Logo วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ต่อต้านคอร์รัปชัน
ต่อต้านคอร์รัปชัน

ต่อต้านคอร์รัปชัน

ต่อตระกูล-ต่อภัสสร์
วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ความหวัง...ในวันที่ดูจะไม่มีความหวัง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ช่วงนี้ปัญหาคอร์รัปชันดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดูได้จากผลดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันล่าสุดที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเพิ่งเปิดเผยออกมาประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 34/100 คะแนนในอันดับที่ 107 ของโลก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 43 คะแนน และเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว คะแนนของเราก็ยังลดลงอีก 1 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์คอร์รัปชันในประเทศไทยยังคงแย่ลงเรื่อยๆ และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยหล่นมาอยู่อันดับ 5 ของอาเซียน ตามหลังสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยอยู่ในอันดับที่ดีกว่า


ประกอบกับข่าวที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันต่างๆ ที่ผ่านมา เศรษฐกิจที่ประสบปัญหาจนการเจริญเติบโตของ GDP ต่ำเกือบที่สุดใน ASEAN ชนะเพียงเมียนมาที่กำลังประสบภาวะสงครามภายในประเทศอยู่ และการที่รัฐบาลแทบจะไม่ได้ออกมาพูดเรื่องคอร์รัปชันเลยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้มองไปทางไหนก็ดูจะไม่เห็นความหวังเลย

หลายคนอาจมองว่าคอร์รัปชันกับปัญหาเศรษฐกิจเป็นคนละเรื่องกันแต่แท้จริงแล้วทั้งสองปัญหาเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด คอร์รัปชันไม่ใช่แค่เรื่องของการโกงกินเงินแผ่นดินเท่านั้น แต่มันคือตัวการสำคัญที่หยุดยั้งการพัฒนาของประเทศในทุกๆ ด้านทั้งการศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงเศรษฐกิจ เพราะเงินที่ควรจะเอาไปใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนามันรั่วไหลออกไป นโยบายที่ออกมาก็เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ผลกระทบที่ควรจะเกิดไม่เกิดขึ้นจริง เศรษฐกิจจึงซบเซาลงเรื่อยๆ ในขณะที่ปัญหาคอร์รัปชันกลับเพิ่มสูงขึ้นแล้วไทยเรายังมีความหวังอยู่อีกหรือ

ท่ามกลางความสิ้นหวังนี้หากมองให้ลึกซึ้ง เรากลับพบประกายแสงเล็กๆ ที่กำลังส่องสว่างขึ้นในที่มืด และที่น่าแปลกใจคือ ความหวังนี้กลับมาจากสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นข่าวร้ายที่สุดในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับผมแล้ว ข่าวที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆ ข่าวหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา กลับกลายเป็นการให้ความหวัง นั่นคือเรื่องของสำนักงานประกันสังคมที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้งบประมาณในหลายโครงการที่มีความสุ่มเสี่ยง เช่น การเดินทางไปดูงานต่างประเทศด้วยที่นั่งชั้นหนึ่ง การจัดทำปฏิทิน และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีราคาสูง

ข่าวนี้ดูเร็วๆ เหมือนจะซ้ำรอยแผลให้เห็นการไร้ความหวังของไทย แต่จริงๆ แล้ว มันทำให้ได้เห็นโอกาสสำคัญ นั่นคือ การเปิดเผยข้อมูลนำไปสู่การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้จริง

คิดดูดีๆ ว่าในอดีต หน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานก็มีการคอร์รัปชันกัน แต่ไม่มีประชาชนสามารถรู้หรือตั้งคำถามได้เลย ทำกันมานาน และทำกันจนเป็นนิสัย แต่วันนี้เราได้เห็นว่า ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลบางส่วนที่ทำให้ตั้งคำถามต่อการทำงานและใช้งบประมาณของหน่วยงานได้

การเปิดเผยข้อมูลทำให้เกิดเป็นกระแสสังคมที่รุนแรง ประชาชนและสื่อสามารถออกมาทำงานได้อย่าง
เต็มที่ เพื่อตั้งคำถามถึงความสุ่มเสี่ยงการคอร์รัปชัน กระเทือนไปถึงรัฐมนตรีและหัวหน้าหน่วยงานต้องออกมาชี้แจงหลายครั้งภายในช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าสมัยก่อน เราคงไม่ได้เห็นภาพนี้แน่ๆ

มันเป็นการพิสูจน์ว่า การเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นมาตรฐานเป็นก้าวแรกของการต่อต้านคอร์รัปชันจริงๆ

เราได้เห็นภาพ สส. ใช้ข้อมูลจาก ACT Ai ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันร่วมพัฒนาขึ้นมา เพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะและตั้งคำถามการใช้งบประมาณโครงการที่ดูจะมีความสุ่มเสี่ยงต่อการคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็น ผอ.โรงเรียนที่โกงเงินอาหารกลางวันนักเรียนติดคุก เราได้เห็นนายก อบจ. ที่ซื้อเสาไฟฟ้ากินรีราคาแพง ถูกป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และอีกหลากหลายตัวอย่างที่เกิดจากประชาชนที่ตื่นรู้สู้โกง สามารถเข้าถึงข้อมูลเปิดได้ และไม่ยอมให้ใครมาโกง

ความสำเร็จของคดีเหล่านี้ล้วนเกิดจากการที่ข้อมูลถูกเปิดเผยออกมาสู่สาธารณะ แล้วประชาชนทั่วไปอย่างพวกเราได้มีโอกาสเข้าไปเห็น ได้แชร์ต่อ ได้แสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย จนเกิดเป็นกระแสสังคมที่ขยายวงกว้าง แรงกดดันจากสังคมทำให้หน่วยงานตรวจสอบต้องเข้ามาทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว ไม่สามารถเพิกเฉยหรือละเลยได้อีกต่อไป

ประชาชนจะมีพลังมากขึ้นเมื่อข้อมูลของรัฐเปิดกว้างและเข้าถึงได้ง่าย การผลักดันให้เกิด “ข้อมูลเปิด” (Open Data) และ “รัฐบาลเปิด” (Open Government) จะช่วยให้ประชาชนทุกคนสามารถติดตามตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐได้อย่างเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีคนพิเศษหรือหน่วยงานเฉพาะทางเข้าไปตรวจสอบอีกต่อไป ทุกคนสามารถเป็นกลไกในการตรวจสอบได้ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตและความใส่ใจเท่านั้น

การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐไม่ใช่เพียงการสร้างความโปร่งใสเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างกลไกที่ประชาชนจะใช้ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างสังคมที่มีส่วนร่วมในการป้องกันการคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่แค่ตามจับผิดเมื่อเกิดการทุจริตขึ้นแล้ว

อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ในสังคมว่าทุกการใช้จ่ายงบประมาณต้องถูกตรวจสอบได้ ข้าราชการและนักการเมืองต้องพร้อมที่จะตอบคำถามและชี้แจงต่อสาธารณะ การเปิดเผยข้อมูลจะช่วยลดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การทุจริต ทำให้การวางแผนการใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะรู้ว่าประชาชนกำลังจับตามอง

อยากให้ภาพเหล่านี้จุดประกายความหวังว่าเรามีทางออกแล้ว คือการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นมาตรฐานและครบถ้วน เราต้องช่วยกันผลักดันสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ทุกหน่วยงาน ไม่ยอมให้ใครอ้างเหตุผลที่ไม่มีหลักการในการปกปิดข้อมูลได้ ร่วมกันประจานและผลักดันให้รัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องการเปิดเผยข้อมูลให้มากขึ้น

เพราะสิ่งนี้ แม้จะทำให้เราสูญเสียกำลังใจในตอนแรกเมื่อได้เห็นความไม่โปร่งใส แต่มันคือการสร้างความหวังให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง

 

รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
09:34 น. ทบ.แสดงความยินดี นนร.บุณยเกียรติ วังเสนา คว้าเกียรตินิยมเหรียญทอง รร.นายร้อยทหารปืนใหญ่รัสเซีย
09:24 น. โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯ กทม. อนุชา ชี้สัญญาณดีคนกลับมาเลือก ปชป.
09:15 น. ยกระดับสมุดสีชมพูโฉมใหม่ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กสู่ระบบดิจิทัล
09:07 น. รัฐบาลกวาดล้างนอมินี ยึดคืนที่ดิน 49 ไร่ ภูเก็ต-กระบี่-พังงา มูลค่าพันล้าน
08:26 น. โซเชียลคาใจ เมื่อเพจเฟซบุ๊กตำรวจนนทบุรี ประกาศปิดเพจพร้อมกัน หลังโชว์ผลงานจับสิบล้อ
ดูทั้งหมด
อบอุ่นหัวใจ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ควงลูกชาย ฌอน ไซมอน สุดสง่า เข้าเยี่ยมคารวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
อายุเป็นเพียงตัวเลข อ้อม พิยดา ฉลองวันเกิด 51 ปีที่สวิตเซอร์แลนด์
คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน
ภาพจำไม่เคยลืม ร้านกาแฟดัง ย้อนความทรงจำ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จฯ เสวยอาหารเช้า
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 21 มิถุนายน 2569
‘โลกคือละคร’ ของ ‘อนุทิน’
การดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุไทย
เริ่มต้นยังไง?...
สเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยงกับการรักษาโรค (ตอนจบ)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทบ.แสดงความยินดี นนร.บุณยเกียรติ วังเสนา คว้าเกียรตินิยมเหรียญทอง รร.นายร้อยทหารปืนใหญ่รัสเซีย

โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯ กทม. อนุชา ชี้สัญญาณดีคนกลับมาเลือก ปชป.

รัฐบาลกวาดล้างนอมินี ยึดคืนที่ดิน 49 ไร่ ภูเก็ต-กระบี่-พังงา มูลค่าพันล้าน

ชนะต่อเนื่อง!ลูกยางสาวท็อปฟอร์มทุบแคนาดา

อนุชา ลงพื้นที่ เหตุระเบียงอาคารถล่ม ย้ำเป็นอีกบทเรียนที่ ผู้ว่ากทม.คนต่อไป ต้องให้ความสำคัญ

ชาวบ้านฮือไล่ เจ้าอาวาสวัดดัง ซดเหล้าในกุฏิ-มั่วสีกา-เล่นพนัน ขู่ใครแฉจะทำของใส่ให้ตาย

  • Breaking News
  • ทบ.แสดงความยินดี นนร.บุณยเกียรติ วังเสนา คว้าเกียรตินิยมเหรียญทอง รร.นายร้อยทหารปืนใหญ่รัสเซีย ทบ.แสดงความยินดี นนร.บุณยเกียรติ วังเสนา คว้าเกียรตินิยมเหรียญทอง รร.นายร้อยทหารปืนใหญ่รัสเซีย
  • โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯ กทม. อนุชา ชี้สัญญาณดีคนกลับมาเลือก ปชป. โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯ กทม. อนุชา ชี้สัญญาณดีคนกลับมาเลือก ปชป.
  • ยกระดับสมุดสีชมพูโฉมใหม่ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กสู่ระบบดิจิทัล ยกระดับสมุดสีชมพูโฉมใหม่ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กสู่ระบบดิจิทัล
  • รัฐบาลกวาดล้างนอมินี ยึดคืนที่ดิน 49 ไร่ ภูเก็ต-กระบี่-พังงา มูลค่าพันล้าน รัฐบาลกวาดล้างนอมินี ยึดคืนที่ดิน 49 ไร่ ภูเก็ต-กระบี่-พังงา มูลค่าพันล้าน
  • โซเชียลคาใจ เมื่อเพจเฟซบุ๊กตำรวจนนทบุรี ประกาศปิดเพจพร้อมกัน หลังโชว์ผลงานจับสิบล้อ โซเชียลคาใจ เมื่อเพจเฟซบุ๊กตำรวจนนทบุรี ประกาศปิดเพจพร้อมกัน หลังโชว์ผลงานจับสิบล้อ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเครื่องมือวัดเริ่มคลาดเคลื่อน ทบทวน ITA ในบริบทไทย

เมื่อเครื่องมือวัดเริ่มคลาดเคลื่อน ทบทวน ITA ในบริบทไทย

1 เม.ย. 2569

ต้านโกงให้ได้จริง ต้องเปลี่ยนระบบ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคน

ต้านโกงให้ได้จริง ต้องเปลี่ยนระบบ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคน

4 มี.ค. 2569

CPI ไม่ได้มีไว้ลุ้นคะแนน แต่มีไว้ทำความเข้าใจประเทศ

CPI ไม่ได้มีไว้ลุ้นคะแนน แต่มีไว้ทำความเข้าใจประเทศ

4 ก.พ. 2569

จากโกงเป็นเครือข่ายในปี 2568 สู่ทางรอดประเทศไทยในปี 2569

จากโกงเป็นเครือข่ายในปี 2568 สู่ทางรอดประเทศไทยในปี 2569

7 ม.ค. 2569

เมื่อองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันทั้งภูมิภาคมาร่วมวงคุยกันจริงจัง

เมื่อองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันทั้งภูมิภาคมาร่วมวงคุยกันจริงจัง

3 ธ.ค. 2568

หยุดโกงใน 100 วัน (ตอนที่ 2) ถ้ามี ‘คู่มือรัฐบาลที่อยากโปร่งใสจริง’ มันจะดีไหม?

หยุดโกงใน 100 วัน (ตอนที่ 2) ถ้ามี ‘คู่มือรัฐบาลที่อยากโปร่งใสจริง’ มันจะดีไหม?

12 พ.ย. 2568

หยุดโกงใน 100 วัน : จากข้อเสนอ ACT สู่แผนปฏิบัติการจริง

หยุดโกงใน 100 วัน : จากข้อเสนอ ACT สู่แผนปฏิบัติการจริง

1 ต.ค. 2568

ความร่วมมือข้ามพรมแดน: กุญแจสำคัญสู่การต่อต้านคอร์รัปชันในอาเซียน

ความร่วมมือข้ามพรมแดน: กุญแจสำคัญสู่การต่อต้านคอร์รัปชันในอาเซียน

3 ก.ย. 2568

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved