วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 4 พฤศจิกายน 2567 พรรคเพื่อไทยโดยอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร จะยอมถอยหรือไม่เรื่อง“ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ” ซึ่งนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีมนตรี และรัฐมนตรีว่ากากระทรวงการคลัง ในนามรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้เสนอนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เข้าไปชิงตำแหน่ง ถ้ายอมก็ต้องให้นายกิตติรัตน์ถอนชื่อเพื่อสละสิทธิ์
เพราะเวลานี้มีเสียงคัดค้านต่อต้านดังกระหึ่มไปทั่ว ถ้าหากว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติแทนนายปรเมธี วิมลศิริ ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ที่เพิ่งจะพ้นวาระไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567
ในอีกทางหนี่ง หากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่ยอมถอนตัว ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการสรรหา 7 คน ว่าจะดันทุรังมีมติเห็นชอบให้นายกิติรัตน์เป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติท่ามกลางเสียงคัดค้านต่อต้านหรือไม่
คณะกรรมการสรรหาชุดนี้มีนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ส่วนกรรมการอีก 6 คน ประกอบด้วย นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, นายอัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก (ก.ล.ต.) และนายสุทธิพล ทวีชัยการ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
ต้องดูว่าคณะกรรมการสรรหา หรือมีชื่อเต็มว่า “คณะกรรมการสรรหาประธานคณะกรรมการแห่งประเทศไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย” จะมีมติออกมาอย่างไรในการประชุมวันที่ 4 พฤศจิกายนวันนี้ หรือว่าจะขยายเวลาออกไปอีก หลังจากที่เคยขยายเวลามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมเดือนที่แล้ว ด้วยเหตุผลที่อ้างอย่างเป็นทางการว่า “เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล-เพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกมีความรอบคอบที่สุด”
สำหรับแคนดิเดตประธานบอร์ดแบงก์ชาติ หรือประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ผ่านเข้ามาสู่รอบตัดสินในชั้นสุดท้าย มีทั้งหมด 3 คน ซึ่งนอกจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่เสนอโดยรัฐบาลแล้ว อีกสองคนเป็นบุคคลที่เสนอโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ นายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน และนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ใน 3 คนนี้มีเพียงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่วิญญูชนและสุจริตชนในประเทศนี้ ซึ่งไม่ได้ถือหางพรรคเพื่อไทย หรือเป็นข้าทาสบริวารของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร มิอาจยอมรับได้ เพราะเกรงกันว่านายกิตติรัตน์จะเป็นสะพานทอดให้ฝ่ายการเมืองใต้เงา“ระบอบทักษิณ”เข้าไป“ล้วงตับ”ในธนาคารแห่งประเทศไทย หากได้รับเลือกเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ
แม้ว่านักการเมืองใหญ่น้อยของพรรคเพื่อไทยจะเรียงหน้ากันออกมาปฏิเสธว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยอีกแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครเขาเชื่อ เพราะการเซ็นหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคเพื่อไทยของนายกิตติรัตน์ ก็แค่เงื่อนไขทางนิตินัยเท่านั้น แต่ในทางพฤตินัยไม่มีทางที่จะ“หยุดการเมืองแทรกแซงแบงก์ชาติ”ตามเสียงเรียกร้องต่อต้านของกลุ่มพลังต่างๆ ที่แสดงออกด้วยความสุจริตใจกันอยู่ในเวลานี้ได้
ด้วยว่ากันตามจริงแล้ว นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยทั้งตัวและหัวใจ เคยเป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ส่วนตำแหน่งทางการเมือง เคยเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และล่าสุดเพิ่งจะพ้นจากตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี-เศรษฐา ทวีสิน พร้อมกับการพ้นจากตำแหน่งของนายเศรษฐาเรื่องแต่งตั้ง“ทนายถุงขนม”
ปูมหลังของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง วัย 66 ปีผู้นี้ เคย“โกหกสีขาว” หรือ“white lie”เป็นข่าวฉาวกระฉ่อนเมืองมาแล้ว 2 ครั้ง สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถูกเรียกขานว่า“Mr.White lies”
ครั้งแรกเมื่อปี 2555 สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โกหกเรื่อง“เป้าการส่งออกของไทย”ที่อ้างตัวเลขไม่จริง โดยตัวเลขจริงขยายตัวเพียงแค่ประมาณร้อยละ 5-7 เท่านั้น ไม่ใช่ร้อยละ 15 ดังที่นายกิตติรัตน์อ้าง พอถูกจับได้ก็แก้ตัวว่าเป็นการ“โกหกสีขาว” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ
อีกครั้งหนึ่งในปี 2556 ในช่วงที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้“โกหกสีขาว”เพื่อจะกู้เงินจำนวน 1.3 แสนล้านบาทมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้ เพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่นายกิตติรัตน์ก็ยังดึงดันเสนอคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อขออนุมัติ โดยอ้างว่าเป็นโครงการต่อเนื่องไม่ใช่เป็นการก่อหนี้ใหม่
มาถึงวันนี้, ถ้านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง หลุดเข้าไปเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติได้ หากไป“โกหกสีขาว”แบบนั้นอีก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เห็นทีว่าระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศ“เรือหาย”แน่!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี