วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมการเมืองในประเทศไทยช่วงนี้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าถ้าพลาดอ่านข่าวเช้ามาอ่านข่าวเย็นคงต้องตั้งสติกันสักพักว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล มีนายกฯ คนใหม่ มาจนถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อปลายเดือนกันยาฯ ที่คำแถลงนโยบายของรัฐบาลค่อนข้างจะ “สั้น” น่าจะพอๆกับอายุรัฐบาล ทำให้การนำเสนอนโยบายต่างๆ ก็ค่อนข้างจะต้อง “โฟกัส” ไปยังจุดที่รัฐบาลมองว่าประเทศกำลังมีปัญหา แต่ก็ยังดีที่มีการระบุไว้ถึงการรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้ใช้กฎหมายเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ควบคู่กับการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง รวมถึงการเร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สิ่งที่ต้องติดตามดูต่อจากนี้ คงจะเป็นว่าจากตัวหนังสือในกระดาษรัฐบาล นายกฯอนุทินจะสามารถดำเนินการได้ตามที่แถลงไว้ได้แค่ไหน…
ผ่านจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลไปได้ไม่กี่วัน ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับการใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่เพราะสืบเนื่องจากประเด็นที่มีการอภิปรายในสภาก็มีข่าวว่าท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่ง จะฟ้องร้องดำเนินคดีผู้อภิปราย และได้ฟ้องร้องสื่อมวลชน นักวิชาการและผู้ที่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเนื่องจนทำให้ “ท่าน” รัฐมนตรีเสียหาย ไปแล้วกว่า 270 คดีใน 2 จังหวัด เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันนับจากรัฐบาลมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน ในด้านหนึ่งก็คงเป็นสิทธิของ “ท่าน” ที่จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้ชื่อเสียงเสียหายหากข้อมูลเหล่านั้นเป็นเท็จ แต่หากพิจารณาในอีกด้านหนึ่ง ในฐานะที่ “ท่าน” เป็นนักการเมืองที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่รับใช้ประชาชน การถูกตรวจสอบและตั้งคำถามจากสังคม การถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยข้อมูลข้อสงสัยย่อมเป็นสิ่งที่สังคมควรทำได้ตามกฎหมาย และการต้องตอบสังคมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นความไว้วางใจว่า “ท่าน” มีความโปร่งใสก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ “ท่าน”ควรทำไม่ใช่หรือ ?
มาดูเรื่องการรักษาหลักนิติธรรมกันบ้าง เมื่อสัปดาห์ก่อนสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยจัดงาน “The Rule of Law Forum ครั้งที่ 3” ให้เป็นเวทีสาธารณะที่ภาคส่วนต่างๆ จะได้นำเสนอมุมมองและแนวทางการยกระดับหลักนิติธรรมของประเทศ โดย 4 องค์กรภาคเอกชน (สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ต่างเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยกำลังขาด “หลักนิติธรรม” มีกฎระเบียบมาก แต่มีการใช้ดุลพินิจมากเช่นกัน อีกทั้งยังมีช่องว่างให้เกิดคอร์รัปชันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อมั่นไม่ลงทุน แม้ว่าในงานเดียวกันท่านนายกฯ ได้มาย้ำถึงความสำคัญของการมี “หลักนิติธรรม” เพราะเป็นรากฐานสำคัญของความยุติธรรมและการพัฒนา“หลักนิติธรรม” ไม่ใช่แค่ตัวบทกฎหมายแต่เป็นวัฒนธรรมที่เป็นธรรมและตรวจสอบได้แต่ก็ต้องติดตามต่อไปว่าการรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดและการขจัดการทุจริตตามคำแถลงนโยบายของรัฐบาลจะทำได้จริงหรือไม่ ยิ่งเมื่อสังคมตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับประเด็นที่ดินเขากระโดง การเลือกตั้ง สว. การใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการให้เป็นคนของตัวเองใกล้-ก่อนจะยุบสภา จนไปถึงความโปร่งใสของรัฐมนตรีแต่ละท่านในรัฐบาลอนุทิน
นอกเหนือจากประเด็นปัญหาด้าน “หลักนิติธรรม” –“คอร์รัปชัน” ก็มาแรงไม่แพ้กัน ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เปิดโปง 6 รูปแบบคอร์รัปชันในงานเดียวกัน ซึ่งทั้ง 6 รูปแบบนั้นประกอบด้วยการเรียกรับสินบนเพื่อออกใบอนุญาต การทุจริตในการก่อสร้างภาครัฐ ใช้ทรัพยากรรัฐและกฎหมายเอื้อประโยชน์-ปกป้องพวกพ้อง การไม่เปิดเผยข้อมูลและการมีระบบอุปถัมภ์ใช้เส้นสายเลื่อนตำแหน่ง ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกเพศทุกวัยจะคุ้นเคย 6 พฤติกรรมเหล่านี้ เพราะไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาในทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่รู้ทำไมรัฐบาลไหนๆ ที่บอกจะแก้ก็แก้ไม่ได้สักที
แต่การฝากความหวังไว้ที่รัฐบาลอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ เพราะในสัปดาห์เดียวกันก็มีงานที่ได้รวมกลุ่มคนทำงานเพื่อสังคม ในงาน“Good Society Day 2025 Siam สนามลองดี” จัดโดย มูลนิธิเพื่อคนไทย ร่วมมือกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นงานที่เชิญชวนทุกคนมาร่วมกัน “ลองสร้างสังคมดี” ผ่านความสนใจและความถนัดของแต่ละคนในประเด็นที่หลากหลาย เช่น การศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ธรรมาภิบาลมีทั้งเกม เสวนา เวิร์กช็อป ที่น่าสนใจมากมาย (สามารถเข้าไปดูภาพกิจกรรมย้อนหลังที่ Facebook: Good Society) เรียกได้ว่าเป็นงานเติมพลัง เติมไฟของแท้เพราะการสร้างสังคมดีเริ่มได้ทันที ท่ามกลางปัญหาก็ยังคงมีคน-กลุ่มคนที่พยายามแก้ปัญหาและส่งเสียงอยู่เสมอ เพราะถ้ารอรัฐบาล ไม่รู้ว่าต้องเปลี่ยนอีกกี่ครั้งถึงจะได้สังคมดี
ณัฐภัทร เนียวกุล

แผ่นดินไหวเมียนมา! ขนาด 5.9 ลึก 10 กม. ห่างเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 259 กม.
หวานซ่อนแซ่บ! เบียร์ เดอะวอยซ์ สลัดผ้าสวมบิกินีสีชมพูเว้าสูงปรี๊ด
บีบหัวใจแม่! ลูกสาวเหยื่อเครนมรณะที่โคราช เผยที่สุดท้ายพาแม่ไปไหว้ปู่ศรีสุทโธคำชะโนด
ระทึก! ไฟไหม้ท่อยางน้ำทิ้ง สะพานภูมิพลฯ ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย (มีคลิป)
‘ศุภจี’ นำทัพ ‘ภูมิใจไทย’ หาเสียง ‘ตลาดโชคชัย4’ พ่อค้า-แม่ค้า-ปชช.ให้กำลังใจสานงานต่อ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี