วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ปรีชา'ทัศน์
ปรีชา'ทัศน์

ปรีชา'ทัศน์

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
กฎหมายกับกฎแห่งความเป็นอนิจจังของสังคม

ดูทั้งหมด

  •  

สุภาษิตละตินบทหนึ่งที่ผู้เรียนมาทางสังคมศาสตร์รู้จักดี มีอยู่ว่า “ubi societas ibi ius”อันหมายความว่า “ที่ใดมีสังคม ที่นั้นย่อมมีกฎหมาย” แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสังคมเป็นผู้สร้างหรือกำหนดกฎหมายขึ้นมา เพื่อรับใช้มนุษย์ในสังคมนั่นเอง มิใช่ตัวกฎหมายจะไปกำหนดสังคม แต่สังคมซึ่งเป็นผู้สร้างกฎหมายขึ้นมาดังกล่าวก็มิอาจหลีกเลี่ยงให้พ้นจากความเป็นอนิจจังของพุทธศาสนาที่ว่า

“สิ่งทั้งหลายในโลกนี้เป็นอนิจจัง ไม่มีสิ่งใดนิ่งอยู่กับที่ ทุกสิ่งมีอาการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง”


การที่สังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณี การเมืองการปกครอง หรือแม้กระทั่งระบบครอบครัวได้เปลี่ยนแปลงไปตามความอนิจจังของสังคม การเปลี่ยนแปลงนั้นอาจจะเป็นไปในด้านลบหรือด้านบวก เป็นไปได้ทั้งทางก้าวหน้าและลดถอยเป็นไปอย่างถาวรหรือชั่วคราว โดยมีการวางแผนให้เป็นหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ กฎหมายของสังคมก็มิอาจหลีกเลี่ยงให้พ้นไปจากกฎแห่งความเป็นอนิจจังดังกล่าวข้างต้นได้ กฎหมายก็ย่อมต้องมีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน

ร.แลงกาต์ ที่ปรึกษากระทรวงยุติธรรมและอาจารย์สอนกฎหมาย ชาวฝรั่งเศส คณะนิติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ได้กล่าวถึง ความผันแปรเป็นมาของกฎหมายไว้ในหนังสือ ประวัติศาสตร์กฎหมาย ของท่านว่า

“กฎหมายหรืออีกนัยหนึ่งที่รวมแห่งข้อบังคับทั้งหลายซึ่งใช้บังคับแก่กิจการต่างๆ ของมนุษย์ทางชุมชนนั้น ใช่ว่าเป็นสิ่งที่กำหนดแต่งตั้งขึ้นตามอำเภอใจของผู้เป็นประมุขในชุมชนโดยอิสระนั้นหาไม่ เมื่อพิเคราะห์ดูประวัติศาสตร์หรือความผันแปรเป็นมาของกฎหมาย จะเห็นได้ว่าข้อบังคับที่ประกอบรวมเรียกว่ากฎหมายนี้ได้เป็นผลขึ้นโดยตรงจากอาการที่มนุษย์ได้เข้ามารวบรวมอาศัยกันอยู่ในชุมชน เพื่อดำเนินชีวิต...”

แต่ตามธรรมชาติความคิดของมนุษย์ย่อมดำเนินต่อเรื่อยไปหาอยู่คงที่ไม่ ทั้งนี้ก็เพราะความเกี่ยวพันต่างๆ ระหว่างมนุษย์ ยิ่งนับวันก็ยิ่งยุ่งยากโดยปรากฏขึ้นภายในลักษณะแปลกๆ ใหม่ๆมากขึ้น กฎหมายอันเป็นข้อบังคับความเกี่ยวพันระหว่างมนุษย์จึงต้องได้รับการปรับปรุงให้ลงรูปเข้าได้กับความเกี่ยวพันดังกล่าวนี้

กฎแห่งความเป็นอนิจจัง ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงค้นพบเมื่อกว่า ๒,๕๐๐ ปีมาแล้วว่า ไม่มีสิ่งใดนิ่งคงอยู่กับที่ แม้แต่เมธีกรีกโบราณนักปรัชญายุโรป ก็ค้นคว้ากฎของวิทยาศาสตร์และภาวะทั้งหลายนั้นก็ได้มายุติลงอย่างเดียวกันที่ว่า ไม่มีอะไรอยู่กับที่ ทุกอย่างต้องมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ดังพระพุทธองค์ได้ทรงสอนไว้ก่อนแล้วว่า คนเราเกิดมามีชีวิตอยู่ก็เติบโตไปได้ถึงขีดที่ไม่อาจเติบโตต่อไปได้ ก็เข้าสู่ความแก่ ความเจ็บ ในที่สุดก็ตาย

ศาสตราจารย์พระสารสาสน์ประพันธ์ ได้กล่าวไว้ว่า “กฎหมาย” เป็นเรื่องของความเป็นอยู่(มนุษย์-นิติบุคคล) ปรากฏการณ์ทั้งหลายย่อมเกี่ยวข้องควรได้รับความสนใจประกอบการศึกษาด้วย ความอยากรู้อยากเห็นสังเกตละเอียดถี่ถ้วนหัดไว้เป็นสมบัติที่ดี อย่างน้อยก็เป็นการฝึกความเข้าใจด้านข้อเท็จจริง สะดวกแก่การเข้าใจการใช้กฎหมาย

ท่านผู้รู้กล่าวไว้ว่า ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีอะไรหยุดนิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะระยะเวลา ถ้าพบเห็นมิได้สังเกตไว้ยากที่จะรู้ได้ซึ่งความเป็นจริงที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ยิ่งถ้ามิได้สังเกตขณะพบเห็นพิจารณาการเกิดของมันไว้ ก็ไม่มีโอกาสจะรู้ตลอดเรื่องได้

จะเห็นได้ว่าสัจจะอันนี้ แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕ ความว่า

“สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลงเมื่อตาย ทารกในครรภ์มารดาก็สามารถจะมีสิทธิต่างๆ ได้ หากว่าภายหลังเกิดมารอดอยู่”

แสดงให้เห็นชัดเจนว่า กฎหมายกับชีวิตของมนุษย์ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน คือ ความเปลี่ยนแปลงตามกฎแห่งความเป็นอนิจจัง ดังที่กล่าวแล้วนั่นเอง

ถ้าเรามองย้อนหลังไปพิจารณาถึงความเคลื่อนไหวของสังคมที่เราสัมผัสอยู่ในปัจจุบันนี้ เราจะเห็นถึงความเป็นอนิจจังของกฎหมายกับกฎแห่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตเราหรือก่อนที่ชีวิตเราเกิด

ตั้งแต่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ถ้าเรามองย้อนหลังไป ก็จะเห็นได้ว่าระบอบการปกครองใหม่ที่สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ก็ได้มีการเคลื่อนไหวทั้งในทางบวกและลบ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่คงกับที่ รัฐธรรมนูญและการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีมากมายหลายฉบับ บางฉบับก็มีความก้าวหน้า แสดงให้เห็นถึงความเป็นประชาธิบไตยที่สมบูรณ์ แต่บางฉบับก็ถอยหลังไปสู่ระบอบเก่ามีระบบเผด็จการเกิดขึ้นบางยุค และในช่วงเวลานั้นก็สิ่งที่เรียกว่า“ธรรมนูญชั่วคราว” บ้าง “คำสั่งคณะปฏิวัติ” บ้าง แม้กฎหมายที่สำคัญบางฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็ยังปรากฏเป็นรูปแบบของคำสั่งคณะปฏิวัติอยู่ น่าที่ผู้เกี่ยวข้องควรจะได้หยิบยกขึ้นมาแก้ไขให้เป็นรูปแบบของกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย

การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของระบบสังคมของมนุษย์นั้น จากประวัติศาสตร์ของชาติไทยเราเองก็ดี หรือแม้แต่ของต่างประเทศก็ดี จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงย่อมจะมีผลกระทบต่อปัจจัยในทางเศรษฐกิจและนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงระบบกฎหมายทุกครั้ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเป็นไปโดย “วิถีสันติ” เช่นการเลิกทาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือโดย “วิถีไม่สันติ”การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ หรือ เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ธรรมชาติของมนุษย์ปรารถนาวิถีสันติ การที่มนุษย์ใช้วิถีไม่สันติในการเปลี่ยนแปลงนั้น ก็เพราะระบบสังคมได้กีดกันทางนิตินัยหรือทางพฤตินัยหรือทั้งสองทาง มิให้มนุษย์ใช้วิถีทางสันติได้ มนุษย์จึงจำเป็นต้องใช้วิถีไม่สันติ

วิถีทางหนึ่งที่จะช่วยให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางสันติอันเป็นสิ่งที่เราทุกคนมีความปรารถนาเพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจก็คือ การเปลี่ยนแปลงความคิดในการใช้กฎหมายให้ประสานกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง

ศาสตราจารย์พิเศษ

ดร.ปรีชา สุวรรณทัต

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
18:02 น. สั่งยกเลิก MOU สแกนม่านตา ยธ.-ดีอี ชี้กระทบความมั่นคง ส่ง DSI ดำเนินคดีถึงที่สุด
17:47 น. ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen
17:42 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ รุดเยี่ยมตชด.ผู้กล้า บาดเจ็บปะทะชายแดนเขมร ย้ำดูแลเต็มที่
17:37 น. ​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ
17:31 น. ‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 26 ม.ค.-1 ก.พ.69
นุ่น วรนุช อวดลุคผ้าไทย เที่ยวออสเตรียสะกดทุกสายตา
หมายจับ สจ.เนย์ พร้อมเมีย ไหวตัวทันชิงเผ่นนอก-อีกรายยังอุบชื่อ
สี จิ้นผิง สั่งปลด นายพลเบอร์หนึ่งกองทัพจีน หลังปล่อยความลับนิวเคลียร์ให้สหรัฐล่วงรู้
รุมจวก กูรูไพศาล ลงภาพกองเชียร์บอลเกาหลี บอกโคราชแลนด์สไลด์
ดูทั้งหมด
หลังเลือกตั้งจะมีรัฐบาล‘อภิ-ทิน’บวกเพื่อไทยในภาวะโลกไร้ระเบียบ
‘ความพ่ายแพ้ของฝ่ายอนุรักษนิยม’
‘สุภัทร’หมอฮา-ATK
คุกคามทางเพศ อนาจาร
เลือกสไตล์เพลโต?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สั่งยกเลิก MOU สแกนม่านตา ยธ.-ดีอี ชี้กระทบความมั่นคง ส่ง DSI ดำเนินคดีถึงที่สุด

ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen

‘ธปท.’ประกาศเกณฑ์ คุมเข้มเทรดทองออนไลน์ เริ่ม 1 มี.ค.69

พล.ต.ท.ไตรรงค์ รุดเยี่ยมตชด.ผู้กล้า บาดเจ็บปะทะชายแดนเขมร ย้ำดูแลเต็มที่

สวยแพ็กคู่ คุณแม่ลิซ่าถ่ายภาพคู่ลูกสาว ออร่าจับทะลุเฟรม

จ๊ะ นงผณี โพสต์ซึ้งถึงพ่อ 2วันแล้วรีบตื่นนะจะได้กลับบ้านกัน

  • Breaking News
  • สั่งยกเลิก MOU สแกนม่านตา ยธ.-ดีอี ชี้กระทบความมั่นคง ส่ง DSI ดำเนินคดีถึงที่สุด สั่งยกเลิก MOU สแกนม่านตา ยธ.-ดีอี ชี้กระทบความมั่นคง ส่ง DSI ดำเนินคดีถึงที่สุด
  • ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen
  • พล.ต.ท.ไตรรงค์ รุดเยี่ยมตชด.ผู้กล้า บาดเจ็บปะทะชายแดนเขมร ย้ำดูแลเต็มที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ รุดเยี่ยมตชด.ผู้กล้า บาดเจ็บปะทะชายแดนเขมร ย้ำดูแลเต็มที่
  • ​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ ​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ
  • ‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง ‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ประชาธิปไตยทางการคลัง

ประชาธิปไตยทางการคลัง

30 ม.ค. 2569

การไม่รู้ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

การไม่รู้ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

23 ม.ค. 2569

เวเนซุเอลา และ นอร์เวย์ : บทเปรียบเทียบบางอย่าง (จบ)

เวเนซุเอลา และ นอร์เวย์ : บทเปรียบเทียบบางอย่าง (จบ)

16 ม.ค. 2569

เวเนซุเอลา และ นอร์เวย์ : บทเปรียบเทียบบางอย่าง

เวเนซุเอลา และ นอร์เวย์ : บทเปรียบเทียบบางอย่าง

9 ม.ค. 2569

การเมืองของความลับ

การเมืองของความลับ

26 ธ.ค. 2568

พาวีรบุรุษกลับบ้าน

พาวีรบุรุษกลับบ้าน

19 ธ.ค. 2568

Fake Law ในระบบกฎหมายไทย

Fake Law ในระบบกฎหมายไทย

12 ธ.ค. 2568

พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับกฎหมายและความยุติธรรม

พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับกฎหมายและความยุติธรรม

5 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved