วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
ถ้ารัฐธรรมฉบับปี 2560 ที่นักการเมืองจ้องจะฉีกทิ้งแล้วยกร่างฉบับใหม่เพื่อให้สมประโยชน์ของตนเอง-พูดภาษาคนได้..รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คงจะพูดเหมือนที่นักการเมืองชอบอ้างกัน..คือฉันก็มาจากประชาชนเช่นเดียวกับที่พวกคุณได้รับเลือกตั้งเป็น สส.
พรรคการเมืองหลัก 2 พรรคที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือพรรคเพื่อไทยฝ่ายรัฐบาล และพรรคประชาชนฝ่ายค้าน..หากเทียบเสียงกับรัฐธรรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ผ่านความเห็นชอบจากการออกเสียงลงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559..รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากความเห็นชอบของประชาชนถึง 16,820,402 เสียง หรือ 16.82 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 61.35 ของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 29,740,677 คน หรือ 29.74 ล้านคน
ขณะที่การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกเป็นอันดับสอง..ได้คะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อ 10,962,522 คะแนน หรือ 10.96 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 29.22 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 39,514,964 คน หรือ 39.51 ล้านคน..ส่วนพรรคก้าวไกลหรือพรรคประชาชนในปัจจุบันที่ได้เลือกเป็นอันดับหนึ่ง..ได้คะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อ 14,438,851 คะแนน หรือ14.43 ล้านคะแนน คิดเป็นร้อยละ 38.48 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด
และอย่างที่บอกหากรัฐธรรมนูญฉบับที่นักการเมืองกระเหี้ยนกระหือรือจะฉีกทิ้งกันอยู่นี้พูดแทนประชาชนที่ลงประชามติเห็นชอบได้..ก็คงจะบอกกับ สส.ของทั้งสองพรรคการเมืองนี้ว่า ฉันมาจากเสียงของประชาชนถึงร้อยละ 61.35 ของจำนวนผู้มาออกเสียงลงประชามติทั้งหมด..แต่ สส.อย่างพวกแกทั้งสองพรรคที่มาจากเสียงของประชาชนไม่ถึงร้อยละ 50..กลับจะใช้วิสัยเยี่ยงโจรฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนส่วนใหญ่ตามระบอบประชาธิปไตย
รัฐธรรมนูญฉบับนี้เคยถูกนักการเมืองแก้เพื่อสนองประโยชน์ตนเองไปแล้วครั้งหนึ่งในปี 2564 เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.ใน 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรก-สส.500 คน จากเดิมแบ่งเขต 350 คน เปลี่ยนเป็น 300 คน และแบบบัญชีรายชื่อจากเดิม 150 คนเปลี่ยนเป็น 100 คน, ประเด็นที่สอง-ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง สส.2 ใบ..เลือก สส.แบ่งเขตและ สส.บัญชีรายชื่อ..จากเดิมใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว..และประเด็นที่สาม-การคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค..ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศ..แล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรค..จากเดิมใช้สูตรคำนวณหา สส.พึงมี..คือจำนวน สส.ที่แต่ละพรรคการเมืองพึงมีได้ตามคะแนนเสียงที่ได้รับ
อย่างไรก็ตาม..ก่อนหน้านี้เมื่อปลายช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา..เกี่ยวกับคุณสมบัติของนักการเมืองที่จะเข้าไปมีอำนาจ..คือการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี..ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน..มีบทบัญญัติที่เข้มข้นในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์..และไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง..แต่ก็ถูกคัดค้านต่อต้านจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน คือ พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ..ส่งผลทำให้พรรคเพื่อไทยต้องถอยหลังทันที
แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าพรรคเพื่อไทยจะถอดใจไม่เดินหน้าต่อ..หากแต่ยังมีความหวังที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ..ด้วยการแก้ไขกฎเกณฑ์การออกเสียงลงประชามติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564..ที่มีเงื่อนไขเข้มแข็ง..ในการป้องกันไม่ให้นักการเมืองคิดจะฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญแล้วยกร่างกันขึ้นมาใหม่ได้อย่างง่ายดายตามอำเภอใจ
ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ..ที่พรรคเพื่อไทยมีความหวังและมีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมธรรมนูญฉบับใหม่..ก็คือ การเปลี่ยนกฎเกณฑ์การออกเสียงลงประชามติที่กำหนดเงื่อนไขเสียงข้างมากไว้ 2 ชั้น หรือที่เรียกว่า“double majority”
โดยสรุปก็คือ..จากชั้นแรกหรือด่านแรก-ผู้มาใช้สิทธิต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด..ก็ตัดทิ้งไป.. และชั้นที่สองหรือด่านที่สอง-เสียงที่ลงมติเห็นชอบจะต้องเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ..ก็แก้เป็น..ให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ..และคิดว่าอย่างไรเสีย..ร่างกฎหมายฉบับนี้คงจะผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาชุดใหม่..โดยไม่มีปัญหาอุปสรรคใดมาขวางกั้น
แต่ที่ไหนได้ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่มีการแก้ไขกฏเกณฑ์ซึ่งผ่านวาระ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว..กลับถูกสมาชิกวุฒิสภาลงมติไม่เห็นด้วยในวาระ 2 เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา..โดยให้กลับไปใช้กฎเกณฑ์เดิม..คือ“double majority”..ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ-ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564
เมื่อเป็นเช่นนี้..ร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่รื้อทิ้งฉบับเดิม..ก็จะต้องมีการพิจารณาใหม่ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของทั้งสองสภา..คือสภาผู้แทนฯ กับวุฒิสภาขึ้นมาพิจารณา..และถ้าหากคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่สามารถตกลงกันได้..ก็ต้องส่งร่างคืนไปให้แต่ละสภาลงมติ..โดยในขั้นตอนนี้หากสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบ..ก็ต้องรอไปอีก 180 ก่อนที่สภาผู้แทนฯ หรือ สส.จะใช้ร่างกฎหมายของตนลงมติ..ผลออกมาเป็นประการใดก็เป็นไปตามนั้น
ดังนั้น..ที่พรรคเพื่อไทยหวังว่าการลงประชามติแบบชั้นเดียว..โดยให้ใช้เสียงข้างมากของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิชี้ขาด..จะผ่านออกมาบังคับใช้ทันการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568..เพื่อจะได้ออกเสียงประชามติสำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่..พร้อมกับการเลือกตั้ง สมาชิก อบจ.ไปในคราวเดียวกัน..จึงไม่ทันและต้องล่าออกไป..อีกทั้งหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นใดก็มิอาจคาดเดาได้
สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าหากรัฐธรรมนูญ“ปราบโกงนักการเมือง”ฉบับนี้ยังมีผลบังคับใช้อยู่..ก็มีความเสี่ยงที่“มาดามแพ-แพทองธาร ชินวัตร”จะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..เช่นเดียวกับที่นายเศรษฐา ทวีสิน โดนเชือดมาแล้ว..ซึ่งเวลานี้มีข้อหานับสิบเรื่อง..ที่“นักร้อง”ทั้งเปิดเผยตัวตนและนิรนามยื่นร้องถอดถอน“มาดามแพ”ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้แล้วทุกช่องทาง
คงต้องมีสักเรื่องที่จะทำให้“มาดามแพ”นายกรัฐมนตรีของบ่าวพรรคเพื่อไทย..หรือ“คุณหนูอุ๊งอิ๊งค์”ที่เป็นดีเอ็นเอของ“นายใหญ่-นายหญิง”แห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า..มีอันต้องหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี.. ก่อนที่จะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อสนองประโยชน์นักการเมืองที่มีประวัติด่างพร้อยทั้งหลาย !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี