วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะถูกกล่าวหาให้พ้นจากสมาชิกภาพนั้นปกติมีอยู่ไม่มาก กรณีที่นายฉ่ำ จำรัสเนตร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกันจำนวน 7 คนร้องต่อประธานสภาฯว่านายฉ่ำ เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2493 จนเป็นเหตุให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องส่งเรื่องให้ตุลาการรัฐธรรมนูญพิจารณาตัดสิน จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ
ฉ่ำ จำรัสเนตร เป็นคนเมืองนครศรีธรรมราช มีอาชีพเป็นครูมาก่อน ลงสมัครรับเลือกตั้ง
ครั้งแรกของไทยในปี 2476 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง จนกระทั่งในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 เมื่อปี 2480 ฉ่ำ จำรัสเนตร จึงได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช และได้รับเลือกตั้งซ้ำอีกในปี 2481 จากนั้นก็เว้นไป กลับมาได้รับเลือกตั้ง อีกเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2491 ในช่วงนี้นั่นเองที่ ฉ่ำ จำรัสเนตร ถูกร้องว่าเป็นผู้วิกลจริต โดย เรื่องราวที่พอสรุปได้ดังนี้
1.นายฉ่ำชอบพูดนอกประเด็นและเอะอะ ในที่ประชุมสภา แม้ประธานสภาห้ามก็ไม่ฟัง จนต้องให้ตำรวจมาพาตัวออกไป แต่ยังต่อสู้กับตำรวจสภาด้วย
2.เมื่อมีความไม่พอใจประธานสภาฯ นายฉ่ำ เคยเอาลูกฟุตบอลมาเขียนเป็นรูปหน้าประธานสภา แล้วเอาลูกบอลนั้นมาเตะเล่นที่หน้าสโมสรรัฐสภา
3. บางครั้งนายฉ่ำได้ถอดเสื้อผ้า เหลือแต่กางเกงใน แล้วออกไปยืนกลางแดดชี้มือไปที่ท้องฟ้า แสดงอาการว่ากินดาว กินเดือน กินพระอาทิตย์ หรือกินพระจันทร์
นอกจากนี้ นายฉ่ำ จำรัสเนตร ยังเคยไปตะโกนด่าประชาชนที่มาร้องทุกข์ที่กระทรวงมหาดไทยว่าเป็นคอมมิวนิสต์บ้าง และขู่ว่าจะเอาไปยิงทิ้งบ้าง จนเกิดทะเลาะชกต่อยกันกับประชาชน หรือไปยืนปราศรัยที่สี่แยกเสาชิงช้าว่าจะแบ่งแยกการปกครองของไทยออกเป็น 3 ภาค
ในการพิจารณา ตุลาการรัฐธรรมนูญได้ เชิญนายแพทย์ ฝน แสงสิงแก้ว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาธนบุรี มาให้ความเห็นในทางการแพทย์ ซึ่งในกรณีของนายฉ่ำนี้หมอฝนให้ความเห็นว่าที่คนไข้แสดงอาการแปลกๆ ที่คนอื่นไม่ทำแค่นั้น อาจจะเป็นคนวิกลจริตหรือไม่เป็นคนวิกลจริตก็ได้ เพราะว่าอาจจะเป็นการกระทำเพื่อเรียกร้องความสนใจก็ได้ ความเห็นของนายแพทย์ฝนจึงยังก้ำกึ่งกันอยู่ไม่ชี้ไปทางใดทางหนึ่ง
คณะตุลาการรัฐธรรมนูญจำนวน 5 ท่าน ประกอบด้วย พระมนูเวทย์วิมลนาท เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ พระยาศรีวิสารวาจา พระยาอัชราชทรงสิริและพระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ พิจารณาแล้วได้ลงมติโดยเสียงข้างมากว่านายฉ่ำ จำรัสเนตรมิได้เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบแต่อย่างใด ดังนั้น นายฉ่ำจึงไม่ต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถูกวินิจฉัยว่าไม่วิกลจริต นายฉ่ำจึงสามารถเป็นผู้แทนฯต่อมา จนกระทั่งเกิดการรัฐประหาร 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 นายฉ่ำ ต้องพ้นจากสมาชิกภาพรัฐสภา เพราะการรัฐประหารและล้มรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2494 ต่อมา เมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2495 นายฉ่ำไม่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎร ท่านสามารถกลับมาเป็นผู้แทนราษฎรได้อีกครั้งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 อยู่มาได้เพียงถึง วันที่ 16 กันยายน ปีเดียวกัน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้นำทหารยึดอำนาจล้มรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม และล้มสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับ จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2500 ซึ่งนายฉ่ำ จำรัสเนตร ก็ได้รับเลือกตั้งกลับเข้าสภาฯอีกครั้งหนึ่ง และเป็นผู้แทนฯเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ได้จนกระทั่งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจซ้ำในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 ซึ่งมีผลยกเลิกทั้งรัฐธรรมนูญและล้มสภาผู้แทนราษฎร นายฉ่ำ จึงต้องพ้นจากตำแหน่งผู้แทนราษฎรไปอีกครั้ง และจบบทบาททางการเมืองไป อีก 10 ปีต่อมา แม้จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ปรากฏว่านายฉ่ำ ได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกเลย โดยนายฉ่ำได้มีชีวิตยืนยาวอยู่ต่อมาจนถึง พ.ศ. 2521
ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร

'กรมสมเด็จพระเทพฯ' เสด็จฯ บำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'
'เลขาฯภูมิใจไทย'แจงครหา'บ้านใหญ่' ในมุมมองคือพลังที่มีศักยภาพ ทำงานเพื่อประชาชน
ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 18 มกราคม 2569
'พล.อ.บุญสิน'ปัดข่าวเตือนอดีตผู้บังคับบัญชา ชี้ข้อมูลเท็จหวังปั่นแตกแยก
กัมพูชาไม่หยุดป่วนหลังเลือกตั้ง 'ดุลยภาค'ชี้ไทยต้องการผู้นำเน้นมั่นคง ยก'อนุทิน'รัฐแข็งแรง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี