วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง...nn ถือว่า “อ่อนหัด” มากสำหรับการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้การนำของ “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” รมว.ต่างประเทศ....สรุปกันตรงนี้ ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 6 (JBC) ในวันที่ 15 มิถุนายน ที่กรุงพนมเปญ กระทรวงการต่างประเทศของไทย ออกมาแถลงการณ์ซะสวยหรูว่า “การหารือเป็นไปอย่างราบรื่นและฉันมิตร ทั้งสองฝ่ายกล่าวขอบคุณที่การประชุมสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยเน้นย้ำความสำคัญและประสิทธิภาพของ JBC ซึ่งเป็นกลไกทวิภาคีหลักในการเจรจาเขตแดนระหว่างสองประเทศ การประชุมครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงความคืบหน้าในการจัดทำหลักเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งมีความยาวทั้งหมดประมาณ 800 กิโลเมตร และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน”
...nn แต่เรื่องราวกลับโอละพ่อ พลิกจากหน้ามือเป็นฝ่าเท้า หลังเขมร ออกแถลงการณ์ระบุว่า ที่ประชุม JBC ได้มีการตกลงที่จะมีการพูดคุยกันใน4 วาระการประชุม ได้แก่ 1.ทบทวนและเห็นชอบรายงานการประชุมอนุกรรมการร่วมด้านเทคนิคไทย - กัมพูชา (JTSC) ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2567 ที่จังหวัดเสียมราฐ….2.ทบทวนและหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงทีโออาร์ 2546 เกี่ยวกับการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ (Orthophoto Map) 3.หารือและเห็นชอบให้มีการส่งทีมสำรวจร่วมไปทำการสำรวจและกำหนดเขตแดนในพื้นที่จริงระหว่างตำแหน่งที่แน่นอนของจุดผ่านแดนที่ตกลงกันไว้ และ 4.หารือเกี่ยวกับแนวทางการสำรวจพื้นที่ตอนที่ 6 ซึ่งเคยมีการระบุในการประชุม JBC ครั้งที่ 4 และการประชุม JBC สมัยพิเศษในปี 2552
...nn เขมร ยังเน้นย้ำกับฝ่ายไทยว่านับตั้งแต่นี้ไป พื้นที่พิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาทั้ง 4 แห่งดังกล่าว จะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อหรือเป้าหมายการหารือหรือแก้ปัญหาในกรอบการทำงานของ JBC อีกต่อไป....“รัฐบาลกัมพูชายังคงมีนโยบายที่จะต่อต้านการเกิดสงคราม และมุ่งหวังให้มีความร่วมมือที่ดี มิตรภาพ และสันติภาพตามแนวชายแดนกับไทย โดยอ้างอิงถึงเอกสารทางกฎหมายและข้อตกลงในแผนที่ที่มีการระบุใน MOU 2543 ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีการตกลงที่จะใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ร.ศ.122และสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1907 ที่ใช้ในการทำงานเพื่อปักปันเขตแดน” นายฬำ เจีย กล่าว และว่า ทางฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธที่จะใช้แผนที่ที่ทางไทยจัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียวและนำมาใช้ในการอ้างอิง ซึ่งเป็นต้นตอของความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
...nn สรุปสาระสำคัญของแถลงการณ์เขมรก็คือ เขมร “ลักไก่” ว่าไทยยอมรับที่จะใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ทั้งๆ ที่ผ่านมา ฝ่ายไทย ยึดแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ใช้อ้างอิงในการกำหนดเขตแดนมาตลอด
...nn ความแตกต่างของแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 กับ 1:200,000 มีการพูดถึงกันเอาไว้อย่างมากมายขึ้นอยู่กับว่า จะหยิบเอามุมไหนขึ้นมาพูด แต่ทำความเข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ที่ไทยใช้อ้างอิง หมายความว่า 1 เซนติเมตร บนแผนที่จะเท่ากับ 50,000 เซนติเมตร หรือ 500 เมตร ในความเป็นจริง การมีมาตราส่วนที่ละเอียดเช่นนี้ทำให้แผนที่แสดงรายละเอียดของภูมิประเทศได้อย่างชัดเจน เห็นถึงเนินเขา ลำธาร แม้กระทั่งเส้นทางเล็กๆ ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเหมาะสำหรับการกำหนดเขตแดนที่ต้องการความแม่นยำสูง
...nn ขณะเดียวกับที่ แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่เขมรยึดใช้นั้น หมายความว่า 1 เซนติเมตรบนแผนที่เท่ากับ 200,000 เซนติเมตร หรือ 2 กิโลเมตรในความเป็นจริง ส่งผลให้แผนที่ชุดนี้มีรายละเอียดน้อยกว่าแผนที่ไทยถึง4 เท่า แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางกว่า
...nn สรุปสาระสำคัญกันแบบรวบรัดก็คือ ถ้าไทยดันบ้าจี้ตามเขมรโดยยึดแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เพื่อใช้ในการสำรวจเขตแดน เราเสียเปรียบแน่นอน!!
...nn กลับมาที่ท่าทีของ “บัวแก้ว” กระทรวงการต่างประเทศของไทยหลังปล่อยให้เขมรลักไก่ อ้างผลสรุปของการประชุม JBC ว่าไทยยอมรับแผนที่ 1:200,000 ช่วงดึกๆ ของคืนวันที่15 มิถุนายน “บัวแก้ว” เพิ่งจะตื่น ตาลีตาเหลือก ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กของกระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand” โดยโพสต์ข้อความระบุว่า “ตามที่เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างในขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ ขอชี้แจงและยืนยันว่า การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission : JBC) ครั้งที่ 6 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 มิถุนายน 2568 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อบ่ายวันนี้ (15 มิถุนายน 2568) มิได้มีการหารือในประเด็นที่กัมพูชาจะนำพื้นที่ 4 จุด เข้าสู่การพิจารณาของ International Court of Justice (ICJ) โดยมิได้มีการหารือประเด็นแผนที่ 1:200,000 คณะกรรมการปักปันสยาม-อินโดจีน ตามที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างแต่อย่างใด”
...nn และต่อมา เวลา 22.30 จึงได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า “ฝ่ายไทยแสดงความผิดหวังเป็นอย่างยิ่งต่อการที่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ยอมร่วมมือกับไทยในการแก้ไขปัญหา เฉพาะและลดความตึงเครียดระหว่างกัน แต่ยังเดินหน้านำเรื่องพื้นที่ 4 จุด (พื้นที่ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย) ไปสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายกัมพูชาขาดความตั้งใจจริงในการใช้กลไกทวิภาคีต่างๆ ในการนี้ ประธานฝ่ายไทยได้ย้ำท่าทีไทยตอบโต้ทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหาดังนี้ 1.การดำเนินการของไทยเป็นไปโดยความจำเป็นตามหลักการป้องกันตัว จากการที่ถูกฝ่ายกัมพูชาโจมตีก่อน และเป็นไปอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ 2.ไทยแสดงความผิดหวังที่ฝ่ายกัมพูชาเลือกที่จะปิดประตูการเจรจาอย่างสันติใน 4 พื้นที่ โดยท่าทีของรัฐบาลไทยมาโดยตลอด ได้เน้นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาระหว่างกันแบบทวิภาคี และบทบาทที่สำคัญของ JBC ในการทำให้มีเขตแดนชัดเจนระหว่างกัน เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย 3.ไทยย้ำถึงความสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องยึดมั่น MOU 2543 ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้เห็นชอบร่วมกับไทย โดยไม่ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของเขตแดน ไม่รุกล้ำเขตแดนระหว่างกัน และทั้งสองฝ่ายจะต้องใช้ความอดกลั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย 4.ทั้งสองฝ่ายจะต้องหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่จะนำไปสู่ความเข้าใจผิดและขัดแย้งในวงกว้าง และย้ำถึงความสำคัญของการใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีอื่นๆ ในการช่วยแก้ปัญหาด้วย ทั้งนี้ การประชุมไม่ได้มีการหารือในประเด็นที่กัมพูชาจะนำพื้นที่ 4 จุด เข้าสู่การพิจารณาของ ICJ และมิได้มีการหารือประเด็นแผนที่ 1:200,000 คณะกรรมการปักปันสยาม-อินโดจีน ตามที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างแต่อย่างใด การประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือในประเด็นเทคนิคในการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 2 ของการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตามแผนแม่บทฯ ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนกันยายน 2568”
...nn กระทั่งเช้าวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา “อิ๊งค์” จึงนั่งไม่ติดเรียกประชุมด่วนเพื่อรับมือเขมร !!...nn
คชสีห์

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจ กรณีพิเศษ จำนวน 79 ราย
เดือดเกินต้าน! เจ้าของสตาร์บัคส์ โคเรีย ก้มหัวขอโทษปชช. ปมทำแคมเปญเขย่าฝันร้ายคนเกาหลี
กรมการปกครอง กวาดบ้านตัวเอง พบฉี่ม่วง 47 นาย สั่งให้พ้นจากตำแหน่งทันที
ครอบครัว ‘บุญญามณี’ ส่งต่อสะพานบุญ มอบเงินงานศพทั้งหมดกว่า 5 ล้านให้ รพ.สงขลานครินทร์
กล้าธรรม ยันไม่อุ้ม ชนนพัฒฐ์ ยึดเจตนารมณ์กฎหมาย เชื่อปิดสภาเดือน ก.ค. พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี