความกังวล
ดูทั้งหมด
เฉิน จื้อ ถูกจับมีคนไม่กล้าดีใจออกหน้าแต่หากเป็นพระรำในจีวร
ปัญหาอยู่ที่ใคร ใครคือตัวปัญหา
บุคคลแนวหน้า : 17 มกราคม 2569
พรรคสีส้มไม่เทา แต่น่าจะดำปี๋
ทำไมทรัมป์ถึงเป็นอย่างนี้?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รวบคาสนามบิน! พบมีส่วนโจมตีเว็บรัฐ เชื่อมเข้าเว็บพนันออนไลน์

มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69

‘บิ๊กป้อม’ ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง หลังวางมือการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ

อภิสิทธิ์​ เปิดใจเหตุหวนคืนประช​าธิปัตย์​ แย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง 4 ระดับ

ไฮโซข้าวโพด เปิดใจ ยังไม่ได้เงินคืนจากเพื่อนรักแม้แต่บาทเดียว เงียบหาย-ไร้การติดต่อ

ส้มไม่ทน! ‘วิโรจน์’ เตรียมไล่เช็กบิล ฟ้อง กกต.-แจ้งความบุคคล-นักการเมือง-IO ใส่ร้ายพรรค

  • Breaking News
  • พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน
  • ในหลวง พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 67 ในหลวง พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 67
  • รวบคาสนามบิน! พบมีส่วนโจมตีเว็บรัฐ เชื่อมเข้าเว็บพนันออนไลน์ รวบคาสนามบิน! พบมีส่วนโจมตีเว็บรัฐ เชื่อมเข้าเว็บพนันออนไลน์
  • ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ
  • มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69 มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘มีส้ม-มีเทา’เน่าทั้งพรรค

‘มีส้ม-มีเทา’เน่าทั้งพรรค

16 ม.ค. 2569

‘ไม่เบี้ยว-ไม่จ่าย’โกงโคตร

‘ไม่เบี้ยว-ไม่จ่าย’โกงโคตร

15 ม.ค. 2569

‘ขอให้ประสบความสามเจ็ด’

‘ขอให้ประสบความสามเจ็ด’

14 ม.ค. 2569

น้ำเน่าในพรรคส้มเน่า

น้ำเน่าในพรรคส้มเน่า

13 ม.ค. 2569

‘รักลุงตู่-เลือกลุงหนู’ยิ่งมายิ่งแรง

‘รักลุงตู่-เลือกลุงหนู’ยิ่งมายิ่งแรง

12 ม.ค. 2569

‘เท้ง เด็กเลี้ยงแกะ’แคนดิเดตนายกฯพรรคส้ม

‘เท้ง เด็กเลี้ยงแกะ’แคนดิเดตนายกฯพรรคส้ม

9 ม.ค. 2569

คว่ำประชามติยกร่าง‘รธน.’ฉบับใหม่

คว่ำประชามติยกร่าง‘รธน.’ฉบับใหม่

8 ม.ค. 2569

‘สีน้ำเงิน-สีแดง-สีส้ม’ 3 ทางเลือก

‘สีน้ำเงิน-สีแดง-สีส้ม’ 3 ทางเลือก

7 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved