วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
4 อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ ร่วมกับนักวิชาการ และคณาจารย์ทางด้านเศรษฐศาสตร์..รวมทั้งประชาชนทุกสาขาอาชีพเกือบ 300 คน ลุกขึ้นมาคัดค้านการล้วงลูกของพรรครัฐบาลพรคเพื่อไทยที่จะให้คนของตนเข้าไปเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ หรือธนาคารแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 31 ตุลาคมเมื่อวานนี้..จากเดิมที่มีผู้ร่วมลงชื่อคัดค้านทั้งหมดในเบื้องต้น 227 คน ก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมาเป็น 250 คน..จากอดีตผู้ว่าฯแบงก์ชาติ นักวิชาการ คณาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์..ก็ได้ขยายวงเป็นประชาชนทุกสาขาอาชีพที่เข้ามาร่วมลงชื่อคัดค้านด้วย
การคัดค้านของประชาชนทุกวงการในครั้งนี้..ซึ่งมีอดีตผู้ว่าแบงก์ชาติถึง 4 คน ที่ร่วมลงชื่อ..คือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล, นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล, ดร.วิรไท สันติประภพ และนางธาริษา วัฒนเกส นั้น..ต้องถือว่าไม่ธรรมดา..เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ..เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ..ถึงขั้นคอขาดบาดตาย..ขืนปล่อยให้พรรคการเมืองส่งคนเข้าไปเป็นประธานบอร์แบงก์ชาติได้ รับรองยุ่งแน่..เนื่องจากเท่ากับว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยที่เป็นหน่วยงานอิสระถูกครอบงำโดยอำนาจทางการเมือง
สำหรับการคัดเลือกประธานบอร์ดแบงก์ชาติ หรือประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา รวมทั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 2 คน..จะมีการพิจารณาในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้..โดยคณะกรรมการสรรหาที่มีนายนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน
ตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาตินั้น..รัฐบาลพรรคเพื่อไทย..ต้องการที่จะให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ และอดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เข้าไปนั่งตำแหน่งนี้
ถ้าหากว่าพรรคเพื่อไทยสามารถยึดกุมตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติไว้ได้..นั่นก็หมายถึงชะตากรรมของประเทศ ต้องตกอยู่ในมือของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
เพราะบอร์ดแบงก์ชาติมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง..อาทิ การกำกับดูแลการบริหารงาน, การจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศ, การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการต่างๆ..โดยเฉพาะคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน อันเป็นเครื่องมือสำคัญของการดำเนินนโยบายการเงิน
หากบอร์ดแบงก์ชาติใช้อำนาจหน้าที่เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ระยะสั้นของฝ่ายการเมือง..ย่อมส่งผลเสียต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และอาจเกิดความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้..ดังที่ผู้ยื่นหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งประธานบอร์ดแบงก์ชาติทักท้วง
เป็นต้นว่า การคัดเลือกคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราแลกเปลี่ยน..ซึ่งถ้าหาก กนง.เป็นคนของพรรคการเมือง..ลองนึกภาพดู..ก็เหมือนกับเวลานี้ที่พรรคเพื่อไทยต้องการให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ตนต้องการ..แต่ทาง กนง.โดยแบงก์ชาติ ที่มี“ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ”ผู้ว่าฯแบงก์ชาติคนปัจจุบัน..ไม่ยอมศิโรราบหรือเออออด้วย..จึงสร้างความไม่พอใจให้แก่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย
นอกจากนั้น ก่อนเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีของ“มาดามแพ”..ซึ่งอยู่ในช่วงรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน, “แพทองธาร ชินวัตร”ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ก็เคยออกมาโจมตีแบงก์ชาติบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ในงาน“10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10”เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566..โดยระบุว่า..ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นตัวปัญหาและอุปสรรคของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“แพทองธาร ชินวัตร”ซึ่งใครก็รู้ว่าสติปัญญามีน้อยนิด คงจะแสดงวิสัยทัศน์ตามที่มีคนเขียนบทหรือสั่งให้พูด ได้กล่าวโจมตีแบงก์ชาติบนเวทีในวันนั้นและถูกสังคมตีกลับว่า “ตอนนี้กฎหมายพยายามที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอิสระจากรัฐบาล เรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญมากๆ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ..ถ้านโยบายการเงินที่บริหารโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ยอมที่จะเข้าใจ และไม่ยอมให้ความร่วมมือ ประเทศของเราจะไม่มีทางลดเพดานหนี้ได้เลย”
วิสัยทัศน์ดังกล่าวของ“แพทองธาร ชินวัตร” อย่างน้อยประการหนึ่งแสดงให้เห็นว่า..เธอโง่เขลาเบาปัญญา จะด้วยใครยัดปากให้พูดหรือพูดเองก็ตาม..เพราะไม่เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของแบงก์ชาติ..เพราะทุกประเทศบนโลกใบนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องมีอิสระในการทำงาน และปลอดการแทรกแซงจากอำนาจฝ่ายการเมือง
ผลจากการแสดงวิสัยทัศน์ครั้งนี้“มาดามแพ”จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า“ล้ำเส้นแบงก์ชาติ”..และที่เธอพูดก็คือการสะท้อนความไม่พอใจในหลายเรื่องๆ ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีต่อ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ในฐานะผู้ว่าฯแบงก์ชาติ..เช่น โครงการ“แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท”ที่มีการท้วงติงจากผู้ว่าฯแบงก์ชาติ
ดังนั้น หากปล่อยให้ฝ่ายการเมืองโดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้าไปล้วงลูกแต่งตั้งประธานบอร์ดแบงก์ชาติได้..เรื่องแรกก็คือเก้าอี้ผู้ว่าฯแบงก์ชาติของ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ จะต้องร้อนลุกเป็นไฟแน่..ก่อนจะครบวาระ 5 ปีในสิ้นเดือนกันยายน 2568
สำคัญที่สุดก็คือ “ทุนสํารองระหว่างประเทศ”ของไทยที่มีมากกว่า 9 ล้านล้านบาท..ซึ่งในจำนวนนี้มีทองคำและเงินจากกองทุน“ผ้าป่าช่วยชาติ”ของ“หลวงตามหาบัว”ที่มอบให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยรวมอยู่ด้วยประมาณ 1 พันล้านบาท..น่าหวั่นวิตกว่าอาจจะมีการล้วงออกมาถลุงแบบ“ลด-แลก-แจก-แถม” เพื่อหาคะแนนนิยมแต่ใช้เงินหลวง ภายใต้คำขวัญ“คิดใหญ่ ทำเป็น”ของพรรคเพื่อไทย
เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้ปีกเงาของ“ทักษิณ ชินวัตร”..คิดอะไรทำอะไรก็มักจะก่อให้เกิดความระแวงสงสัยและหวั่นวิตกในหมู่ประชาชน
ขนาดเรื่องเกาะกูด คนไทยทั่วไปเห็นว่าอาจจะขายชาติกินแบบ“ไทยครึ่งหนึ่ง-เขมรครึ่งหนึ่ง”..ก็ยังถูกแว้งกลับกลายเป็นว่า..“ความรักชาติ”ของคนไทยที่ลุกขึ้นมาคัดค้านปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนของเราเป็น“ความคลั่งชาติ” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

Only Monday ไม่ต่อสัญญาต้นสังกัด รอ ธีร์ พิสูจน์ความจริงปมคลิปหลุดฉาว
‘อย.’ประชุมวิชาการประจำปี69 ชูวิจัยและมาตรฐาน ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยสู่ตลาดโลก
แห่เซฟ สีหศักดิ์ เพจดังปลุกระดมนักรบไซเบอร์ โต้กลับ IO เขมร
จับสาวบัญชีม้าหนีตร.ตามจับจนสลบ
เช็กวงจรปิดยัน ลูกสาวร้อง พ่อถูก เสือดุสิต รุมกระทืบอ้างลวนลามแฟน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี