วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อปี พ.ศ. 2568 ผ่านไป แต่เหตุการณ์และภารกิจโลกยังคงดำเนินต่อไปในปี พ.ศ. 2569 เปรียบเสมือนการวิ่งผลัด ที่มีการส่งมอบไม้สั้น(Baton) จากคนก่อนหน้าไปยังคนต่อไป
ในไม้ผลัดระหว่างปี 2568-2569 นี้ ก็ยังเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่บ่งบอกถึงความขัดแย้งชิงดีชิงเด่น และเผชิญหน้าเป็นศัตรูกัน ทั้งในเรื่องอุดมการณ์ ระบบความเชื่อถือ แสนยานุภาพทางทหารและความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปจนถึงความเห็นต่างในเรื่องความเป็นมาเกี่ยวกับโลกร้อนและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ทั้งหมดนี้ บ่งบอกว่ามนุษย์ยังมีความคุ้นชินกับการเป็นศัตรูกันและกัน มากกว่าการที่จะคิดอ่านหาหนทางที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อะลุ้มอล่วยถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกันและกันแม้ประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวที่ถูกโจมตีด้วยระเบิดปรมาณู จนมีอาการผวาการสงคราม หันไปในทางใฝ่สันติ และปฏิเสธการผลิตหรือครอบครอง รวมทั้งการนำเข้าซึ่งอาวุธนิวเคลียร์มาร่วม 80 ปีแล้ว แต่มาบัดนี้เรากลับได้เริ่มเห็นความแตกแยกในสังคมญี่ปุ่น ระหว่างพวกสันตินิยม (ปฏิเสธอาวุธนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง) กับกลุ่มฝักใฝ่ในเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ (สะสมอาวุธไว้เตรียมพร้อมรับมือสงครามในอนาคต-ญี่ปุ่นต้องมีขีดความสามารถในการป้องกันตัวเองด้วยอาวุธนิวเคลียร์)
เมื่อหันไปดูโลกกว้าง ล่าสุด ประเทศปากีสถานซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ก็ได้หันไปกระชับความสัมพันธ์ความมั่นคงกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีนัยว่าปากีสถานจะช่วยปกป้องคุ้มครองซาอุดีอาระเบียด้วยแสนยานุภาพทางทหารของตน ซึ่งต่อมาอีกไม่นาน ปากีสถานและบังกลาเทศก็ได้เริ่มเจรจากระชับความร่วมมือทางด้านความมั่นคงและกิจการทหาร ซึ่งมีนัยของการขนาบ ตีล้อมอินเดีย คู่อริของปากีสถาน ทั้งทางด้านตะวันตกและตะวันออกของอินเดีย
ขณะเดียวกัน จีนก็เตือนชาวโลกเป็นระยะๆว่า มีความประสงค์ที่จะรวมจีนแผ่นดินใหญ่กับจีนเกาะไต้หวันเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้จะต้องใช้กำลังก็ตาม อีกทั้งจีนก็ยังยืนกระต่ายขาเดียวว่า ทั้งทะเลจีนตอนใต้ และทะเลจีนตะวันออก เป็นของจีนเกือบทั้งหมดแต่ผู้เดียว แถมจีนยังไม่ลดละที่จะบอกกล่าวต่อชาวโลกว่า อาณาบริเวณทางมณฑลทิเบตทางตอนใต้ ซึ่งประกอบด้วย เนปาล ภูฏาน และพื้นที่หลายๆ จังหวัดทางตอนเหนือ ตามรอยต่อพรมแดนจีน-อินเดียนั้นเป็นของจีนทั้งหมด
ส่วนทางอีกฟากโลกหนึ่งคือ แถบตะวันตก(Western Hemisphere) หรือนัยหนึ่งทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งถือเป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐอเมริกา ที่สหรัฐฯ จะไม่ยินยอมให้ประเทศหนึ่งใดนอกบริเวณดังกล่าวเข้ามาแทรกแซงยุ่มย่ามเป็นอันขาด อีกทั้งฝ่ายสหรัฐฯก็จะไม่ยินยอมให้ประเทศหนึ่งใดในแถบตะวันตกนี้มาตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐฯ เช่น เวเนซุเอลาและก่อนหน้านี้คิวบา เป็นอันขาด และสหรัฐฯก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมรัฐบาลในอเมริกาใต้และในทะเลแคริบเบียน ให้มีความคิดอ่านไปในทิศทางเดียวกับสหรัฐฯ และไม่เอาด้วยกับรัฐบาลปีกซ้ายหรือสังคมนิยมใดๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนั้น สหรัฐอเมริกาก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะเข้าไปยึดครองหรือมีอิทธิพลเหนือเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเดนมาร์ก เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่ต้องการต่อต้านอิทธิพลของจีนและรัสเซีย โดยล่าสุดฝ่ายสหรัฐฯ ได้ส่งผู้แทนพิเศษไปประจำที่เกาะกรีนแลนด์ ทั้งนี้ ความคิดอ่านของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าแคนาดาควรจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา ก็ยังค้างคาอยู่แม้ว่ารัฐบาลและชาวแคนาดาจะออกมาคัดค้านอย่างใหญ่หลวง แต่ฝ่ายประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดดังกล่าว
ในขณะเดียวกัน อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ก็ยังยึดมั่นถือมั่นกับการสนับสนุนและค้ำจุนยูเครนให้ต่อกรกับฝ่ายรัสเซียไปเรื่อยๆ โดยไม่คำนึงถึงสภาพความเป็นจริงว่าฝ่ายรัสเซียนั้นยังแข็งแกร่ง และมีความ “อึด” มากกว่าฝ่ายยูเครนอยู่มาก และการคว่ำบาตรรัสเซียโดยไม่ซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย เป็นการบั่นทอนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของฝ่ายสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการสะท้อนซึ่งการใช้ซึ่งอารมณ์มากกว่าเหตุและผล
ในภาพรวมอาจกล่าวได้ว่า ทุกประเทศกำลังหันไปเพิ่มการใช้งบประมาณทางด้านกิจการทหาร ซึ่งหมายถึงการลดการบริการสังคมในเรื่องการรักษาพยาบาล การศึกษา ที่อยู่อาศัย และการมีไฟฟ้าที่มีราคาย่อมเยา
ทั้งหมดนี้ ทำให้คำว่า สันติภาพ ในปี 2569ที่กำลังจะมาถึงนั้นยังดูเป็นเรื่องห่างไกล ผู้นำประเทศส่วนใหญ่ต่างทำเป็นลืมเลือนในเรื่องนี้อีกทั้งองค์การสหประชาชาติซึ่งเป็นองค์การกลางของโลกเพื่อสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้า ก็ดูหงอยเหงาแผ่วเบาในเรื่องการที่จะนำเอาเรื่องสันติภาพมาเป็นตัวตั้งของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของชาวโลก
เมื่อผู้นำโลกซึ่งเป็นนักการเมืองต่างจมปลักอยู่ในเรื่องของการขัดแย้ง ภาระหน้าที่ของการส่งเสริมและเสริมสร้างสันติภาพ ก็เลยไปตกอยู่กับประชาชนพลเมืองโลกเป็นสำคัญ และในกลุ่มชาวโลกนี้ก็มีนักคิด นักสันตินิยม และผู้มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ มากมาย ที่อยู่ในวิสัยที่จะออกกันมาช่วยกันเรียกร้องและขับเคลื่อนสันติภาพ ซึ่งในการนี้บรรดาผู้ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพทั้งหลายคงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ จะต้องออกมาร่วมกันออกแรงเคลื่อนไหวเพื่อให้ Peace นำพา War
นอกจากนั้น พวกเราชาวไทยต่างนับถือศาสนากันทั้งนั้น ซึ่งทุกศาสนาโดยพื้นฐานก็ต่างสั่งสอนให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ก็หวังว่าพวกเราทุกคนจะได้มีโอกาสทบทวนตัวเอง และจรรโลงสังคมไปในทิศทางที่ถูกที่ควรในปี 2569 นี้
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง
สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ
สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี
สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี