Logo วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
สว.หักดิบ สส.เรื่องประชามติ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ถ้ารัฐธรรมฉบับปี 2560 ที่นักการเมืองจ้องจะฉีกทิ้งแล้วยกร่างฉบับใหม่เพื่อให้สมประโยชน์ของตนเอง-พูดภาษาคนได้..รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คงจะพูดเหมือนที่นักการเมืองชอบอ้างกัน..คือฉันก็มาจากประชาชนเช่นเดียวกับที่พวกคุณได้รับเลือกตั้งเป็น สส.

พรรคการเมืองหลัก 2 พรรคที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือพรรคเพื่อไทยฝ่ายรัฐบาล และพรรคประชาชนฝ่ายค้าน..หากเทียบเสียงกับรัฐธรรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ผ่านความเห็นชอบจากการออกเสียงลงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559..รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากความเห็นชอบของประชาชนถึง 16,820,402 เสียง หรือ 16.82 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 61.35 ของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 29,740,677 คน หรือ 29.74 ล้านคน


ขณะที่การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกเป็นอันดับสอง..ได้คะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อ 10,962,522 คะแนน หรือ 10.96 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 29.22 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 39,514,964 คน หรือ 39.51 ล้านคน..ส่วนพรรคก้าวไกลหรือพรรคประชาชนในปัจจุบันที่ได้เลือกเป็นอันดับหนึ่ง..ได้คะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อ 14,438,851 คะแนน หรือ14.43 ล้านคะแนน คิดเป็นร้อยละ 38.48 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด

และอย่างที่บอกหากรัฐธรรมนูญฉบับที่นักการเมืองกระเหี้ยนกระหือรือจะฉีกทิ้งกันอยู่นี้พูดแทนประชาชนที่ลงประชามติเห็นชอบได้..ก็คงจะบอกกับ สส.ของทั้งสองพรรคการเมืองนี้ว่า ฉันมาจากเสียงของประชาชนถึงร้อยละ 61.35 ของจำนวนผู้มาออกเสียงลงประชามติทั้งหมด..แต่ สส.อย่างพวกแกทั้งสองพรรคที่มาจากเสียงของประชาชนไม่ถึงร้อยละ 50..กลับจะใช้วิสัยเยี่ยงโจรฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนส่วนใหญ่ตามระบอบประชาธิปไตย

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เคยถูกนักการเมืองแก้เพื่อสนองประโยชน์ตนเองไปแล้วครั้งหนึ่งในปี 2564 เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.ใน 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรก-สส.500 คน จากเดิมแบ่งเขต 350 คน เปลี่ยนเป็น 300 คน และแบบบัญชีรายชื่อจากเดิม 150 คนเปลี่ยนเป็น 100 คน, ประเด็นที่สอง-ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง สส.2 ใบ..เลือก สส.แบ่งเขตและ สส.บัญชีรายชื่อ..จากเดิมใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว..และประเด็นที่สาม-การคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค..ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศ..แล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรค..จากเดิมใช้สูตรคำนวณหา สส.พึงมี..คือจำนวน สส.ที่แต่ละพรรคการเมืองพึงมีได้ตามคะแนนเสียงที่ได้รับ

อย่างไรก็ตาม..ก่อนหน้านี้เมื่อปลายช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา..เกี่ยวกับคุณสมบัติของนักการเมืองที่จะเข้าไปมีอำนาจ..คือการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี..ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน..มีบทบัญญัติที่เข้มข้นในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์..และไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง..แต่ก็ถูกคัดค้านต่อต้านจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน คือ พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ..ส่งผลทำให้พรรคเพื่อไทยต้องถอยหลังทันที

แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าพรรคเพื่อไทยจะถอดใจไม่เดินหน้าต่อ..หากแต่ยังมีความหวังที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ..ด้วยการแก้ไขกฎเกณฑ์การออกเสียงลงประชามติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564..ที่มีเงื่อนไขเข้มแข็ง..ในการป้องกันไม่ให้นักการเมืองคิดจะฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญแล้วยกร่างกันขึ้นมาใหม่ได้อย่างง่ายดายตามอำเภอใจ

ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ..ที่พรรคเพื่อไทยมีความหวังและมีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมธรรมนูญฉบับใหม่..ก็คือ การเปลี่ยนกฎเกณฑ์การออกเสียงลงประชามติที่กำหนดเงื่อนไขเสียงข้างมากไว้  2 ชั้น หรือที่เรียกว่า“double majority”

โดยสรุปก็คือ..จากชั้นแรกหรือด่านแรก-ผู้มาใช้สิทธิต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด..ก็ตัดทิ้งไป.. และชั้นที่สองหรือด่านที่สอง-เสียงที่ลงมติเห็นชอบจะต้องเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ..ก็แก้เป็น..ให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ..และคิดว่าอย่างไรเสีย..ร่างกฎหมายฉบับนี้คงจะผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาชุดใหม่..โดยไม่มีปัญหาอุปสรรคใดมาขวางกั้น

แต่ที่ไหนได้ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่มีการแก้ไขกฏเกณฑ์ซึ่งผ่านวาระ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว..กลับถูกสมาชิกวุฒิสภาลงมติไม่เห็นด้วยในวาระ 2 เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา..โดยให้กลับไปใช้กฎเกณฑ์เดิม..คือ“double majority”..ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ-ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564

เมื่อเป็นเช่นนี้..ร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่รื้อทิ้งฉบับเดิม..ก็จะต้องมีการพิจารณาใหม่ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของทั้งสองสภา..คือสภาผู้แทนฯ กับวุฒิสภาขึ้นมาพิจารณา..และถ้าหากคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่สามารถตกลงกันได้..ก็ต้องส่งร่างคืนไปให้แต่ละสภาลงมติ..โดยในขั้นตอนนี้หากสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบ..ก็ต้องรอไปอีก 180 ก่อนที่สภาผู้แทนฯ หรือ สส.จะใช้ร่างกฎหมายของตนลงมติ..ผลออกมาเป็นประการใดก็เป็นไปตามนั้น

ดังนั้น..ที่พรรคเพื่อไทยหวังว่าการลงประชามติแบบชั้นเดียว..โดยให้ใช้เสียงข้างมากของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิชี้ขาด..จะผ่านออกมาบังคับใช้ทันการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568..เพื่อจะได้ออกเสียงประชามติสำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่..พร้อมกับการเลือกตั้ง สมาชิก อบจ.ไปในคราวเดียวกัน..จึงไม่ทันและต้องล่าออกไป..อีกทั้งหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นใดก็มิอาจคาดเดาได้

สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าหากรัฐธรรมนูญ“ปราบโกงนักการเมือง”ฉบับนี้ยังมีผลบังคับใช้อยู่..ก็มีความเสี่ยงที่“มาดามแพ-แพทองธาร ชินวัตร”จะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..เช่นเดียวกับที่นายเศรษฐา ทวีสิน โดนเชือดมาแล้ว..ซึ่งเวลานี้มีข้อหานับสิบเรื่อง..ที่“นักร้อง”ทั้งเปิดเผยตัวตนและนิรนามยื่นร้องถอดถอน“มาดามแพ”ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้แล้วทุกช่องทาง

คงต้องมีสักเรื่องที่จะทำให้“มาดามแพ”นายกรัฐมนตรีของบ่าวพรรคเพื่อไทย..หรือ“คุณหนูอุ๊งอิ๊งค์”ที่เป็นดีเอ็นเอของ“นายใหญ่-นายหญิง”แห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า..มีอันต้องหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี.. ก่อนที่จะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อสนองประโยชน์นักการเมืองที่มีประวัติด่างพร้อยทั้งหลาย !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ

‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ

14 ส.ค. 2569

คิด เขียน คุย : ‘โป้งเดียวจบ’ยิงโจรก็ผิด

คิด เขียน คุย : ‘โป้งเดียวจบ’ยิงโจรก็ผิด

13 ส.ค. 2569

‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’

‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’

12 ส.ค. 2569

‘กำแพง’กับต่อมน้ำตาของ‘ไหม-ศิริกัญญา’

‘กำแพง’กับต่อมน้ำตาของ‘ไหม-ศิริกัญญา’

11 ส.ค. 2569

อุทาหรณ์จาก‘มือปืนวัย14’ลั่นไกสังหาร

อุทาหรณ์จาก‘มือปืนวัย14’ลั่นไกสังหาร

10 ส.ค. 2569

‘ผู้กำกับหนุ่ย’ได้ดีเพราะ‘ตระกูลชิน’

‘ผู้กำกับหนุ่ย’ได้ดีเพราะ‘ตระกูลชิน’

7 ส.ค. 2569

จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’

จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’

6 ส.ค. 2569

เอาก็เอาวะ‘ส้มจูบปากกับเขียว’

เอาก็เอาวะ‘ส้มจูบปากกับเขียว’

5 ส.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved