วิวัฒนาการของสภาผู้แทนราษฎรไทยนั้น มีทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่นั้นส่วนมากได้มีบันทึกเล่าขานแล้ว แต่ไม่ใช่จะทุกเรื่องยิ่งเรื่องเล็กที่เป็นเกร็ดน่ารู้มักถูกมองข้าม
กรณีหนึ่งที่อาจเป็นเรื่องเล็ก เพราะเป็นเรื่องของผู้แทนราษฎรคนสองคนเท่านั้นที่ขอลาออกเพราะสภาฯมีมติขึ้นเงินเดือนตัวเองผู้แทนราษฎรที่ว่านี้มีด้วยกัน 2 คน ท่านแรกนั้นถึงทุกวันนี้ก็มีผู้คนยังจำชื่อท่านได้ เพราะท่านเล่นการเมืองบ้างเลิกเล่นการเมืองบ้างตามสถานการณ์และโอกาส ตำแหน่งสุดท้ายและสำคัญทางการเมืองคือท่านได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรีหัวหน้ารัฐบาลของประเทศในพ.ศ. 2518 อีกท่านหนึ่งเป็นผู้แทนราษฎรมาจากต่างจังหวัด แต่เป็นจังหวัดใหญ่และมีความสำคัญมากจังหวัดหนึ่งใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือจังหวัดนครราชสีมา บุคคลผู้นี้ได้แก่ ร.ท.สัมพันธ์ ขันธะชวนะนักหนังสือพิมพ์ชื่อดังสมัยก่อน
มาดูเส้นทางการเมืองของหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช กันบ้าง ท่านลงเล่นการเมืองครั้งแรก ได้เป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดพระนคร สังกัดพรรคก้าวหน้าของท่านเอง ในการเลือกตั้งครั้งที่ 4 ของไทย เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2489 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สภาฯสมัยนั้นรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ ควง อภัยวงศ์ เมื่อมีการรัฐประหารในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ล้มรัฐบาลหลวงธำรงฯ ท่านก็พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้นมีการเลือกตั้งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2491 ท่านก็ได้รับเลือกตั้งกลับเข้าสภาฯอีกเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนคร โดยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากการเลือกตั้ง นายควง อภัยวงศ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เป็นอยู่ได้ถึงเดือนเมษายนปีเดียวกัน ทหารจากคณะรัฐประหารก็มาจี้นายกรัฐมนตรีให้ลาออก รัฐบาลที่เป็นต่อมาก็คือรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เรื่องการขึ้นเงินเดือนผู้แทนราษฎรเพิ่มพิเศษนี้เป็นต้นเหตุให้หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมชและร.ท.สัมพันธ์ ขันธะชวนะ ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2491 ดังที่ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์ บันทึกไว้ว่า ใบลาของผู้แทนทั้งสองนี้มีความตอนหนึ่งว่า
“ตามที่สภาผู้แทนฯได้ลงนามให้จ่ายเงินเพิ่มแก่สมาชิกสภาผู้แทนฯ เดือนละ 1,000 บาท นั้น ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไว้วางใจของประชาชนได้ต่อไปอีก จึงขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน”
หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ลาออกจากการเป็นผู้แทนราษฎรได้ประมาณสองเดือนครึ่งนายกรัฐมนตรีจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ปรับคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2491 โดยหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่ได้ถูกต่อต้านจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคน มีการอภิปรายว่าท่านได้เคยลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพราะประท้วงการขึ้นเงินเดือนแล้วจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกหรือ ผลของการอภิปรายเล่นงานในสภาฯ ครั้งนี้ ทำให้หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ต้องยอมลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี
แต่เส้นทางทางการเมืองของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช มิได้จบลงเพียงเท่านี้กระทั่งมีเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ท่านจึงกลับเข้าสนามการเมืองอีกครั้ง โดยท่านได้ตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคกิจสังคมที่ตัวท่านเองเป็นหัวหน้าพรรคนำพรรคลงสู่สนามเลือกตั้งในการเลือกตั้ง พ.ศ.2518 ผลของการเลือกตั้งพรรคกิจสังคมของท่านได้เสียงเพียง 18 เสียงนับเป็นพรรคอันดับที่ 5 ในการเลือกตั้งครั้งนั้น แต่เมื่อพรรคที่ได้เสียงอันดับที่หนึ่งคือพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลและแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้รับความไว้วางใจจนต้องพ้นจากตำแหน่งไป หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ได้รับความสนับสนุนจากสภาฯให้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจึงสามารถตั้งรัฐบาลอยู่มาได้ประมาณหนึ่งปีก็ได้ยุบสภาเปิดทางให้มีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้งในตอนต้นปีพ.ศ. 2519 แต่น่าเสียดายว่าตัวท่านเองแพ้เลือกตั้งที่เขตดุสิต จังหวัดพระนคร
นี่คือเรื่องราวเล็กๆเรื่องหนึ่งในชีวิตการเมืองของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
นรนิติ เศรษฐบุตร

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี