วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามใช้ ITA (Integrity and TransparencyAssessment) หรือ “ดัชนีวัดคุณธรรมและความโปร่งใส” เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบและกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐมีความโปร่งใสมากขึ้น ทั้งยังให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ประเด็นที่ 21 เรื่องการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI: Corruption PerceptionsIndex) ของประเทศในระยะยาว
การประเมิน ITA ดำเนินการโดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะถูกประเมินในด้านเอกสาร ขั้นตอนการทำงาน และความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ภายใน รวมทั้งเสียงสะท้อนจากผู้รับบริการ โดยมีการเก็บข้อมูลออกเป็น 3 ส่วน คือ 1) การประเมินจากบุคลากรภายใน (Internal Integrity and TransparencyAssessment: IIT) 2) การประเมินจากผู้รับบริการ (External Integrity and Transparency Assessment : EIT) และ 3) การประเมินการเปิดเผยข้อมูล (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT)
หากดูเพียงตัวเลข ITA ดูเหมือนประเทศไทยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแบบ Amazing Thailand ตามความพยายามที่ทุ่มเทที่อยากจะโปร่งใส จากเว็บไซต์สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ของ ป.ป.ช. ระบุว่า คะแนน ITA เฉลี่ยของประเทศเพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2568 ได้คะแนนถึง 93.82 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ “ผ่านดี” เกือบทุกมิติ แต่เมื่อลองเปรียบเทียบกับ CPI (Corruption PerceptionsIndex) ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนการรับรู้การทุจริตที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) กลับพบความย้อนแย้งว่าในช่วงตลอด 5 ปีที่ผ่านมาคะแนน CPI ของไทยแทบไม่ขยับจาก 35-36คะแนน และในปี 2567 ยังลดลงเหลือ 34 คะแนน รั้งอันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศ พูดง่ายๆ คือ สอบตกซ้ำซ้อน
ความย้อนแย้งนี้นำไปสู่คำถามสำคัญว่า ทำไม ITA ของไทยจึงออกมาสวยหรู แต่ประสบการณ์จริงของประชาชนและภาพลักษณ์ในสายตานานาชาติกลับตรงกันข้ามกันขนาดนี้?
“เมื่อตัวเลขที่ดูดี สวนทางกับความเป็นจริงที่น่ากังวล”
จากข้อมูลที่เพจ “data viz”นำเสนอภาพสรุปข้อมูลการประเมินคะแนน ITA ปี 2568 หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับการประเมินกว่า 8,000 หน่วยงานนั้น มีหน่วยงานที่ได้คะแนนมากกว่า 90 คะแนนเต็ม 100 คะแนนมากถึงกว่า 6,000 หน่วยงาน (คิดเป็นร้อยละ 82%) และมีถึง 9 หน่วยงานที่ได้ 100 คะแนนเต็ม นี่สะท้อนถึงความโปร่งใสที่สมบูรณ์แบบในเชิงตัวเลข แต่เมื่อพิจารณาข่าวสารและเหตุการณ์การทุจริตที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยกลับพบว่า สถานการณ์จริงกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง…
อาคาร 2 พันล้าน ของ สตง. ถล่ม หลังเหตุแผ่นดินไหว
หากยังพอจำกันได้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ได้ทำให้เกิดความเสียหายหลายจุดในประเทศไทย แต่สิ่งที่สร้างความตกตะลึงคือ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างในกรุงเทพฯ กลับเป็น อาคารแห่งเดียวที่พังถล่มลงมา สร้างข้อกังขาว่าโครงการก่อสร้างที่ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลนั้นมีความโปร่งใสจริงหรือไม่ ทั้งที่หน่วยงานนี้เองมีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบความสุจริตของรัฐเสียด้วยซ้ำ และการประเมิน ITA ในปี 2568 สตง. ก็ได้คว้าอันดับ 1 องค์กรอิสระโปร่งใสสูงสุด ด้วย 94.64 คะแนน
นายก อบจ. มุกดาหาร เรียกรับสินบนจากคู่สัญญา
เพียงไม่กี่วันหลังประกาศผลการประเมิน ITA ก็มีข่าวดังว่า นายก อบจ. แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าจับกุม พร้อมเงินสดจำนวน 200,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เรียกรับจากผู้รับเหมาที่เป็นคู่สัญญา โดยมีการข่มขู่ว่าหากไม่จ่ายส่วนนี้ จะถูกกลั่นแกล้งให้ตรวจสอบว่าโครงการก่อสร้างที่ทำเสร็จแล้วนั้นไม่ได้มาตรฐานและไม่อนุญาตให้เบิกจ่ายงบประมาณจากรัฐ
เหตุการณ์จริงเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า หากเครื่องมือการประเมินไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงได้ เราจะยังใช้ข้อมูลเหล่านั้นเป็นหลักในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้จริงหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น การที่ภาครัฐมุ่งยึดติดกับคะแนน ITA ที่สูงขึ้นทุกปี อาจกลายเป็นดาบสองคม สร้างเพียงภาพลวงว่ารัฐโปร่งใส แต่ละเลยปัญหาที่ฝังรากลึกในโครงสร้างราชการและระบบอำนาจ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คะแนน CPI ของไทยไม่ขยับ และยังบั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
มุ่งแก้ไขเชิงระบบ ไม่ใช่แค่ตัวเลข
สิ่งที่หน่วยงานภาครัฐควรทำไม่ใช่เพียง “รักษาคะแนน ITA ให้สูง” แต่ต้องหันกลับมาทบทวนว่าตัวชี้วัดที่มีอยู่สะท้อนความจริงได้เพียงใด ผู้เขียนขอเสนอแนวทางการปรับปรุงเพื่อยกระดับเครื่องมือให้มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากขึ้น ดังนี้
ส่วนที่ 1 การปรับปรุงคุณภาพการประเมิน IIT และ EIT ควรสร้างกลไกการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาได้โดยไม่มีความกังวลหรือ “เกรงใจเจ้านาย” นอกจากนี้ ควรเพิ่มช่องทางการเก็บข้อมูลที่หลากหลายที่ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากการร้องเรียนเรื่องส่อทุจริตหรือความไม่โปร่งใสในการดำเนินการต่างๆ ระหว่างหน่วยงานกับประชาชน หรือการใช้ข้อมูลจากหน่วยงานอิสระที่ตรวจสอบการทุจริต ซึ่งแตกต่างจากการประเมิน EIT ที่ใช้วิธี “สุ่มตัวอย่าง” และ “แบบสอบถาม” ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่ได้อาจไม่สามารถสะท้อนปัญหาที่แท้จริง และผู้ตอบอาจให้ข้อมูลที่เป็นบวกเพราะไม่ได้มีประสบการณ์เชิงลบที่ชัดเจน หรือคำถามอาจไม่ได้ครอบคลุมประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน ดังนั้นการใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง จากเหตุการณ์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามเจอโดยตรง จะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สะท้อนปัญหาที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าการประเมินแบบสำรวจแบบที่มีอยู่
ส่วนที่ 2 การเปลี่ยนเกณฑ์ประเมิน OIT สู่มาตรฐานสากล ควรเปลี่ยนเกณฑ์การประเมินจากแค่ “การมี” เป็น “การใช้ข้อมูลได้จริง” โดยยึดหลักการสากล Open Government Data ของ OECD โดยพิจารณาว่าข้อมูลที่เปิดเผยนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ และเป็นข้อมูลที่ทันสมัย สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและภาคประชาสังคมในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณหรือการดำเนินงานของภาครัฐได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ติดป้ายประกาศเชิงสัญลักษณ์อย่างนโยบาย No gift policy ที่ไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง แต่มีแค่ประกาศไว้ก็ผ่านเกณฑ์ประเมินแล้ว
สุดท้ายนี้ คะแนน ITA ที่สวยหรูของไทยวันนี้อาจทำให้เราดูเหมือนเป็นรัฐที่โปร่งใส แต่ความเป็นจริงที่สะท้อนจากผลคะแนน CPI และประสบการณ์จริงของประชาชน กลับสะท้อนว่าเครื่องมือวัดความโปร่งใสของรัฐไทยยังคงเป็นเพียงภาพลวงตาแห่งความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐที่สร้างขึ้นบนกระดาษ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “แบบประเมิน” เพียงอย่างเดียว แต่คือโครงสร้างอำนาจและวัฒนธรรมการทำงานที่เอื้อให้เกิดการทุจริต
หากรัฐยังคงใช้ ITA เป็นเพียงเครื่องประดับทางภาพลักษณ์ และไม่กล้าแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ตั้งแต่การสร้างความโปร่งใสด้วยการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ประเทศไทยของเราก็จะยังติดกับดัก “Made in Thailand ความโปร่งใสที่รัฐผลิตขึ้นเองเพื่อโชว์ แต่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและแก้ไขรากเหง้าของการคอร์รัปชันได้เลย”
แหล่งอ้างอิง (References)
1.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.). (2568). ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. สืบค้นเมื่อ 29 สิงหาคม 2568, จาก https://itas.nacc.go.th/report/rpt0202?IsPublic=True
2.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.). (2565). คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA). สืบค้นเมื่อ 29 สิงหาคม 2568, จาก https://nacc.go.th/categorydetail/2020091618461168/20220627144705
https://www.facebook.com/share/p/1AakwntukF/
https://www.facebook.com/share/p/1FxMgafJgo/
https://www.facebook.com/share/p/1GiSeoa2sm/
รักษ์ป่า อู่สุวรรณ

โรนัลโด้ อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีออกจากซาอุฯ มุ่งหน้ามาดริด
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
โซเชียลแห่แชร์ ทรัมป์ มีแผลผื่นแดงหนารอบลำคอ แพทย์ประจำตัวแจงไม่ใช่โรคร้ายแรง
อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน
ทั่วโลกจับตา! เปิดตัวเต็ง ว่าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนใหม่ หลังสิ้นสุดยุคคาเมเนอี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี